ตอนที่ 40 — มรดกแห่งความรักและการให้อภัย
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามายังห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ริมทะเลสาบ เผยให้เห็นภาพอันอบอุ่นของนทีและแพรวาที่นอนเคียงข้างกัน แพรวายังคงหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของนที ใบหน้าของเธอผุดผ่องในยามหลับใหล นทีค่อยๆ ลูบไล้เส้นผมนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาสะท้อนความรักและความสุขที่เอ่อล้น เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของเธอ
เขาเดินออกจากห้องนอนไปยังระเบียงกว้าง ปล่อยให้ลมเย็นยามเช้าพัดโชยมาสัมผัสใบหน้า เครื่องดื่มร้อนในมือช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย นทีทอดสายตามองไปยังผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทะเลสาบแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด แต่ในวันนี้ ภาพตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยความหวังและความสงบสุข เขาจำได้ดีถึงวันที่เขาตัดสินใจพาแพรวามาอยู่ที่นี่ หลบซ่อนเธอจากโลกภายนอก เพื่อปกป้องเธอจากอันตรายที่รายล้อม การตัดสินใจครั้งนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความหวงแหน และความกลัวที่จะสูญเสีย
"คิดอะไรอยู่คะ" เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้นทีหันกลับไปมอง แพรวาเดินออกมาจากห้องนอน สวมชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน เธอยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น
นทียิ้มตอบ "คิดถึงเรื่องของเราน่ะ คิดถึงวันที่เราตัดสินใจมาอยู่ที่นี่"
แพรวาเดินเข้ามาใกล้ ยืนพิงไหล่เขา "เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ นะคะ เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง"
"แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี" นทีโอบไหล่เธอเข้ามาใกล้ "เราผ่านมันมาได้ด้วยกัน"
"ขอบคุณนะคะ ที่อยู่เคียงข้างแพรวาเสมอ" แพรวากล่าวเสียงเบา พลางซบหน้ากับอกของเขา
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ที่คุณไม่เคยทิ้งผมไปไหน" นทีพูดพลางประคองใบหน้าเธอขึ้นมามอง "คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม แพรวา"
"และคุณก็คือทุกสิ่งของแพรวาเหมือนกันค่ะ" เธอตอบกลับ ดวงตาฉายแววรักใคร่
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันแสนหวาน "คุณนทีครับ คุณแพรวาครับ อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ" เป็นเสียงของแม่บ้านประจำคฤหาสน์
"ไปกันเถอะครับ" นทีจูงมือแพรวาเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร
บรรยากาศในห้องอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลาย ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม อาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันดูน่ารับประทาน
"วันนี้มีนัดอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ" แพรวาถามขณะตักอาหารเข้าปาก
"วันนี้เราจะไปเยี่ยมคุณย่า" นทีตอบ "ผมอยากให้คุณไปเป็นเพื่อนผม ท่านคงจะดีใจมากที่ได้เจอคุณ"
ดวงตาของแพรวาเบิกกว้างเล็กน้อย "จริงเหรอคะ แพรวาเองก็คิดถึงท่านเหมือนกัน"
"แน่นอนครับ ท่านถามถึงคุณตลอด" นทีพูดอย่างอ่อนโยน
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองก็เตรียมตัวออกเดินทาง นทีขับรถพาแพรวาไปยังบ้านพักของคุณย่าซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง แพรวาสวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ดูสง่างาม นทีสวมสูทสีเข้มที่ดูภูมิฐาน ทั้งสองดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง
เมื่อรถจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ที่คุ้นเคย แพรวารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอลงจากรถ นทียื่นมือมาประคองแขนเธอไว้
"ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมอยู่ตรงนี้" นทีให้กำลังใจ
"แพรวารู้ค่ะ" แพรวายิ้มรับ
ทั้งสองเดินเข้าไปในบ้าน คุณย่าอรทัยนั่งรออยู่บนโซฟาตัวโปรด ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามา
"หลานรัก มาแล้วหรือ" คุณย่าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่อ่อนโยน
"คุณย่าครับ" นทีเดินเข้าไปกอดคุณย่าด้วยความเคารพ
"มาแล้วค่ะคุณย่า" แพรวาเดินเข้าไปไหว้คุณย่าด้วยความนอบน้อม
คุณย่าอรทัยมองแพรวาด้วยสายตาที่เอ็นดู "แพรวาของฉัน มาแล้ว ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอหนูอีก" ท่านดึงแพรวาเข้ามากอด
"แพรวาก็ดีใจค่ะที่คุณย่า" แพรวาตอบ
บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น คุณย่าสอบถามสารทุกข์สุกดิบ และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง แพรวารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านที่อบอุ่นอีกครั้ง
"เรื่องของประวิทย์... นทีเล่าให้ฟังแล้ว" คุณย่ากล่าวขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง "เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจจริงๆ แต่ก็ดีแล้วที่ความจริงได้ถูกเปิดเผย"
"ครับคุณย่า" นทีตอบ
"เธอเข้มแข็งมากนะ แพรวา" คุณย่าหันมามองแพรวา "ผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้ตลอด"
"แพรวาโชคดีที่มีทุกคนอยู่ข้างๆ ค่ะ" แพรวาตอบด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
"ความดีของเธอ ทำให้เธอได้รับสิ่งดีๆ กลับคืน" คุณย่ากล่าวอย่างใจดี "นทีดูแลเธอให้ดีนะ"
"ผมดูแลดีที่สุดอยู่แล้วครับ" นทีตอบพร้อมกับมองแพรวาอย่างรักใคร่
บ่ายวันนั้น หลังจากกลับจากบ้านคุณย่า แพรวากับนทีก็ตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองที่บ้าน แพรวาที่เคยมีความฝันอยากเปิดร้านเบเกอรี่มาตลอด เธอมักจะชอบทำขนมให้คนรอบข้างทานอยู่เสมอ
"เราลองทำดูไหมคะ" แพรวาเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น "แพรวาอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองค่ะ"
นทียิ้ม "ผมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว คุณอยากทำอะไร ผมก็จะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ"
"ขอบคุณนะคะ" แพรวายิ้มกว้าง "เราจะตั้งชื่อร้านว่าอะไรดีคะ"
"คิดไว้แล้วค่ะ" แพรวาตอบ "เอาชื่อว่า 'ความสุขเล็กๆ' ดีไหมคะ"
"ชื่อเพราะดีครับ" นทีเห็นด้วย "ผมจะช่วยคุณทุกอย่างเลย"
ทั้งสองใช้เวลาช่วงบ่ายในการวางแผนธุรกิจ พูดคุยถึงเมนู การตกแต่งร้าน และการตลาด นทีคอยให้คำแนะนำและสนับสนุนทุกความคิดของแพรวา
"เราจะเช่าพื้นที่เล็กๆ ตรงมุมถนนที่เห็นวิวทะเลสาบก็ได้นะคะ ตรงนั้นคนเดินเยอะดี" แพรวาเสนอไอเดีย
"เป็นความคิดที่ดี" นทีเห็นด้วย "ผมจะให้ทีมงานช่วยดูเรื่องสัญญาเช่าให้"
"ขอบคุณมากค่ะ" แพรวารู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง
เย็นวันนั้น ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทำงานอยู่ด้วยกัน นทีก็หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากลิ้นชัก
"อะไรคะ" แพรวถามอย่างสงสัย
นทีเปิดกล่องออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายระยิบระยับ "ผมรู้ว่าเราเคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ความรักของผมที่มีให้คุณไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
แพรวานิ่งอึ้ง น้ำตาคลอหน่วย "คุณนที..."
"แพรวาครับ แต่งงานกับผมนะครับ" นทีคุกเข่าลงตรงหน้าแพรวา ยื่นแหวนให้เธอ "ผมอยากอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ในทุกช่วงเวลาของชีวิต"
น้ำตาของแพรวาไหลริน "ค่ะ! แพรวายอมแต่งงานกับคุณค่ะ" เธอตอบรับด้วยเสียงสั่นเครือ
นทีสวมแหวนให้กับแพรวาอย่างแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นโอบกอดเธอไว้แน่น "ผมรักคุณนะครับ"
"แพรวาก็รักคุณค่ะ" แพรวาตอบ น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้ม
ค่ำคืนนั้น เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความสุขและการเฉลิมฉลอง การหมั้นหมายอย่างเป็นทางการของนทีและแพรวาถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในครอบครัวและเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความยินดี
5,107 ตัวอักษร