ตอนที่ 31 — ปริศนาการสูญหายของคุณวิชัย
"ขัดแย้งกับใครบางคน หรืออาจจะ... ถูกกำจัด" เสียงของคุณชาญดังขึ้นในห้องประชุมที่เงียบสงัด เมฆินทร์และกานต์ชนกรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น การสืบสวนที่เริ่มต้นจากการค้นพบเอกสารเก่าๆ ได้พาพวกเขามาถึงจุดที่อันตรายอย่างคาดไม่ถึง "คุณประจักษ์กับท่านชาย เป็นเหมือนเงาตามตัวกันมานานในวงการธุรกิจและการเมือง การที่ตระกูลธนกิจของคุณเมฆินทร์ ประสบปัญหาในช่วงเวลานั้นพอดี มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ครับ"
กานต์ชนกพยักหน้าช้าๆ "คุณพ่อของหนูเคยเล่าให้ฟังค่ะว่า ช่วงนั้นมีกลุ่มนักธุรกิจที่พยายามเข้ามาครอบงำกิจการของตระกูล แต่คุณพ่อก็พยายามต่อสู้มาตลอด จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเมื่อนึกถึงอดีตอันเจ็บปวด
เมฆินทร์กำหมัดแน่น "อุบัติเหตุ... หรือมันคือการวางแผน? คุณชาญครับ พอจะสืบสาวเรื่องอุบัติเหตุของคุณพ่อผมได้ไหมครับ ว่ามีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่บ้าง"
คุณชาญถอนหายใจเบาๆ "เรื่องนี้ผมเคยได้ยินมาบ้างครับ จากข้อมูลเก่าๆ ที่หาได้ คดีนั้นถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว โดยสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากความประมาทของผู้ขับขี่ แต่ก็มีข่าวลือหนาหูในสมัยนั้นว่า มีคนเห็นรถยนต์คันอื่นขับปาดหน้า ทำให้รถของคุณวิชัยเสียหลัก"
"รถคันอื่น?" กานต์ชนกร้องอุทาน "แล้วรถคันนั้นเป็นของใครล่ะคะ"
"นั่นคือสิ่งที่เอกสารทางการไม่ระบุไว้ครับ" คุณชาญตอบ "เหมือนกับว่ามีบางอย่างถูกปกปิดไว้ตั้งแต่ต้น และที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น 'คุณวิชัย' พี่ชายคนโตของคุณพ่อผม ซึ่งเป็นทายาทลำดับต้นๆ ของตระกูล ก็หายตัวไปอย่างลึกลับครับ"
คำว่า "หายตัวไป" ทำให้เมฆินทร์และกานต์ชนกถึงกับผงะ "คุณวิชัยหายตัวไป?" เมฆินทร์ทวนคำถามด้วยความไม่เชื่อ "ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"
"ผมเองก็เพิ่งทราบจากเอกสารบางส่วนที่ถูกส่งต่อมาอย่างลับๆ ครับ" คุณชาญอธิบาย "ดูเหมือนว่าในครอบครัวของคุณวิชัยเองก็พยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน อาจจะด้วยความอับอาย หรืออาจจะเพราะกลัวอันตราย"
กานต์ชนกยกมือขึ้นกุมขมับ "เรื่องมันซับซ้อนเกินไปแล้วค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี"
"เราต้องเริ่มจากสิ่งที่เรามี" เมฆินทร์กล่าวเสียงหนักแน่น "คุณชาญครับ รบกวนช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุของคุณพ่อผม และการหายตัวไปของคุณวิชัยให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ผมอยากรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้"
"ผมจะพยายามเต็มที่ครับ" คุณชาญรับคำ "แต่ผมต้องขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของคุณวิชัย และบุคคลใกล้ชิดที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ ยิ่งข้อมูลมากเท่าไหร่ โอกาสในการไขปริศนาก็ยิ่งสูงขึ้น"
กานต์ชนกพยักหน้า "เดี๋ยวหนูจะจัดการให้ค่ะ" เธอหันไปหาเมฆินทร์ "พี่เมฆคะ หนูคิดว่า เราควรจะลองติดต่อคุณป้าพรทิพย์ดูค่ะ ท่านเป็นน้องสาวของคุณพ่อท่านอาจจะพอทราบเรื่องราวบางอย่าง"
เมฆินทร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็เป็นความคิดที่ดี แต่เราต้องระวัง เราไม่รู้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู การเปิดเผยข้อมูลให้คนผิดรู้ อาจจะทำให้เราตกอยู่ในอันตรายได้"
"หนูเข้าใจค่ะ" กานต์ชนกตอบ "แต่บางที ความทรงจำของท่านอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราไขปริศนาทั้งหมดได้"
หลังจากนั้น ไม่กี่วันต่อมา กานต์ชนกก็ได้รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับคุณวิชัยเท่าที่จะหาได้จากห้องเก็บของเก่าในบ้านพักตระกูลธนกิจ เธอและเมฆินทร์ใช้เวลาหลายคืนในการคัดแยกและวิเคราะห์เอกสารเหล่านั้น คุณชาญเองก็ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่งรายงานความคืบหน้ามาให้เป็นระยะๆ
"นี่ครับ รายงานล่าสุด" คุณชาญส่งอีเมลมาให้กานต์ชนก "ผมพบรายชื่อพยานในคดีอุบัติเหตุของคุณวิชัย แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ พยานส่วนใหญ่เป็นคนงานในบริษัทของคุณประจักษ์ ซึ่งถูกสอบปากคำเพียงไม่นาน และคำให้การก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นรถของคุณวิชัยเสียหลักเอง"
"คนงานของคุณประจักษ์?" กานต์ชนกขมวดคิ้ว "แล้วมีพยานที่เป็นบุคคลภายนอกบ้างไหมคะ"
"มีครับ" คุณชาญตอบ "มีพยานคนหนึ่ง เป็นพนักงานของร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เขาให้การว่า เห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งขับพุ่งออกมาจากซอยแคบๆ ก่อนจะปาดหน้ารถของคุณวิชัย แต่เมื่อถูกสอบถามเพิ่มเติม เขากลับจำรายละเอียดของรถคันนั้นได้คลุมเครือ และหลังจากนั้นอีกไม่นาน เขาก็ถูกย้ายไปทำงานต่างจังหวัดอย่างกะทันหัน"
"ถูกย้ายไปต่างจังหวัด?" กานต์ชนกอุทาน "นี่มันชัดเจนเลยค่ะว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล"
"ใช่ครับ" คุณชาญกล่าว "และเมื่อผมสืบสาวเรื่องราวการหายตัวไปของคุณวิชัย ผมพบว่ามีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการหายตัวไปของเขา ก็คือ 'คุณประจักษ์' นั่นเองครับ"
"คุณประจักษ์?" เมฆินทร์ถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "แต่คุณประจักษ์เป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อผมไม่ใช่เหรอครับ"
"ในอดีตอาจจะใช่ครับ" คุณชาญตอบ "แต่ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเริ่มร้าวฉานในช่วงที่ตระกูลธนกิจเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน คุณวิชัย ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณเมฆินทร์ น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้ความลับดำมืดของเครือข่ายนี้ทั้งหมด การที่เขาหายตัวไป น่าจะเป็นการกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมืองและธุรกิจของท่านชายและคุณประจักษ์"
ความจริงที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ทำเอาเมฆินทร์และกานต์ชนกรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เรื่องราวเบื้องหลังความมั่งคั่งของตระกูลใหญ่ จะมีเบื้องหลังที่โหดร้ายและดำมืดถึงเพียงนี้ "ถ้าเป็นอย่างที่คุณชาญว่าจริงๆ" เมฆินทร์กล่าวเสียงเครียด "การเปิดโปงเรื่องนี้ คงจะไม่ง่ายเลย"
"แน่นอนครับ" คุณชาญตอบ "แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเรามีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ เราก็สามารถเอาผิดพวกเขาได้"
"แล้วเราจะหาหลักฐานชิ้นสำคัญนั้นได้อย่างไรคะ" กานต์ชนกถาม
"ผมกำลังวิเคราะห์เส้นทางการเงินอีกครั้งครับ" คุณชาญกล่าว "ผมเชื่อว่า ยังมีร่องรอยของเงินที่ถูกโอนไปในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่านี้ และถ้าเราสามารถแกะรอยจนพบแหล่งที่มาและปลายทางที่แท้จริงได้ เราก็อาจจะเจอหลักฐานมัดตัวที่แข็งแกร่งพอ"
เมฆินทร์มองไปที่กานต์ชนก "เราต้องพยายามให้ถึงที่สุด" เขาให้คำมั่น "ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม"
4,809 ตัวอักษร