ตอนที่ 13 — ความจริงที่ซ่อนเร้นเปิดเผย
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกวินท์ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของจันทร์เพ็ญ มือหนาประคองใบหน้าเธอไว้เบาๆ แววตาของเขาฉายประกายที่อ่อนโยนและหนักแน่น “ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง” เขาพูดเน้นย้ำ “แต่ผมก็ต้องทำ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณ หรือคนที่ผมแคร์ได้” คำว่า ‘คนที่ผมแคร์’ หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ แต่ก็สื่อถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอได้อย่างชัดเจน
จันทร์เพ็ญหน้าแดงเล็กน้อยกับคำพูดนั้น เธอหลบสายตาของเขา “คุณกวินท์คะ… ฉัน… ฉันก็เป็นห่วงคุณเหมือนกันค่ะ” เธอสารภาพเสียงแผ่วเบา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนามาถึงจุดที่ความรู้สึกพิเศษเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ความใกล้ชิดจากการทำงาน ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และความห่วงใยที่มอบให้กันโดยไม่รู้ตัว ต่างหล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน
“ไว้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว” กวินท์เอ่ยขึ้น พลางลูบไล้แก้มของเธอเบาๆ “ผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด” เขาผ่อนลมหายใจ “เรื่องประเสริฐ… ผมได้คุยกับเพื่อนของผมแล้ว เขาจะช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนพวกนั้นให้”
“แล้ว… เราจะพอได้ข้อมูลอะไรบ้างคะ” จันทร์เพ็ญถามด้วยความหวัง
“คงต้องรอสักหน่อย” กวินท์ตอบ “การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่เชื่อมโยงกับหลายบริษัท และอาจจะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอิทธิพล มันไม่ใช่เรื่องง่าย” เขากลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน “แต่ผมมั่นใจว่า เราจะหาคำตอบได้”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ ทั้งจันทร์เพ็ญและกวินท์หมั่นแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาอย่างสม่ำเสมอ มีหลายครั้งที่พวกเขาต้องประชุมกันจนดึกดื่นในห้องทำงานของกวินท์ บรรยากาศในห้องนั้น มักจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ และความเคร่งเครียดจากการทำงาน แต่ก็มักจะมีเสียงหัวเราะ หรือการปลอบใจกันเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
“นี่ค่ะคุณกวินท์” เช้าวันหนึ่ง จันทร์เพ็ญยื่นไฟล์เอกสารให้กับเขา “ดิฉันได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงานของคุณประเสริฐทั้งหมดเท่าที่จะหาได้แล้วค่ะ”
กวินท์รับไฟล์มาเปิดดูอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณมากครับคุณจันทร์เพ็ญ” เขากล่าว “ผมได้ข่าวจากเพื่อนผมแล้ว เขาเจอเส้นทางการเงินที่น่าสนใจบางอย่าง”
“น่าสนใจยังไงคะ” จันทร์เพ็ญถาม เธอรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ
“เงินที่ถูกโอนออกไปจากบริษัทพราวฟ้า ไม่ได้ถูกโอนไปยังบริษัทของประเสริฐโดยตรง” กวินท์อธิบาย “แต่มันถูกโอนไปยังบริษัทตัวกลางแห่งหนึ่งก่อน ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาอย่างมีเงื่อนไข และไม่มีประวัติการดำเนินงานที่ชัดเจน”
“บริษัทตัวกลาง?” จันทร์เพ็ญทวนคำ “แล้ว… ใครเป็นเจ้าของบริษัทนั้นคะ”
“นั่นคือสิ่งที่น่าสงสัย” กวินท์ถอนหายใจ “ข้อมูลที่ได้มา ยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง เพราะมีการจัดตั้งบริษัทซับซ้อนซ้อนกันหลายชั้น แต่… มีชื่อหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาซ้ำๆ ในเอกสารบางส่วน”
“ใครคะ” จันทร์เพ็ญถามอย่างกระวนกระวาย
“คุณนพพร” กวินท์ตอบเสียงเรียบ “อดีตผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทพราวฟ้า ที่ขายหุ้นทั้งหมดออกไปเมื่อสองปีก่อน”
“คุณนพพร?” จันทร์เพ็ญพยายามนึก “แต่… เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทพราวฟ้าแล้วนี่คะ”
“นั่นคือสิ่งที่ผมสงสัย” กวินท์กล่าว “แต่การที่ชื่อของเขากลับไปปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทตัวกลาง และการโอนเงินที่ผิดปกตินี้… มันชี้ให้เห็นว่า เขาอาจจะยังมีบทบาทอยู่เบื้องหลัง”
“แล้ว… ประเสริฐไปเกี่ยวข้องกับคุณนพพรได้ยังไงคะ” จันทร์เพ็ญถาม “ประเสริฐเป็นแค่ผู้บริหารระดับกลาง”
“ผมกำลังคิดว่า… ประเสริฐอาจจะเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง” กวินท์กล่าว “คนที่อยู่เบื้องหลัง อาจจะกำลังใช้ประเสริฐเป็นเครื่องมือในการยักยอกเงินจำนวนมหาศาลนี้”
“แล้ว… คุณนพพรจะได้รับประโยชน์อะไรจากการทำแบบนี้คะ” จันทร์เพ็ญสงสัย “ในเมื่อเขาก็ขายหุ้นออกไปแล้ว”
“นั่นคือคำถามที่ผมกำลังหาคำตอบ” กวินท์กล่าว “บางที… เขาอาจจะต้องการเงินเพื่อไปลงทุนในโครงการอื่น หรืออาจจะมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่างที่เรายังไม่รู้” เขาก้มลงมองเอกสารอีกครั้ง “แต่ที่แน่ๆ คือ… เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก”
“คุณกวินท์คะ” จันทร์เพ็ญเอ่ยขึ้น “ถ้าคุณนพพรเป็นคนอยู่เบื้องหลังจริง… การสืบสวนเรื่องนี้ก็อาจจะอันตรายกว่าเดิม”
กวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอ “ผมรู้” เขาตอบ “แต่เราต้องทำ เราต้องหาความจริงให้ได้” เขามองเข้าไปในดวงตาของจันทร์เพ็ญ “ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบหายไปอีกคน”
คำพูดนั้นทำให้จันทร์เพ็ญเข้าใจทันที เขากำลังพูดถึงเรื่องในอดีตของเขา เรื่องที่ทำให้เขาเป็น ‘คนใจร้าย’ ที่ไม่เคยรักใคร และครั้งนี้ เขาต้องการจะปกป้องเธอ และต้องการจะแก้ไขความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง
“ดิฉันจะอยู่เคียงข้างคุณค่ะ” จันทร์เพ็ญให้คำมั่น “เราจะทำเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
กวินท์ยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงและอบอุ่นที่สุดเท่าที่จันทร์เพ็ญเคยเห็น “ขอบคุณครับคุณจันทร์เพ็ญ” เขาพูด “เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
3,856 ตัวอักษร