รักสุดท้ายของคนใจร้าย

ตอนที่ 11 / 45

ตอนที่ 11 — แผนซ้อนแผน

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จันทร์เพ็ญในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสืบสวนคนใหม่ ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เธอทำงานหนักกว่าที่เคย ทำงานจนดึกดื่นแทบทุกวัน โดยมีกวินท์คอยสนับสนุนและให้กำลังใจอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จากความรู้สึกที่เริ่มก่อตัว ก็กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้พูดคุย ได้ทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่สบตากัน ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกพิเศษนั้นชัดเจนขึ้น “คุณจันทร์เพ็ญครับ” เสียงของปกรณ์ดังขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสาร “คุณกวินท์ให้มาตามครับ บอกว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกัน” จันทร์เพ็ญรีบเก็บเอกสาร และเดินตามปกรณ์ไปยังห้องทำงานของกวินท์ ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอก็เห็นว่ากวินท์กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างเช่นเคย แต่คราวนี้ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าปกติ “มีอะไรคะ คุณกวินท์” เธอถามด้วยความเป็นห่วง กวินท์หันมาเผชิญหน้ากับเธอ “ปกรณ์เจอข้อมูลบางอย่าง… ที่น่าสงสัยมาก” เขาพูดเสียงทุ้ม “เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเงินของบริษัทพราวฟ้าในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา” “น่าสงสัยยังไงคะ” จันทร์เพ็ญก้าวเข้าไปใกล้ “ดูนี่สิ” กวินท์ยื่นแท็บเล็ตให้เธอ “มีเงินจำนวนมากถูกโอนออกจากบัญชีของบริษัทพราวฟ้า ไปยังบัญชีของบริษัทอีกแห่งหนึ่ง ซึ่ง… เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อสามเดือนก่อน และมีประเสริฐเป็นหนึ่งในผู้บริหาร” จันทร์เพ็ญเบิกตากว้าง “หมายความว่า… เขาพยายามจะยักยอกเงินออกไปจริงๆ เหรอคะ” “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น” กวินท์ตอบ “แต่ที่น่าสงสัยกว่านั้นคือ… จำนวนเงินที่ถูกโอนออกไปนั้น เป็นจำนวนที่มากกว่าที่บริษัทพราวฟ้าจะสามารถหามาได้จากการดำเนินงานปกติ” “แล้ว… เงินจำนวนนั้นมาจากไหนคะ” จันทร์เพ็ญถาม “นั่นแหละคือประเด็น” กวินท์ถอนหายใจ “ข้อมูลที่ปกรณ์ได้มา ชี้ว่าเงินจำนวนนี้ อาจจะมาจาก… การกู้ยืมที่ผิดกฎหมาย หรืออาจจะเป็นเงินที่ถูกยักยอกไปก่อนหน้านี้ แล้วถูกนำมาหมุนเวียนในรูปแบบนี้ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย” “แต่… ใครจะยอมปล่อยกู้ หรือให้เงินจำนวนมากขนาดนั้นกับบริษัทที่กำลังมีปัญหาแบบนี้คะ” จันทร์เพ็ญพยายามประมวลผล “และทำไมต้องใช้บริษัทของประเสริฐด้วย” “ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน” กวินท์กล่าว “มันเหมือนกับว่า… มีใครบางคนกำลังพยายามช่วยประเสริฐให้หนีไปพร้อมกับเงิน” “ช่วยประเสริฐ?” จันทร์เพ็ญทวนคำ “หมายความว่า… ไม่ใช่แค่ประเสริฐคนเดียวที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?” “ผมก็ไม่แน่ใจ” กวินท์ตอบ “แต่ความเป็นไปได้มันมีอยู่” เขาหยุดเล็กน้อย “ผมอยากให้คุณลองตรวจสอบข้อมูลการเงินของบริษัทพราวฟ้าอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการโอนเงินออกไปจำนวนมาก ลองหาว่ามีรายรับผิดปกติ หรือแหล่งที่มาของเงินที่ผิดสังเกตไหม” “ค่ะ ดิฉันจะรีบทำทันทีค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบรับ “แล้ว… เราจะจัดการกับประเสริฐยังไงคะ” “ใจเย็นๆ ก่อน” กวินท์กล่าว “เราต้องมีหลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอ ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ กับเขา ถ้าเราทำพลาดไป เขาอาจจะไหวตัวทัน และเราจะเสียโอกาสทั้งหมด” เขามองไปที่จันทร์เพ็ญ “ผมเชื่อในความสามารถของคุณนะจันทร์เพ็ญ” “ค่ะ ดิฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ” จันทร์เพ็ญกล่าว เธอมองเห็นความกดดันและภาระที่กวินท์กำลังแบกรับอยู่ การต้องรับมือกับปัญหาใหญ่หลวงขนาดนี้เพียงลำพัง มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “แล้ว… มีเรื่องอื่นอีกไหมคะ” จันทร์เพ็ญถาม “ที่คุณอยากจะคุยกับดิฉัน” กวินท์มองจันทร์เพ็ญนิ่งๆ แววตาของเขามีความลังเลปะปนอยู่ “ผม… แค่อยากจะบอกว่า… ผมดีใจนะ ที่มีคุณอยู่ตรงนี้” เขาพูดเสียงแผ่วเบา “การที่คุณยอมรับข้อเสนอของผม และเข้ามาทำงานร่วมกับผม มันมีความหมายกับผมมาก” จันทร์เพ็ญรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงอีกครั้ง คำพูดของกวินท์นั้นตรงไปตรงมา และแสดงออกถึงความรู้สึกที่เขาไม่เคยแสดงออกมาก่อน “ดิฉันก็ดีใจค่ะ ที่ได้ทำงานกับคุณ” เธอตอบ “และ… ดิฉันก็มีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างคุณ” กวินท์ยิ้มบางๆ “ผมรู้” เขาพูด “มา… เรามาโฟกัสกับงานกันต่อดีกว่า” จันทร์เพ็ญพยักหน้ารับ เธอรีบกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ และเริ่มรื้อเอกสารทางการเงินของบริษัทพราวฟ้าอีกครั้ง เธอเปิดไฟล์ต่างๆ อย่างตั้งใจ พยายามมองหาความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเป็นเบาะแสสำคัญ หลายชั่วโมงผ่านไป ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขที่สลับซับซ้อน จันทร์เพ็ญเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่น เธอใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่บริษัทมี เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกระแสเงินสด และเปรียบเทียบกับงบดุลต่างๆ “เจอแล้วค่ะ!” จู่ๆ เธอก็อุทานออกมาเบาๆ เมื่อพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง กวินท์รีบเดินเข้ามาหาเธอ “เจออะไรครับ” “นี่ค่ะ” จันทร์เพ็ญชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ “มีรายการค่าใช้จ่ายที่ถูกบันทึกไว้เป็นค่าที่ปรึกษาทางการตลาดจำนวนมหาศาลในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แต่… เมื่อดิฉันตรวจสอบกับบริษัทที่ปรึกษาที่ระบุไว้ในเอกสาร พวกเขาบอกว่า… ไม่เคยได้รับค่าจ้าง หรือทำสัญญากับบริษัทพราวฟ้าเลยค่ะ” กวินท์มองดูข้อมูลนั้นอย่างตั้งใจ “หมายความว่า… รายการค่าใช้จ่ายนี้ เป็นค่าใช้จ่ายปลอม?” “ใช่ค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “และเมื่อลองคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดที่บันทึกไว้ในรายการนี้ มันใกล้เคียงกับจำนวนเงินที่ถูกโอนออกไปให้กับบริษัทใหม่ที่ประเสริฐเป็นผู้บริหารเลยค่ะ” “นี่แหละคือหลักฐานที่เราต้องการ!” กวินท์กล่าวด้วยความตื่นเต้น “ประเสริฐกำลังสร้างรายการค่าใช้จ่ายปลอม เพื่อเบิกเงินของบริษัทออกไป แล้วนำไปใส่ในบัญชีของบริษัทใหม่ของตัวเอง” “แต่… เงินที่ถูกโอนไปนั้น มันเยอะเกินกว่าที่จะเป็นแค่การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายปลอมนะคะ” จันทร์เพ็ญยังคงกังวล “มันเหมือนกับว่า… มีเงินจำนวนมหาศาลถูกสร้างขึ้นมา” “ผมคิดว่าเราอาจจะกำลังมองข้ามบางอย่างไป” กวินท์กล่าว “บางที… การสร้างรายการค่าใช้จ่ายปลอมพวกนี้ อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนที่ใหญ่กว่านั้น” เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เราต้องหาให้ได้ว่า… เงินจำนวนมหาศาลที่หายไปนั้น มันถูกนำไปใช้ทำอะไร หรือไปอยู่ที่ไหน” “แล้ว… เราจะสืบต่อยังไงคะ” จันทร์เพ็ญถาม “เราต้องพยายามเจาะเข้าไปในระบบการเงินของบริษัทใหม่ที่ประเสริฐเป็นผู้บริหาร” กวินท์กล่าว “อาจจะผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ” “หมายถึง… การแฮ็กข้อมูลเหรอคะ” จันทร์เพ็ญถามอย่างกังวล “ไม่ถึงขนาดนั้น” กวินท์ตอบ “แต่เราอาจจะต้องใช้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญบางคน ที่มีวิธีการเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนได้” เขาหันมามองจันทร์เพ็ญ “ผมรู้ว่ามันอาจจะอันตราย แต่ผมเชื่อว่าเราต้องทำ” จันทร์เพ็ญพยักหน้า “ดิฉันเข้าใจค่ะ” เธอรู้สึกถึงความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน “ดิฉันจะทำทุกอย่างที่ทำได้ค่ะ” “ดีมาก” กวินท์ยิ้มให้เธอ “ผมรู้ว่าผมตัดสินใจถูกแล้ว ที่เลือกคุณ” คำพูดของกวินท์ทำให้หัวใจของจันทร์เพ็ญพองโต ความไว้วางใจที่เขามีให้ คือแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของเธอ เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่เธอก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป เคียงข้างกวินท์

5,536 ตัวอักษร