ตอนที่ 16 — การเผชิญหน้ากับผู้บงการเบื้องหลัง
ไม่นานนัก เมฆินทร์ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของกานต์ชนก ใบหน้าของเขาดูครุ่นคิด แต่ก็ฉายแววของความมุ่งมั่น "มีอะไรหรือเปล่า กานต์" เขาถามทันทีที่เห็นสีหน้าของเธอ "เมื่อกี้มีโทรศัพท์แปลกๆ เข้ามาค่ะ" กานต์ชนกเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เมฆินทร์ฟังอย่างละเอียด "ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะรู้เรื่องของเราดีทีเดียวค่ะ"
เมฆินทร์ขมวดคิ้ว "ผู้หญิงที่สนิทกับพ่อฉัน... ฉันเดาว่าคงเป็นคุณหญิงอรุณรัศมี" เขาเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความไม่สบายใจ "เธอเป็นคนที่รักพวกพ้องและมีความทะเยอทะยานสูงมาก ถ้าเธอคิดว่าเราจะเข้ามาขัดขวางผลประโยชน์ของเธอ เธอก็คงไม่ปล่อยเราไว้แน่"
"คุณเมฆินทร์คิดว่าเธอเป็นคนคอยบงการอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี่หรือคะ" กานต์ชนกถาม พลางมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเริ่มคืบคลานเข้ามา
"ไม่แน่เสมอไป" เมฆินทร์ตอบ "แต่ก็มีส่วนที่เป็นไปได้สูง เพราะที่ผ่านมา ฉันรู้สึกมาตลอดว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติไปจากเดิม แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก จนกระทั่งเกิดเรื่องกับพ่อของฉัน" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเขาคิดจะเล่นงานเรา เขาคงไม่หยุดแค่นี้แน่"
"แล้วเราจะทำอย่างไรคะ" กานต์ชนกถามเสียงจริงจัง "ถ้าเรามีศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้"
"เราต้องเตรียมพร้อม" เมฆินทร์ตอบ "แผนการปรับโครงสร้างของเราต้องเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว เราต้องทำให้บริษัทแข็งแกร่งจากภายในให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถมาสั่นคลอนเราได้" เขาเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของกานต์ชนก "นี่คือรายชื่อคณะกรรมการที่เราได้รวบรวมมา และกำลังจะเชิญเข้ามาร่วมประชุมในวันนี้ เราต้องทำให้พวกเขาเห็นถึงความจำเป็นและประโยชน์ของแผนนี้อย่างชัดเจน"
"แล้วเรื่องของคุณวิรัช ล่ะคะ" กานต์ชนกถามถึงประธานกรรมการบริหารที่เคยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย
"คุณวิรัชเป็นพวกอนุรักษ์นิยม" เมฆินทร์ถอนหายใจ "เขาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และมักจะยึดติดกับวิธีเดิมๆ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต แต่ถ้าแผนของเราสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ผมเชื่อว่าเขาจะยอมรับในที่สุด"
"แต่ถ้าหากเขาไม่ยอมรับล่ะคะ" กานต์ชนกถาม สีหน้าของเธอเริ่มแสดงความกังวล
"เราก็ต้องหาทางรับมือ" เมฆินทร์มองหน้ากานต์ชนกอย่างมั่นคง "ฉันเชื่อในตัวเธอ กานต์ ฉันรู้ว่าเธอมีความสามารถ และฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ"
คำพูดของเมฆินทร์ทำให้กานต์ชนกรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง เธอพยักหน้า "ค่ะ เรามาทำสิ่งที่เราต้องทำกันเถอะค่ะ"
ในช่วงสายของการประชุมคณะกรรมการบริหารได้เริ่มขึ้น บรรยากาศยังคงมีความตึงเครียดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เท่าครั้งก่อน กานต์ชนกยืนอยู่หน้าจอฉายภาพ นำเสนอแผนการปรับโครงสร้างองค์กรอีกครั้ง คราวนี้เธอได้เตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์คู่แข่ง การประเมินความเสี่ยง และแผนฉุกเฉินหากเกิดปัญหาต่างๆ
"ในส่วนของการบริหารจัดการการเงิน" กานต์ชนกกล่าว "เราจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน นอกเหนือจากการนำระบบ ERP มาใช้แล้ว เราจะมีการตรวจสอบบัญชีจากภายนอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "และสำหรับข้อกังวลของคุณวิรัช เกี่ยวกับความสามารถในการบริหารจัดการ ดิฉันขอยืนยันว่า ดิฉันได้ทุ่มเทเวลาศึกษาหาข้อมูลอย่างเต็มที่ และได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึงคุณเมฆินทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้มานาน และดิฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกท่าน ดิฉันจะสามารถนำพาองค์กรของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้"
เมฆินทร์เสริม "ผมขอเรียนต่อจากคุณกานต์ชนกครับ ในช่วงที่ผ่านมา ผมได้เห็นถึงความทุ่มเทและความสามารถของเธออย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าเธอมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริษัทของเราให้ดีขึ้น ผมจึงขอสนับสนุนแผนการนี้อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนคุณกานต์ชนกในทุกวิถีทาง"
คณะกรรมการหลายท่านเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย บางท่านถึงกับส่งเสียง “เยี่ยม” ออกมา คุณวิรัชยังคงนั่งเงียบ ใบหน้าเรียบเฉย แต่ก็เห็นร่องรอยของความไม่พอใจที่ฉายชัด
"คุณกานต์ชนกครับ" คุณวิรัชเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ผมยังคงมีข้อสงสัยในเรื่องของบุคลากรบางส่วนที่นำเข้ามาใหม่ คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะภักดีต่อบริษัท และจะไม่ใช่สายลับจากคู่แข่ง"
คำถามนี้ทำให้บรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง กานต์ชนกสูดลมหายใจลึก "คุณวิรัชคะ ดิฉันเข้าใจในข้อกังวลของท่านเป็นอย่างดีค่ะ" เธอตอบอย่างใจเย็น "ดิฉันได้คัดเลือกบุคลากรเหล่านี้มาอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ความสามารถ และประวัติการทำงานที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นแล้ว"
"แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการตรวจสอบนั้นจะสมบูรณ์แบบ" คุณวิรัชยังคงซักถามอย่างไม่ลดละ "ในโลกธุรกิจสมัยนี้ การแข่งขันสูงมาก ใครๆ ก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบ"
"เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจของทีมงานชุดใหม่" เมฆินทร์พูดแทรกขึ้นมา "ผมได้เสนอให้มีการทำข้อตกลงการรักษาความลับขั้นสูงสุดกับบุคลากรทุกคนที่เข้ามาใหม่ และหากพบว่ามีใครกระทำการใดๆ ที่ส่อไปในทางไม่ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ก็จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด"
"นอกจากนี้" กานต์ชนกเสริม "ดิฉันได้เตรียมการสร้างระบบการทำงานแบบใหม่ ที่เน้นการตรวจสอบซึ่งกันและกันภายในทีม และมีการรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอต่อคณะกรรมการ ทำให้ยากที่ใครจะสามารถกระทำการทุจริตได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น"
การอธิบายของทั้งสองทำให้คณะกรรมการบางท่านเริ่มผ่อนคลายลง แต่คุณวิรัชก็ยังคงไม่คล้อยตามง่ายๆ "ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงความไม่เชื่อ
"เอาล่ะครับ" ประธานในที่ประชุมซึ่งเป็นกรรมการอาวุโสท่านหนึ่งกล่าวขึ้น "ผมคิดว่าเราได้มีการหารือกันพอสมควรแล้ว ในส่วนของแผนการปรับโครงสร้าง ดิฉันเห็นด้วยในหลักการ และคิดว่าควรจะให้โอกาสคุณกานต์ชนกและคุณเมฆินทร์ได้ลองดำเนินการตามแผนก่อน ส่วนเรื่องบุคลากร ผมเชื่อว่าทั้งสองท่านจะสามารถจัดการได้ หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง"
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังมีบางเสียงที่แฝงความไม่พอใจอยู่ กานต์ชนกมองไปที่คุณวิรัช เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย เป็นเชิงรับทราบ แต่แววตาของเขาก็ยังคงฉายความเคลือบแคลง
"เอาล่ะครับ" ประธานกล่าวปิดการประชุม "หลังจากนี้ เราจะมีการจัดประชุมเพื่อลงรายละเอียดในแต่ละแผนกต่อไป"
เมื่อการประชุมจบลง กานต์ชนกและเมฆินทร์มองหน้ากัน "ดูเหมือนเราจะผ่านด่านแรกไปได้แล้ว" กานต์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก
"แต่เรายังต้องระวัง" เมฆินทร์เตือน "คุณวิรัชกับพวกพ้องของเขา อาจจะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และที่สำคัญ เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าคุณหญิงอรุณรัศมีมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน"
"เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ค่ะ" กานต์ชนกกล่าวอย่างหนักแน่น "ตอนนี้เรามีเวลาไม่มากนักที่จะทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง"
"ถูกต้อง" เมฆินทร์เห็นด้วย "เราต้องรีบลงมือทำตามแผนให้เร็วที่สุด"
ทั้งสองเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางสายตาของพนักงานหลายคนที่มองมาด้วยความคาดหวัง แต่ก็ยังมีสายตาบางคู่ที่แฝงความอิจฉาและความไม่พอใจปะปนอยู่ กานต์ชนกสูดหายใจลึก เธอยังคงรู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ปกคลุมอยู่รอบตัว แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้รู้สึกกลัวอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง และปกป้องสิ่งที่เธอรัก
5,929 ตัวอักษร