ตอนที่ 24 — ความผูกพันที่ก่อตัว
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินของธนากรกรุ๊ป แพรวาและคุณนายบุญเรือนได้กลายเป็นกำลังใจสำคัญของธนากรอย่างแท้จริง แพรวาถึงกับทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการช่วยเหลือธนากร เธอใช้ความรู้ด้านการเงินที่เธอพอมีมาช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ
"คุณธนากรคะ" แพรวาเอ่ยในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งเครียดอยู่หน้ากองเอกสาร "หนูว่าเราน่าจะลองติดต่อแหล่งเงินทุนสำรองดูนะคะ"
ธนากรมองแพรวาด้วยความประหลาดใจ "แหล่งเงินทุนสำรอง?"
"ค่ะ" แพรวาอธิบาย "คือ...คือมีนักลงทุนบางรายที่สนใจธุรกิจของเราอยู่ แต่ยังลังเลอยู่ หนูคิดว่าถ้าเราสามารถแสดงให้เขาเห็นถึงศักยภาพของเราได้ เขาน่าจะยอมลงทุน"
ธนากรครุ่นคิดตามคำพูดของแพรวา "เป็นความคิดที่ดีนะแพรวา" เขาเอ่ย "แต่เราจะติดต่อพวกเขาได้อย่างไร"
"หนูรู้จักนักลงทุนคนหนึ่งค่ะ" แพรวาตอบ "เป็นเพื่อนของคุณพ่อ สมัยที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่"
"จริงเหรอ" ธนากรมองเธอด้วยความหวัง "ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ช่วยได้มากเลยนะ"
"หนูจะลองติดต่อให้ค่ะ" แพรวาตอบอย่างกระตือรือร้น
ในขณะเดียวกัน คุณนายบุญเรือนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านได้นำเครื่องเพชรบางส่วนไปจำนำ เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือธนากรเป็นการชั่วคราว แม้ว่ามันจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่มันก็แสดงถึงความห่วงใยและน้ำใจอันประเสริฐ
"ไม่ต้องห่วงนะธนากร" คุณนายบุญเรือนกล่าว "ถึงแม้ว่าเครื่องเพชรเหล่านี้จะมีค่ากับฉันมาก แต่ฉันก็ยอมที่จะเสียมันไป เพื่อช่วยให้บริษัทของเธอผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้"
ธนากรรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของคุณนายบุญเรือนอย่างสุดซึ้ง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีคนยอมเสียสละเพื่อเขามากถึงเพียงนี้
"ขอบคุณครับคุณนาย" ธนากรอุทานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรจริงๆ"
"ไม่ต้องคิดมากหรอก" คุณนายบุญเรือนยิ้ม "ถือเสียว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน"
คำพูดของคุณนายบุญเรือนทำให้ธนากรรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความผูกพันระหว่างเขากับคุณนายบุญเรือน และแพรวา เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างแท้จริง
วันต่อมา แพรวาก็สามารถติดต่อนักลงทุนรายนั้นได้สำเร็จ นักลงทุนแสดงความสนใจที่จะรับฟังข้อเสนอของธนากร และนัดหมายเพื่อเข้าพบ
"คุณธนากรคะ" แพรวาแจ้งข่าวด้วยความตื่นเต้น "ท่านนักลงทุนตอบรับแล้วค่ะ! ท่านจะเข้ามาพบเราในวันมะรืนนี้!"
ธนากรมองแพรวาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง "ดีมากเลยแพรวา! ขอบใจเธอมากนะ"
"หนูแค่ทำในสิ่งที่ควรจะทำค่ะ" แพรวาตอบยิ้มๆ
บรรยากาศในบริษัทเริ่มมีความหวังมากขึ้นอีกครั้ง พนักงานทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันเตรียมข้อมูลและเอกสารต่างๆ เพื่อนำเสนอให้นักลงทุน
ระหว่างการเตรียมงาน ธนากรมักจะพบว่าตัวเองเผลอมองแพรวาอยู่บ่อยครั้ง เขาเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มตลอดเวลา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และท่าทางที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็ง
"แพรวา" ธนากรอุทานขึ้นมาขณะที่พวกเขากำลังนั่งทำงานด้วยกัน "คุณเหนื่อยไหม"
"ไม่เหนื่อยค่ะ" แพรวาตอบ "หนูแค่อยากให้คุณผ่านมันไปได้"
"ผมรู้" ธนากรมองเธอ "และผมก็รู้สึกโชคดีมากที่มีคุณอยู่ข้างๆ"
แพรวาหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย "คุณธนากรคะ"
"ผมอยากจะขอบคุณคุณจริงๆ นะแพรวา" ธนากรอธิบาย "ถ้าไม่มีคุณ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร"
"หนูเต็มใจค่ะ" แพรวาตอบ "คุณเป็นมากกว่าเจ้านายของหนูแล้วตอนนี้"
คำพูดของแพรวาทำให้ธนากรรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันจะพัฒนาไปได้ไกลถึงเพียงนี้
ในวันนัดพบกับนักลงทุน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แพรวาได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ อย่างน่าประทับใจ และนักลงทุนก็แสดงความพอใจเป็นอย่างมาก
"ผมเห็นถึงศักยภาพของบริษัทคุณธนากร" นักลงทุนกล่าว "และผมก็เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถร่วมงานกันได้"
หลังจากนักลงทุนกลับไป ธนากรก์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารู้สึกเบาใจขึ้นมาก
"เราทำได้แล้ว!" ธนากรอุทานด้วยความดีใจ "เราทำได้จริงๆ!"
แพรวายิ้มกว้าง "หนูดีใจด้วยนะคะคุณธนากร"
ธนากรมองแพรวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย "แพรวา" เขาเอ่ย "ผมอยากจะขอบคุณคุณอีกครั้ง"
"คุณธนากรคะ" แพรวาเอ่ย "เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะ"
คำพูดของแพรวาทำให้ธนากรรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขาเอื้อมมือไปจับมือของแพรวาไว้แน่น
"ใช่" ธนากรอธิบาย "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน"
ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ ทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองรู้ดีว่าต่อจากนี้ไป โลกทั้งใบของพวกเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
3,567 ตัวอักษร