ตอนที่ 10 — ความจริงอันเจ็บปวดที่เปิดเผย
แสงแดดยามเช้าที่เคยอบอุ่นกลับดูหม่นหมองลงไปถนัดตาเมื่ออาคิราก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเขา บรรยากาศที่เคยเป็นที่สงบและปลอดภัยสำหรับเขา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีขัดเงา รวบรวมสมาธิก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องโทรหา
"ว่าไง อาคิรา" เสียงของชายสูงวัยดังขึ้นจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นมีความเหนื่อยล้าแฝงอยู่ แต่ก็ยังคงความเด็ดขาดที่คุ้นเคย
"ท่านครับ ผมมีเรื่องต้องเรียนให้ท่านทราบ" อาคิรากล่าวเสียงเรียบ แววตาฉายแววครุ่นคิด
"เรื่องอะไร มีอะไรร้ายแรงงั้นหรือ"
"ชายอสรพิษ... เขาเสียชีวิตแล้วครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังมาจากปลายสาย "รู้แล้ว... โทษทีนะอาคิรา ที่เรื่องมันบานปลายไปถึงขนาดนี้"
"ไม่เป็นไรครับท่าน" อาคิราตอบ "แต่ก่อนที่เขาจะตาย เขาได้พูดอะไรบางอย่างออกมา ผมคิดว่าท่านน่าจะอยากฟัง"
"เขาพูดว่าอะไร"
"เขาบอกว่า... สิ่งที่พ่อของท่านทำในอดีต เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด"
น้ำเสียงของผู้เป็นบิดาแปรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน "พ่อฉัน... แกพูดว่ายังไงนะ"
"เขาบอกว่า พ่อของท่านเป็นคนพรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเขา ทำให้เขาต้องอยู่อย่างยากลำบากมาตลอด และนั่นคือเหตุผลที่เขาแค้นคุณอา มาถึงตอนนี้" อาคิราเล่ารายละเอียดที่ชายอสรพิษได้บอกกับเขา
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงของบิดาอาคิราสั่นเครือ "พ่อฉันไม่เคย... พ่อฉันเป็นคนดี"
"ผมก็คิดแบบนั้นครับท่าน" อาคิรากล่าว "แต่เมื่อชายอสรพิษพูดแบบนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่"
"แกต้องการจะบอกอะไรอาคิรา"
"ผมอยากให้ท่านเล่าเรื่องในอดีตให้ผมฟังครับ เรื่องของพ่อของท่าน... และครอบครัวของชายอสรพิษ" อาคิรากล่าวอย่างตรงไปตรงมา "ผมอยากรู้ความจริงทั้งหมด"
หลังจากวางสายจากบิดา อาคิราก็เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าสีครามที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีทองยามบ่าย ภาพของเมษาที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเช้านี้ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เขาเคยคิดว่าชีวิตของเขาจะคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป เป็นมาเฟียที่ไร้รัก ไร้ความรู้สึก แต่เมื่อเมษาเข้ามาในชีวิต กำแพงเหล่านั้นก็เริ่มพังทลายลง
"คุณอาคะ" เสียงหวานใสของเมษาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เขาหันกลับไปมอง "กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่คะ"
อาคิราเดินเข้าไปโอบเอวของเมษาไว้เบาๆ "กำลังคิดว่า โชคดีแค่ไหนที่ได้เจอเธอ"
เมษาก้มหน้าลงซบกับอกของอาคิรา "ฉันก็ดีใจค่ะ ที่ได้เจอคุณอา"
"เมษา" อาคิราเอ่ยเสียงทุ้ม "ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการต่ออีกหน่อย เกี่ยวกับคดีเมื่อคืนนี้"
"เกี่ยวกับชายอสรพิษใช่ไหมคะ" เมษาถาม พลางเงยหน้ามองเขา
"ใช่" อาคิราพยักหน้า "และอาจจะต้องเกี่ยวไปถึงเรื่องในอดีตของพ่อฉันด้วย"
"เรื่องในอดีตของคุณอาเหรอคะ" เมษาถามด้วยความสงสัย
"ใช่" อาคิราถอนหายใจ "มันอาจจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสักหน่อย แต่ฉันคิดว่าเราควรจะรู้ความจริง"
"ไม่ว่าเรื่องอะไร ฉันก็จะอยู่ข้างคุณอาค่ะ" เมษากล่าวอย่างหนักแน่น
อาคิราก้มลงจูบหน้าผากของเมษา "ขอบคุณนะ"
หลังจากนั้น อาคิราก็ต้องออกไปพบกับบุคคลสำคัญหลายคน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต เขาเดินทางไปยังบ้านพักเก่าแก่ของคุณลุงสมศักดิ์ เพื่อนสนิทของบิดาเขา ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
"มาอีกแล้วรึ อาคิรา" ลุงสมศักดิ์กล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรขณะที่อาคิราก้าวเข้าไปในบ้าน "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
"สวัสดีครับลุงสมศักดิ์" อาคิราโค้งคำนับเล็กน้อย "ผมมาขอรบกวนเวลาลุงหน่อยครับ"
"มีอะไรว่ามาได้เลย" ลุงสมศักดิ์เชิญให้นั่งที่โซฟารับแขก "เห็นว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้"
"ใช่ครับ" อาคิราตอบ "และผมอยากจะสอบถามเรื่องในอดีตเกี่ยวกับคุณพ่อของผม และครอบครัวของชายที่ชื่อ 'อสรพิษ' ครับ"
เมื่อได้ยินชื่อ 'อสรพิษ' แววตาของลุงสมศักดิ์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "เรื่องนี้มันนานมากแล้วนะอาคิรา... นายอยากรู้จริงๆ หรือ"
"ผมอยากรู้ครับลุง" อาคิราตอบหนักแน่น "ผมอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงได้แค้นผมและครอบครัวผมขนาดนี้"
ลุงสมศักดิ์นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังย้อนนึกถึงอดีตอันขมขื่น "เรื่องมันเริ่มจาก... สมัยพ่อของแกยังหนุ่ม พ่อของแกเป็นคนที่ทะเยอทะยานมาก"
"ทะเยอทะยานยังไงครับ"
"แกใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและเงินทอง" ลุงสมศักดิ์เล่าต่อ "รวมถึงการหักหลังคนที่เคยช่วยเหลือเขาด้วย"
"หมายถึงใครครับ"
"หมายถึง พ่อของไอ้เจ้าอสรพิษนั่นแหละ" ลุงสมศักดิ์กล่าว "ชื่อ 'นพดล' เขาเป็นเพื่อนรักของพ่อแกเลยนะ ตอนแรกน่ะ"
"แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ"
"พ่อแก... ขอเรียกว่า 'ท่านประธาน' ก็แล้วกันนะ" ลุงสมศักดิ์เอ่ย "ท่านประธานไปยืมเงินก้อนใหญ่จากนพดล เพื่อมาลงทุนในธุรกิจที่กำลังจะเจ๊ง"
"แล้วคุณพ่อของชายอสรพิษก็ให้ยืมเหรอครับ"
"ให้ยืมสิ... แถมยังค้ำประกันเงินกู้ก้อนใหญ่อีกด้วย" ลุงสมศักดิ์เล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดาย "แต่พอธุรกิจของท่านประธานเริ่มดีขึ้น เขากลับไม่ยอมใช้หนี้ ไม่ยอมคืนเงิน แล้วก็... ทำลายหลักฐานทุกอย่าง"
"ทำลายยังไงครับ"
"เขาเล่นสกปรกมากอาคิรา" ลุงสมศักดิ์กล่าว "สร้างเรื่องใส่ร้ายนพดลว่ายักยอกเงินบริษัท จนสุดท้าย นพดลก็ล้มละลาย สูญเสียทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง ทรัพย์สิน"
"แย่มากเลยครับ" อาคิราพึมพำ
"ใช่... แย่มาก" ลุงสมศักดิ์ถอนหายใจ "หลังจากนั้นไม่นาน นพดลก็ตรอมใจตายไป ทิ้งลูกชายคนเดียวไว้... ก็คือไอ้เจ้าอสรพิษนั่นแหละ"
"แล้วครอบครัวของเขา... อยู่กันอย่างไรครับ"
"ลำบากมากอาคิรา" ลุงสมศักดิ์ตอบ "แม่ของมันต้องทำงานหนัก หาเงินเลี้ยงลูกเพียงลำพัง แต่ก็สู้โรคร้ายไม่ไหว ตายจากไปอีกคน"
"ทั้งหมดนี้... พ่อของผมเป็นคนทำ" อาคิรากล่าวเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกผิดบาปและความโกรธกรุ่นปะทุขึ้นในใจ
"ใช่... พ่อแกมันเหี้ยมโหดเกินไป" ลุงสมศักดิ์กล่าว "ส่วนไอ้เจ้าอสรพิษ มันก็เติบโตมาด้วยความแค้น ที่พ่อมันเล่าให้ฟังเสมอ"
"มันแค้นผม... เพราะผมเป็นลูกของพ่อมัน" อาคิราสรุป
"ใช่... และเมื่อมันโตขึ้น มันก็พยายามหาทางแก้แค้น" ลุงสมศักดิ์เล่าต่อ "มันสืบจนรู้ว่าแกก็ทำธุรกิจแบบเดียวกับพ่อแก แต่ในทางที่ถูกกฎหมายกว่า"
"มันจึงพยายามเข้ามาทำลายผม"
"มันต้องการให้แกเจ็บปวดเหมือนที่พ่อมันเคยเจ็บปวด" ลุงสมศักดิ์กล่าว "แต่สุดท้าย... มันก็พลาดท่า"
อาคิราเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งหัวใจ การได้รู้ความจริงเบื้องหลังทุกอย่าง ทำให้เขาเข้าใจแรงจูงใจของชายอสรพิษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
"ขอบคุณมากครับลุงสมศักดิ์" อาคิรากล่าว "ผมได้คำตอบที่ต้องการแล้ว"
"เรื่องนี้... มันเป็นตราบาปของครอบครัวแกนะอาคิรา" ลุงสมศักดิ์กล่าว "หวังว่าแกจะสามารถแก้ไขมันได้"
อาคิราพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ การชำระหนี้แค้นในอดีต อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่เขาคิด
5,414 ตัวอักษร