ตอนที่ 4 — เรือนหอที่เต็มไปด้วยความลับ
“คุณแพรวา…คุณธนากรมาถึงแล้วครับ” คนขับเอ่ยขึ้น
แพรวาหันไปมอง และพบกับร่างของธนากรที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาอยู่ในชุดลำลองที่ดูสบายๆ แต่ยังคงความเท่ไว้ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง จับคู่กับกางเกงสแล็คสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาฉายแววอ่อนโยนลงไปเล็กน้อยกว่าตอนที่เธอพบกันครั้งแรก ราวกับว่าเขาได้เตรียมตัวมาเพื่อต้อนรับเธอจริงๆ
“ผมมารับคุณ” เขาเอ่ยทักทาย พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่ดูอบอุ่นกว่าครั้งไหนๆ “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคุณ…ภรรยา”
คำว่า ‘ภรรยา’ ที่หลุดออกจากปากเขา ทำให้แพรวารู้สึกประหม่าเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ แต่การถูกเรียกเช่นนั้นก็ทำให้รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเกินกว่าที่เธอคาดคิด เธอส่งยิ้มตอบรับ “ขอบคุณค่ะ…คุณธนากร”
“มาเถอะครับ” ธนากรผายมือเชิญให้เธอเดินตามเข้าไปในตัวคฤหาสน์ “ผมจะพาคุณไปดูห้องของคุณกับคุณแม่”
แพรวาประคองแม่ขึ้นรถอีกครั้ง เธอสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าในตัวแม่ แต่ก็มีความตื่นเต้นและความกังวลปะปนกันไป การเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หรูนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อน
“คุณแพรวาคะ…ที่นี่สวยจังเลยค่ะ” คุณนายบุญเรือนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ฉายแววชื่นชม “เหมือนในเทพนิยายเลย”
“ค่ะแม่…เดี๋ยวเราก็ได้อยู่กันที่นี่แล้วนะคะ” แพรวาตอบพลางยิ้มให้แม่
ธนากรเดินนำหน้าไปด้วยท่าทางสง่า เขาพาพวกเธอผ่านโถงทางเดินที่โอ่อ่า ประดับประดาไปด้วยภาพวาดโบราณและรูปปั้นแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง พื้นหินอ่อนขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
“ห้องของคุณอยู่ชั้นบนสุดครับ” ธนากรบอก “ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบความเป็นส่วนตัว”
เขาพาพวกเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะบรรทุกรถยนต์ได้สองสามคัน ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่กว้างขวางและเงียบสงบ มีห้องพักหลายห้องเรียงรายอยู่ตลอดแนว
“นี่คือห้องของคุณแพรวาครับ” ธนากรเปิดประตูบานหนึ่งออก เผยให้เห็นห้องนอนที่กว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาดตา เตียงขนาดคิงไซส์ตั้งอยู่กลางห้อง ผ้าม่านโปร่งสีครีมพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากระเบียงกระจกใสที่เปิดออกสู่ทิวทัศน์อันงดงามของสวน
“ว้าว…สวยจังเลยค่ะ” แพรวาอุทานด้วยความประทับใจ เธอเดินเข้าไปสำรวจห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ มันใหญ่กว่าห้องนอนของเธอที่บ้านเดิมเสียอีก “ขอบคุณค่ะ”
“ส่วนห้องของคุณแม่…อยู่ติดกันครับ” ธนากรพาเธอไปยังอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นกว่า “ผมจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้คุณแม่รู้สึกสบายที่สุด”
คุณนายบุญเรือนเดินเข้าไปสำรวจห้องด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจมากนะคุณธนากร แม่รู้สึกดีขึ้นมากเลยที่ได้มาอยู่ที่นี่”
“ผมดีใจครับที่คุณแม่ชอบ” ธนากรตอบ “ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม บอกได้ตลอดนะครับ”
หลังจากจัดการเรื่องที่พักให้คุณแม่เรียบร้อยแล้ว ธนากรก็หันมาทางแพรวา “เดี๋ยวผมจะพาคุณไปดูส่วนอื่นๆ ของบ้านนะครับ”
“ค่ะ” แพรวาตอบรับ เธอรู้สึกว่าการได้อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกับเขา แม้จะเป็นเพียงข้อตกลง ก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกประหม่าอยู่ดี
ธนากรพาเธอเดินชมส่วนต่างๆ ของคฤหาสน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม มีห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือหายาก ห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างหรูหราพร้อมเตาผิง ห้องรับประทานอาหารที่ใหญ่พอจะรองรับแขกได้เป็นร้อยคน รวมถึงห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำในร่ม และโรงภาพยนตร์ส่วนตัว
“คุณมีทุกอย่างครบครันจริงๆ ค่ะ” แพรวาเอ่ยชมด้วยความทึ่ง
“ผมเชื่อว่าชีวิตควรจะสะดวกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ธนากรตอบ “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องมาอยู่ที่นี่”
“แล้ว…เรื่องการรักษาพยาบาลของแม่…จะเริ่มเมื่อไหร่คะ” แพรวาถามขึ้นอย่างกังวล
“พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้รถไปรับคุณกับคุณแม่ไปโรงพยาบาลที่คุณต้องการ” ธนากรตอบ “ผมได้ประสานงานกับทางโรงพยาบาลไว้แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาดูแลคุณแม่เป็นพิเศษ”
“ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ” แพรวารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก “ดิฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี”
“แค่คุณทำตามข้อตกลงของเรา…ผมก็พอใจแล้ว” ธนากรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องที่ดวงตาของเธออย่างไม่วางตา ราวกับต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“ค่ะ…ดิฉันจะทำค่ะ” แพรวาตอบรับ
“เย็นนี้…เราจะมีแขกมาทานอาหารเย็นที่บ้าน” ธนากรบอก “ผมอยากให้คุณ…ในฐานะภรรยาของผม…ออกมาต้อนรับแขกด้วยกัน”
แพรวาหน้าซีดลงเล็กน้อย “แขก…ใครคะ”
“เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของผมครับ” เขาตอบ “บางท่านอาจไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน…ผมอยากให้พวกเขาเห็นว่าผมมี ‘คู่ชีวิต’ ที่เหมาะสม”
“แต่…ดิฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยค่ะ” แพรวากล่าวอย่างติดขัด
“ไม่ต้องห่วงครับ” ธนากรเอื้อมมือมาแตะที่แขนของเธอเบาๆ “ผมจะให้เลขาส่วนตัวของผม…คุณมาลี…มาช่วยคุณเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าและการแต่งหน้า เครื่องประดับ ผมมีให้เลือกมากมายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของผม”
แพรวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แล้ว…คุณแม่ล่ะคะ”
“คุณแม่พักผ่อนที่ห้องก่อนก็ได้ครับ” ธนากรบอก “ผมจะให้คนคอยดูแลอย่างดี”
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น แพรวาปรากฏตัวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่มาลีเลือกให้ มันเข้ารูปพอดีตัว ทำให้เธอขับผิวและดูสง่างามกว่าที่เคย เธอจัดแต่งทรงผมและแต่งหน้าอย่างพิถีكพิถีพิถัน จนแทบจะจำตัวเองไม่ได้
เมื่อเธอเดินลงบันไดมา ธนากรที่ยืนรออยู่แล้วถึงกับชะงัก เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“คุณ…สวยมากครับ” เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
แพรวาหน้าแดงเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ”
“พร้อมหรือยังครับ” เขาถาม
“ค่ะ”
ธนากรเดินเข้ามาประคองแขนเธอไว้เบาๆ แล้วพาเธอไปยังห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ที่มีแขกเหรื่อราวสิบกว่าคนกำลังนั่งรออยู่ เมื่อพวกเขาปรากฏตัวขึ้น ทุกสายตาก็หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว
“ขอแนะนำให้รู้จัก ภรรยาของผม…คุณแพรวา วัฒนากุล ครับ” ธนากรแนะนำเธอด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและภาคภูมิใจ
แพรวายิ้มตอบรับแขกทุกคนอย่างสุภาพ เธอพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด แม้จะรู้สึกประหม่าก็ตาม
ตลอดมื้ออาหาร แพรวารู้สึกราวกับเป็นนางพญาที่ถูกนำมาแสดง ธนากรดูแลเอาใจเธอเป็นอย่างดี คอยตักอาหารให้ พูดคุยกับเธออย่างใกล้ชิดราวกับคู่รักที่รักใคร่กัน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็สังเกตเห็นสายตาบางคู่ที่มองมายังเธอด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ
“คุณแพรวา…คุณมาทำงานที่นี่ได้อย่างไรคะ” หญิงสาวคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ขณะที่ธนากรกำลังจะลุกไปหยิบเครื่องดื่ม
แพรวาชะงักไปเล็กน้อย “ดิฉัน…เป็นภรรยาของคุณธนากรค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง
“ภรรยา…หรือคะ” หญิงสาวคนนั้นยิ้มเยาะ “ฉันเคยเห็นคุณแพรวา…คุณทำงานที่ร้านกาแฟแถวบ้านคุณธนากรนี่นา”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่แพรวาด้วยความคาดเดา
“คุณแพรวา…คุณคงจำคนผิด” ธนากรพูดขึ้นทันที “นี่คือคุณแพรวา วัฒนากุล ภรรยาของผม…เธอไม่เคยทำงานที่ร้านกาแฟที่ไหน”
“แต่…ฉันจำได้แม่นเลยค่ะ” หญิงสาวคนนั้นยืนยัน “วันนั้นคุณแพรวาก็คุยกับคุณธนากรเหมือนกัน…เหมือนกำลังจะขอความช่วยเหลืออะไรบางอย่าง”
แพรวารู้สึกเหมือนพื้นดินกำลังจะถล่มลงมา เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครจำเธอได้ และยิ่งไปกว่านั้น คนที่จำได้ดันเป็นแขกของธนากรเอง
“คุณ…คุณพูดอะไรของคุณ” แพรวาถามเสียงสั่น
“ฉันเห็นนะ…คุณธนากร” หญิงสาวคนนั้นหันไปพูดกับธนากร “คุณหลอกใช้เธอหรือเปล่าคะ”
ธนากรหันไปมองหญิงสาวคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา “พอได้แล้ว คุณสมฤดี ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดดีๆ ก็เชิญออกไปจากบ้านผมได้เลย”
“แต่ฉันพูดความจริงนะคะ” หญิงสาวคนนั้นยังคงไม่ลดละ
“ถ้าคุณยังไม่หยุด ฉันจะให้คนมาเชิญคุณออกไปจริงๆ” ธนากรขู่
หญิงสาวคนนั้นหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงจ้องมองมาที่แพรวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ฉันไปก็ได้! แต่ฉันจะคอยดูว่าความสัมพันธ์ของคุณสองคนจะไปได้ถึงแค่ไหน!”
เมื่อคุณสมฤดีเดินออกไปจากห้องไปแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ยังคงอึดอัด แพรวารู้สึกอับอายและโกรธในเวลาเดียวกัน เธอมองไปที่ธนากรด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไม…ทำไมเธอถึงจำฉันได้” แพรวากระซิบถาม
“ผมก็ไม่แน่ใจ” ธนากรตอบ “แต่คุณไม่ต้องกังวล…ผมจัดการได้”
“จัดการ…ยังไงคะ” แพรวาถาม “เธอรู้เรื่องของเราแล้วนะคะ”
“ผมจะทำให้เรื่องนี้เงียบที่สุด” ธนากรพูด “และอีกอย่าง…ผมไม่ได้หลอกใช้คุณ”
“แล้ว…คุณเรียกฉันมาที่นี่ ทำไมคะ” แพรวาถาม
“ผมบอกคุณแล้ว…ผมต้องการ ‘ผู้หญิงของผม’ ในนาม” ธนากรตอบ “คุณสมฤดีเป็นหุ้นส่วนที่ค่อนข้างจะ…อยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเป็นพิเศษ ผมเลยต้องแสดงให้เธอเห็นว่าผมมีภรรยาที่เหมาะสม”
“แล้ว…ถ้ามีคนอื่นจำฉันได้ล่ะคะ” แพรวากังวล
“คุณมีผม” ธนากรพูด “ผมจะจัดการทุกอย่างเอง…คุณแค่ต้องทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด”
แพรวาถอนหายใจ พลางคิดในใจว่าชีวิตของเธอหลังจากนี้คงจะไม่ง่ายเลย การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เธอและธนากร แต่ยังรวมถึงความลับและอันตรายที่อาจเข้ามาทดสอบความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ตลอดเวลา
7,165 ตัวอักษร