สะใภ้ไร้ค่าในบ้านตระกูลใหญ่

ตอนที่ 13 / 48

ตอนที่ 13 — การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

กานต์ชนกมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและอ่อนล้าของคุณหญิงนภา ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความเห็นใจผุดขึ้นมาในใจ เธอจำได้ว่าครั้งหนึ่ง คุณหญิงเคยเป็นผู้หญิงที่สง่างามและมีอำนาจในบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้ ภาพตรงหน้าคือหญิงชราที่กำลังแบกรับความผิดอันใหญ่หลวง "ดิฉันหวังว่าท่านจะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้นะคะ" กานต์ชนกกล่าวอย่างนุ่มนวล "และดิฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาดีขึ้น" คุณหญิงนภาก้มหน้าลง น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอีกครั้ง "ฉัน… ฉันไม่รู้จะขอบคุณเธออย่างไรดี กานต์ชนก" เสียงของเธอสั่นเครือ "ฉันเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอกที่เข้ามาเกาะแกะลูกชายฉัน แต่ตอนนี้… ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิดไปมาก" "ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง" กานต์ชนกตอบ "ทุกคนย่อมมีข้อผิดพลาดกันได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากมัน และก้าวต่อไปข้างหน้า" เธอสูดหายใจลึก "ตอนนี้ มีหลายอย่างที่ต้องจัดการค่ะ ดิฉันจะขออนุญาตเริ่มงานเลยนะคะ" "ตามสบายเลยลูก" คุณหญิงนภาตอบ พลางปาดน้ำตา "ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้นะ แม้ว่าฉันจะช่วยอะไรได้ไม่มากนักก็ตาม" หลังจากลาคุณหญิงนภาแล้ว กานต์ชนกเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณหญิงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมฆินทร์รอเธออยู่หน้าห้อง เขาเห็นสีหน้าของเธอแล้วก็ยิ้มให้กำลังใจ "เป็นไงบ้างครับ" เมฆินทร์ถาม "คุณหญิงดูดีขึ้นไหม" "ท่านก็ยังคงเสียใจอยู่มากค่ะ" กานต์ชนกตอบ "แต่ก็พร้อมที่จะร่วมมือ" "ดีมากครับ" เมฆินทร์พยักหน้า "ถือเป็นสัญญาณที่ดี" เขาเหลือบมองนาฬิกา "เรามีเวลาไม่มากนักนะครับ กานต์ชนก วันนี้เราต้องเริ่มวางแผนการปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่" "ค่ะ" กานต์ชนกตอบอย่างหนักแน่น "ดิฉันได้เตรียมข้อมูลบางส่วนไว้แล้ว" เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา "จากที่ได้ตรวจสอบบัญชีและรายงานต่างๆ อย่างละเอียด ดิฉันพบว่ามีหลายแผนกที่การทำงานซ้ำซ้อนกัน และขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ" "อธิบายให้ผมฟังหน่อยครับ" เมฆินทร์กล่าว เขายกเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเธอ โต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องทำงานของคุณหญิงธนากรกลายเป็นศูนย์บัญชาการย่อมๆ ของทั้งสองคน "แผนกการตลาดและแผนกประชาสัมพันธ์" กานต์ชนกเริ่ม "มีการทำงานที่แยกส่วนกันเกินไป ทำให้การสื่อสารออกไปสู่สาธารณะไม่เป็นเอกภาพ ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างทีม" "ผมเห็นด้วย" เมฆินทร์เสริม "ส่วนนี้ต้องถูกรวมเข้าด้วยกัน และต้องมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด" "และที่สำคัญกว่านั้นคือ แผนกบัญชีและฝ่ายการเงิน" กานต์ชนกกล่าว น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้น "ดิฉันพบว่ามีการบริหารจัดการที่หละหลวมมาก ทำให้เกิดช่องโหว่ให้มีการทุจริตได้ง่าย และข้อมูลบางส่วนก็ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร" "เรื่องนี้ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วครับ" เมฆินทร์กล่าว "พวกเขาได้ข้อมูลเบื้องต้นบางส่วนมาแล้ว ซึ่งจะช่วยในการสอบสวนเพิ่มเติม และเราก็จะใช้โอกาสนี้ในการยกเครื่องระบบบัญชีของเราใหม่ทั้งหมด" "ดิฉันคิดว่าควรมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยค่ะ" กานต์ชนกเสนอ "ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร หรือ ERP ที่ทันสมัย จะช่วยให้การทำงานของทุกแผนกเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบ" "เป็นความคิดที่ดีมากครับ" เมฆินทร์ยิ้ม "แต่การนำระบบใหม่มาใช้นั้นต้องใช้งบประมาณ และเวลาพอสมควร เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ" "ดิฉันทราบค่ะ" กานต์ชนกพยักหน้า "แต่ในระยะยาว การลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่ามากค่ะ มันจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเรา" "แล้วในส่วนของการบริหารจัดการบุคลากรล่ะครับ" เมฆินทร์ถาม "มีแผนจะปรับปรุงอย่างไรบ้าง" "ดิฉันคิดว่าเราควรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นธรรม และโปร่งใส" กานต์ชนกกล่าว "และควรมีการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความสามารถที่ทันสมัย และมีแรงจูงใจในการทำงาน" "ส่วนนี้สำคัญมาก" เมฆินทร์เห็นด้วย "พนักงานคือหัวใจสำคัญขององค์กร เราต้องดูแลพวกเขาให้ดี" "และที่สำคัญที่สุด" กานต์ชนกกล่าว "คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ที่เน้นความซื่อสัตย์ โปร่งใส และการทำงานเป็นทีม" "วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง คือรากฐานที่สำคัญที่สุด" เมฆินทร์กล่าว "หากเราสามารถสร้างสิ่งนี้ได้ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจะไม่สามารถแทรกเข้ามาได้อีก" ทั้งสองคนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการระดมสมอง วางแผน และกำหนดทิศทางการปรับโครงสร้างองค์กร กานต์ชนกแสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เมฆินทร์เองก็ประทับใจในความสามารถของเธออย่างมาก เขาเห็นแล้วว่าทำไมธนากรถึงเลือกให้กานต์ชนกเข้ามามีบทบาทในธุรกิจของครอบครัว "ผมว่าเราได้แผนการเบื้องต้นที่ดีแล้วนะครับ" เมฆินทร์กล่าวเมื่อมองนาฬิกาอีกครั้ง "ถึงเวลาที่เราต้องนำเสนอแผนนี้ต่อคณะกรรมการบริหารแล้ว" "ค่ะ" กานต์ชนกตอบ "ดิฉันพร้อมแล้ว" "ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" เมฆินทร์กล่าว "จำไว้นะครับ กานต์ชนก คุณไม่ได้สู้เพียงลำพัง" คำพูดของเมฆินทร์ทำให้กานต์ชนกรู้สึกอบอุ่นใจ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ใครเห็นอีกต่อไป แต่เธอมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด และเพื่ออนาคตของบริษัทตระกูลธนกิจ

4,181 ตัวอักษร