ภรรยาที่ไม่ควรรัก

ตอนที่ 1 / 34

ตอนที่ 1 — สายฝนโปรยปรายในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ

สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายราวกับจะชะล้างความอ้างว้างที่กัดกินหัวใจของเขาจนมิด ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ไร้ดาว ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนพิงรถยนต์หรูสีดำสนิท ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟถนนอันเลือนราง เขาคือ ‘ภาคิน’ ทายาทคนเดียวของตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในวงการอสังหาริมทรัพย์ ใบหน้าหล่อเหลาคมสันถูกบดบังด้วยเงาตะคุ่มของหมวกปีกกว้าง แต่สิ่งที่ฉายชัดออกมาคือแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งทะนง เขาไม่ใช่คนที่จะยินยอมก้มหัวให้ใคร หรืออ่อนข้อให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก แต่คืนนี้ หัวใจของเขาที่เคยแข็งแกร่งราวกับหินผากลับหวั่นไหวจนแทบจะแตกสลาย “คุณภาคินครับ” เสียงทุ้มต่ำของ ‘ชานน’ เลขาคู่ใจดังขึ้น แหวกผ่านม่านฝนเข้ามา “คุณนายใหญ่เรียกหาครับ” ภาคินไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดเศษฝนที่เกาะอยู่บนไหล่เสื้อสูทอย่างหงุดหงิด “บอกคุณแม่ว่าผมจะกลับไป” เสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติ ราวกับมีบางสิ่งติดค้างอยู่ในลำคอ “แต่คุณผู้หญิง... ท่านเป็นห่วงมากครับ” ชานนพยายามคะยั้นคะยอ “ผมบอกว่าจะกลับไปไง” ภาคินหันมามองเลขาสาวด้วยแววตาที่ทำให้ชานนต้องรีบก้มหน้า “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” ชานนรู้ดีว่าเมื่อภาคินถึงจุดเดือด มันจะยากแค่ไหนที่จะทำให้เขาใจเย็นลง เขาจึงรีบตอบรับ “ครับ ผมจะไปแจ้งคุณผู้หญิงให้ครับ” ขณะที่ชานนเดินจากไป ภาคินก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะสะท้อนความรู้สึกภายในใจของเขา ภาพใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงความคิด ‘รินลดา’ หญิงสาวผู้เข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบของเขา จากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ใช่ในทางที่ดีเสียด้วยสิ เขาจำได้ดีถึงวันแรกที่ได้พบเธอในงานเลี้ยงของเพื่อนสนิท ความงามของเธอโดดเด่นจนทำให้ผู้คนรอบข้างต้องหันมอง ผมยาวสลวยสีดำขลับ ดวงตาโตเป็นประกายราวกับดวงดาว ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ และรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงตะวัน เธอแตกต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอมาทั้งหมด เธอไม่ได้พยายามจะเกาะแกะ หรือประจบสอพลอเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆ ตรงกันข้าม เธอปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นหรือหลงใหลในอำนาจเงินทองของเขาเลยแม้แต่น้อย “สวัสดีค่ะ คุณภาคิน” เธอทักทายเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาของเธอกลับมีความขี้เล่นซ่อนอยู่ “คุณภาคินเป็นคนดังนะคะ ฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว” “คุณรู้จักผม?” ภาคินเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ “ใครบ้างล่ะคะที่จะไม่รู้จักตระกูล ‘พิพัฒนกุล’ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศ” รินลดาหัวเราะเบาๆ “ฉันรินลดาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” บทสนทนาสั้นๆ วันนั้นกลับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของภาคิน เขาพยายามหาโอกาสทำความรู้จักเธอมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามเข้าหา เธอก็มักจะหาทางหลบเลี่ยงไปได้เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอตรงๆ ในขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง “คุณรินลดา” ภาคินเรียกเธอเสียงเข้ม รินลดามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือคะ คุณภาคิน” “ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้” เขาพูดตรงๆ ไม่มีการอ้อมค้อม รินลดาเลิกคิ้ว “แล้วคุณคิดว่าจะทำได้อย่างไรคะ” “ผมจะขอคุณแต่งงาน” ภาคินตอบอย่างหนักแน่น รินลดากลั้นหัวเราะ “แต่งงาน? คุณภาคิน คุณเพิ่งรู้จักฉันไม่ถึงอาทิตย์ คุณจะมาขอฉันแต่งงานได้ยังไงคะ” “ผมรู้สึกกับคุณมากกว่านั้น” ภาคินยอมรับตามตรง “ผมรู้สึกว่าผมอยากอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต” รินลดาถึงกับอึ้ง เธอไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้มาก่อน “แต่... คุณภาคิน คุณไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับฉันเลยนะคะ” “ผมจะเรียนรู้” ภาคินยืนยัน “ผมจะเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ” ในที่สุด รินลดาก็ใจอ่อน ยอมรับข้อเสนอของเขา แม้จะยังคงมีความกังวลใจอยู่ลึกๆ ภาคินดูแลเธอเป็นอย่างดี เขาพาเธอไปทุกที่ที่เขาเคยไป แนะนำให้เธอรู้จักกับผู้คนมากมายในสังคมชั้นสูง แต่ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสีและความหรูหรา รินลดาก็ยังคงเป็นรินลดาคนเดิม เธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม เธอยังคงมีความคิดเป็นของตัวเอง ยังคงมีมุมที่อ่อนไหวและซ่อนความเศร้าเอาไว้ แต่แล้ว เรื่องราวก็พลิกผันอย่างไม่คาดฝัน ในวันที่ภาคินกำลังจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรส รินลดากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงจดหมายลาที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของเธอ “เรียน คุณภาคิน” “เมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ฉันคงจากไปไกลแล้ว ฉันขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ฉันไม่ใช่คนที่คุณควรรัก หรือควรจะแต่งงานด้วย โลกของเราสองคนแตกต่างกันเกินไป ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจและยกโทษให้ฉันด้วย” “ด้วยความเคารพเสมอมา” “รินลดา” ภาคินจำได้ว่าวันนั้นเขาโกรธมาก เขาโกรธเธอที่ทิ้งเขาไปอย่างไร้เหตุผล โกรธตัวเองที่ปล่อยให้เธอหายไปจากชีวิตได้ง่ายๆ เขาตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ไม่พบวี่แววใดๆ เลย จนเวลาผ่านไปเกือบห้าปี วันนี้ โชคชะตาก็พาให้เขากลับมาพบเธออีกครั้งในสภาพที่เขาไม่อยากจะเชื่อสายตา ร่างบอบบางในชุดที่ดูเก่าซอมซ่อ กำลังยืนขายดอกไม้ริมถนน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายไม่ขาดสาย ใบหน้าของเธอยังคงงดงาม แต่แววตาที่เคยสดใสกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง ภาคินยืนมองเธออยู่ห่างๆ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาไม่เคยลืมเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “คุณภาคินครับ คุณจะไปใช่ไหมครับ” ชานนถามขึ้นเมื่อเห็นภาคินยืนนิ่งมานาน ภาคินถอนหายใจยาว “อืม” เขาตอบรับสั้นๆ “ไปกันเถอะ” ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้น ภาคินก็มองย้อนกลับไปทางที่หญิงสาวคนเดิมยังคงยืนขายดอกไม้อยู่ท่ามกลางสายฝนที่หนาขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ดีว่าชีวิตของเขากำลังจะวุ่นวายอีกครั้ง และครั้งนี้ อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิมหลายเท่า

4,503 ตัวอักษร