ตอนที่ 4 — ยิ่งใกล้ ยิ่งหวั่นไหว
พลอยชมพูรู้สึกราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ การที่ท่านประธานกษิดิศกล่าวว่า "เรามาทำงานด้วยกัน ไม่ใช่มาออกเดท" นั้นถึงแม้จะฟังดูเป็นการตอกย้ำขอบเขตของความสัมพันธ์ แต่กลับทำให้ใจของเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดบนเครื่องบินตลอดการเดินทางสี่ชั่วโมงนั้นเหมือนเป็นบททดสอบที่ท้าทายความอดทนของเธออย่างแท้จริง ทุกครั้งที่เขาเอื้อมมือมาหยิบเอกสาร หรือขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเขาจะแผ่ซ่านเข้ามาแตะจมูก สร้างความประหม่าปนสับสนให้เธออย่างบอกไม่ถูก
"คุณพลอยชมพู" เสียงทุ้มต่ำของคุณกษิดิศดังขึ้น เรียกสติของเธอให้กลับคืนมา "คุณดูเหม่อลอยไปหน่อยนะ มีอะไรที่ผมพูดไปแล้วคุณไม่เข้าใจหรือเปล่า"
พลอยชมพูผงกศีรษะทันที "เปล่าค่ะ ท่านประธาน ดิฉันกำลังตั้งใจฟังอยู่ค่ะ" เธอรีบดึงความสนใจกลับมาที่เอกสารตรงหน้า พยายามจดจำทุกรายละเอียดที่เขาอธิบายเกี่ยวกับแผนการตลาดใหม่สำหรับตลาดต่างประเทศ
"ดี" เขาตอบรับ "เราต้องแน่ใจว่าทุกอย่างจะราบรื่นที่สุด การเจรจาครั้งนี้สำคัญมากสำหรับบริษัทของเรา"
"ดิฉันทราบค่ะ" เธอตอบ "ดิฉันได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งในตลาดสิงคโปร์ รวมถึงแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันไว้แล้วค่ะ"
คุณกษิดิศเลิกคิ้วเล็กน้อย "คุณเตรียมข้อมูลพวกนี้มาด้วยเหรอ ผมไม่ได้สั่งให้คุณทำนะ"
"คือ... ดิฉันคิดว่าข้อมูลเหล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์ในการเจรจาค่ะ" พลอยชมพูอธิบายอย่างเกร็งๆ "เลยลองหาข้อมูลมาเผื่อไว้ค่ะ"
เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "คุณนี่มีความรับผิดชอบสูงกว่าที่ผมคิดไว้นะ"
คำชมนั้นทำให้พลอยชมพูรู้สึกใจฟูขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอพยายามเก็บอาการดีใจเอาไว้ "ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน"
เมื่อเครื่องบินใกล้จะลงจอด คุณกษิดิศหันมาหาเธออีกครั้ง "หลังจากนี้ เราจะตรงไปที่โรงแรมเลย คุณได้เตรียมการเรื่องการเช็คอินไว้แล้วใช่ไหม"
"ค่ะ" พลอยชมพูตอบ "ดิฉันได้แจ้งทางโรงแรมไว้แล้วว่าจะเข้าพักในช่วงบ่าย และได้ขอห้องพักที่อยู่ใกล้กับห้องประชุมไว้ให้แล้วค่ะ"
"ดีมาก" เขาพยักหน้า "แล้วคืนนี้มีกำหนดการอะไรที่ต้องให้ผมทราบอีกไหม"
"ในคืนนี้ไม่มีการประชุมอย่างเป็นทางการค่ะ แต่ทางคุณวิบูลย์ เจ้าของบริษัทคู่ค้าที่เราจะเข้าพบในวันพรุ่งนี้ ได้เรียนเชิญเราไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเล็กๆ เพื่อทำความรู้จักกันก่อนค่ะ"
"เขาชวนเราไปทานข้าว?" คุณกษิดิศถาม "คุณตอบรับไปแล้วหรือยัง"
"ดิฉันได้ตอบรับเบื้องต้นไปแล้วค่ะ และได้แจ้งว่าเราจะแจ้งจำนวนผู้เข้าร่วมอีกครั้งค่ะ"
"ดี" เขากล่าว "ผมจะไปด้วย"
เมื่อลงจากเครื่องบิน บรรยากาศที่สิงคโปร์ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก อากาศร้อนชื้นต่างจากกรุงเทพฯ เล็กน้อย พลอยชมพูทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานอย่างเต็มที่ เธอจัดการเรื่องรถรับส่งจากสนามบินไปยังโรงแรม และคอยอำนวยความสะดวกให้กับคุณกษิดิศ
เมื่อมาถึงโรงแรมที่โอ่อ่าและหรูหรา คุณกษิดิศก็ตรงเข้าไปยังห้องประชุมทันที ส่วนพลอยชมพูนั้น เธอจัดการเรื่องการเช็คอินและขนสัมภาระไปยังห้องพักของเธอ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องของท่านประธานนัก
หลังจากจัดของเสร็จเรียบร้อย พลอยชมพูก็กลับมายังห้องของเธอ เธอหยิบชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่เตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำมาสวมใส่ มันเป็นชุดที่สุภาพแต่แฝงไปด้วยความสง่างาม เธอแต่งหน้าแต่งตาเล็กน้อยเพื่อให้ดูดีที่สุด เพราะนี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้พบปะและสร้างความประทับใจให้กับนักธุรกิจคนสำคัญ
เมื่อถึงเวลานัดหมาย พลอยชมพูเดินไปยังล็อบบี้ของโรงแรม เธอเห็นคุณกษิดิศยืนรออยู่แล้วในชุดสูทสีดำที่ดูเนี้ยบกริบ เขากำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ท่านประธานคะ" เธอเรียกเสียงเบา
คุณกษิดิศหันมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอในชุดเดรส
"คุณแต่งตัวสวยทีเดียว" เขาเอ่ยชมอย่างไม่คาดคิด "ผมไม่ทราบว่างานเลี้ยงคืนนี้ต้องแต่งกายเป็นทางการขนาดนี้"
พลอยชมพูหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย "ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้สร้างความประทับใจให้กับคู่ค้าค่ะ"
"ก็จริงของคุณ" เขาพยักหน้า "ไปกันเถอะครับ คุณวิบูลย์คงรออยู่แล้ว"
ทั้งสองเดินออกจากโรงแรมไปยังร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ไม่ไกลนัก บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นและหรูหรา คุณวิบูลย์ เจ้าของบริษัทคู่ค้า ทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง
"สวัสดีครับคุณกษิดิศ ยินดีต้อนรับสู่สิงคโปร์นะครับ" คุณวิบูลย์ยื่นมือมาทักทาย "และนี่คงเป็นเลขาคนเก่งของคุณสินะครับ"
"ใช่ครับ คุณวิบูลย์ นี่คุณพลอยชมพู ผู้ช่วยของผมครับ" คุณกษิดิศแนะนำ
พลอยชมพูยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะคุณวิบูลย์ ดิฉันพลอยชมพูค่ะ"
ตลอดมื้ออาหาร คุณกษิดิศเป็นฝ่ายสนทนาหลักเกี่ยวกับธุรกิจ เขาอธิบายวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างน่าประทับใจ คุณวิบูลย์เองก็ดูจะชื่นชมในตัวเขามาก
พลอยชมพูทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี เธอคอยจดบันทึกประเด็นสำคัญๆ ที่มีการพูดคุยกัน และคอยสังเกตการณ์ท่าทีของทุกคน เธอรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นเจ้านายของเธอแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับอาหาร คุณวิบูลย์ก็หันมาทางพลอยชมพู
"คุณพลอยชมพูครับ นอกจากจะเป็นผู้ช่วยที่เก่งกาจแล้ว คุณยังมีความรู้เรื่องการตลาดด้วยใช่ไหมครับ"
พลอยชมพูแปลกใจเล็กน้อยที่เขาเอ่ยถามเรื่องนี้ "พอมีความรู้บ้างค่ะ" เธอตอบอย่างถ่อมตน
"เยี่ยมเลย" คุณวิบูลย์กล่าว "ผมกำลังมองหาไอเดียใหม่ๆ ในการขยายตลาดมาเลเซียอยู่พอดี ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีคำแนะนำอะไรบ้างไหม"
พลอยชมพูลังเลเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจว่าควรจะแสดงความคิดเห็นหรือไม่ แต่คุณกษิดิศก็หันมามองเธอเป็นเชิงให้กำลังใจ
"คุณพลอยชมพูมีความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่น่าสนใจนะครับ" คุณกษิดิศกล่าวเสริม "ผมเชื่อว่าเธอจะให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้"
เมื่อได้รับไฟเขียว พลอยชมพูก็เริ่มอธิบายแนวคิดของเธอเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดที่เน้นการใช้โซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่น เธอวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและนำเสนอวิธีการเข้าถึงที่แตกต่างจากคู่แข่ง
ทั้งคุณวิบูลย์และคุณกษิดิศต่างตั้งใจฟังเธออย่างเงียบๆ เมื่อเธอพูดจบ คุณวิบูลย์ก็ปรบมือเบาๆ
"ยอดเยี่ยมมากครับคุณพลอยชมพู! เป็นไอเดียที่น่าสนใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดถึงมุมนี้มาก่อนเลย"
คุณกษิดิศยิ้มอย่างพอใจ "ผมบอกแล้วว่าคุณพลอยชมพูมีความคิดที่ไม่ธรรมดา"
พลอยชมพูรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็มีความสุขที่ความคิดเห็นของเธอได้รับการยอมรับ
หลังจากมื้อค่ำเสร็จสิ้น คุณกษิดิศและพลอยชมพูก็เดินทางกลับโรงแรม
"คุณทำได้ดีมากครับ" คุณกษิดิศกล่าวขณะที่ทั้งคู่อยู่ในลิฟต์ "ผมประทับใจในความสามารถของคุณจริงๆ"
"ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน" พลอยชมพูตอบ รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเธอกำลังลอยละล่อง
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก พลอยชมพูก็ทิ้งตัวลงบนเตียง เธอรู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก การได้ใกล้ชิดกับคุณกษิดิศในการเดินทางครั้งนี้ ทำให้เธอได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขา ที่ไม่ใช่แค่เจ้านายที่เย็นชา แต่เป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดและให้โอกาสลูกน้องได้แสดงความสามารถ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปใบเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นรูปของเธอกับคุณแม่ที่ยิ้มแย้ม เธอหยิบรูปนั้นขึ้นมาแนบแก้ม ความคิดถึงบ้านและความรู้สึกอบอุ่นใจถาโถมเข้ามา
"แม่คะ หนูทำได้แล้วค่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง
แต่แล้วความคิดก็แวบเข้ามาในหัว... ความรู้สึกที่เธอมีต่อท่านประธานมันคืออะไรกันแน่? มันเป็นเพียงความชื่นชมในตัวเขาในฐานะเจ้านาย หรือมันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น? ยิ่งได้ใกล้ชิดกับเขามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกสับสนในหัวใจของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
6,041 ตัวอักษร