ภรรยาที่ไม่ควรรัก

ตอนที่ 13 / 34

ตอนที่ 13 — ความเงียบที่ดังกว่าคำพูด

เสียงของ คุณหญิงอรทัย ดังก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงที่เงียบสงัด ทุกสายตาหันไปมองเธออย่างตกตะลึง ภาคินยืนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือด มือที่จับมือรินดาไว้แน่นขึ้นจนนิ้วขาวผ่อง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ของเขาถึงเลือกที่จะพูดเรื่องนี้ในเวลาเช่นนี้ “แม่ครับ… ผมขอร้อง… อย่าทำให้เรื่องนี้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลยครับ” ภาคินกล่าวเสียงสั่นเครือ เขาหันไปมองพิมพ์ลดาที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฉายชัดจนเขารู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง รินดาเองก็รู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เธอมองหน้าภาคินที่ฉายแววของความขัดแย้งในใจ และหันไปมองพิมพ์ลดาที่ยืนอยู่ห่างๆ ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอรู้สึกถึงคลื่นความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา ทั้งความสงสาร ความเห็นใจ และความหวาดระแวง “แต่แม่เป็นห่วงนะภาคิน” คุณหญิงอรทัยกล่าวเสียงจริงจัง “แม่เห็นสายตาของพิมพ์ลดา แม่เห็นว่าเธอเสียใจแค่ไหน” “แม่ครับ… พิมพ์ลดาเป็นแค่แขกคนหนึ่งในงานของเรา” ภาคินพยายามอธิบาย “เธอมาอวยพรให้เรา มันก็แค่นั้น” “แค่แขก?” คุณหญิงอรทัยหัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยหยัน “เธอคิดว่าแม่มองไม่ออกอย่างนั้นเหรอภาคิน? แม่เห็นทุกอย่างนะลูก แม่เห็นว่าเธอรักเธอมากแค่ไหน และแม่ก็เห็นว่าเธอเองก็… ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอ” คำพูดของคุณหญิงอรทัยเหมือนมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของรินดา เธอกำมือตัวเองแน่น พยายามควบคุมน้ำตาที่คลอหน่วย “แม่ครับ… ผมขอให้แม่หยุดเถอะครับ” ภาคินกล่าวเสียงเข้มขึ้น “นี่คือวันของผมกับรินดา” “แล้วความรู้สึกของพิมพ์ล่ะภาคิน?” คุณหญิงอรทัยถามเสียงดัง “เธอไม่สนใจเลยจริงๆ เหรอ? เธอจะไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหมที่เห็นผู้หญิงที่รักเธอหมดหัวใจต้องยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น?” บาทหลวงที่ยืนอยู่ข้างๆ พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย “คุณภาคินครับ คุณหญิงครับ… เราควรจะดำเนินพิธีต่อไปนะครับ” “ขอโทษครับหลวงพ่อ” คุณหญิงอรทัยกล่าว “ดิฉันแค่อยากจะแน่ใจว่าลูกชายของดิฉันกำลังตัดสินใจถูกต้อง” ภาคินหันไปมองรินดา ดวงตาของเขาสื่อสารความรู้สึกที่ซับซ้อน “ริน… ผมขอโทษ” เขาพูดเสียงแผ่วเบา รินดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอพยายามยิ้มให้ภาคิน “ไม่เป็นไรค่ะภาคิน” แต่ในใจของเธอ ความหวังเล็กๆ ที่เคยมีเมื่อครู่ เริ่มเลือนหายไป เธอเห็นความสับสนในแววตาของภาคิน และเห็นน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มของพิมพ์ลดา “แล้วถ้า… ถ้าแม่พูดถูกล่ะภาคิน?” คุณหญิงอรทัยถามต่อ “ถ้าเธอไม่ได้รักรินดาจริงๆ? ถ้าใจของเธอ… ยังเป็นของพิมพ์ลดาอยู่ล่ะ?” คำถามนั้นเหมือนระเบิดที่ถูกจุดชนวน ภาคินเงียบไป เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ทันที “แม่ครับ!” ภาคินตะโกน “พอทีเถอะครับ!” “ทำไมต้องตะโกนใส่แม่?” คุณหญิงอรทัยกล่าวเสียงสั่น “แม่ก็แค่อยากให้ลูกมีความสุข!” “แล้วถ้าผมมีความสุขกับการแต่งงานกับรินดาจริงๆ ล่ะครับแม่!” ภาคินสวนกลับ “ถ้าผมมั่นใจว่าผมรักรินดา และอยากใช้ชีวิตอยู่กับเธอ!” “แน่ใจเหรอภาคิน?” คุณหญิงอรทัยย้ำ “แน่ใจจริงๆ เหรอ? ลองมองดูพิมพ์ลดาอีกทีสิลูก” ภาคินหันไปมองพิมพ์ลดาอีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นกำลังยืนตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอ้อนวอน ภาพนั้นทำให้หัวใจของภาคินบีบรัดอย่างแรง “ภาคิน…” รินดาพูดเสียงเบา “คุณ… คุณโอเคไหม” ภาคินหันกลับมามองรินดา ใบหน้าของเธอฉายแววของความกังวลและ… ความเสียใจ เขาสะบัดหน้าเบาๆ เหมือนจะไล่ความคิดบางอย่างออกไป “ผมโอเคครับริน” ภาคินตอบ “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เสียบรรยากาศ” “ไม่เป็นไรค่ะ” รินดาตอบ “เรามาต่อกันเถอะนะคะ” คุณหญิงอรทัยยืนกอดอก มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ “แม่!” ภาคินหันไปพูดกับมารดา “ผมรักรินดา และผมจะแต่งงานกับเธอ” คุณหญิงอรทัยถอนหายใจยาว “ก็ได้… แม่เห็นแก่ความสุขของลูก” เธอกล่าวเสียงเรียบ “แต่ถ้าวันหนึ่งเธอเสียใจ… อย่ามาร้องไห้กับแม่แล้วกัน” ว่าแล้ว คุณหญิงอรทัยก็หันหลังเดินออกไปจากบริเวณพิธีอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ความเงียบที่ดังกว่าคำพูดปกคลุมไปทั่วงาน ภาคินมองตามมารดาไปด้วยแววตาที่อ่อนล้า ก่อนจะหันกลับมาหาบาทหลวง “ขออภัยครับหลวงพ่อ” ภาคินกล่าว “เรามาต่อกันเลยครับ” บาทหลวงพยักหน้า “เอาล่ะ… ภาคิน… เธอพร้อมที่จะให้คำสัตย์ต่อรินดา… รัก… ดูแล… และซื่อสัตย์ต่อเธอ… ในทุกวันของชีวิต… ตลอดไปหรือไม่?” ภาคินมองหน้ารินดา ดวงตาของเขาสื่อสารความมุ่งมั่น “ผมพร้อมครับ” เขาตอบเสียงหนักแน่น “รินดา… เธอพร้อมที่จะให้คำสัตย์ต่อภาคิน… รัก… ดูแล… และซื่อสัตย์ต่อเขา… ในทุกวันของชีวิต… ตลอดไปหรือไม่?” รินดาเงยหน้าขึ้นมองภาคิน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ เธอสัมผัสได้ถึงความพยายามของเขาที่จะก้าวข้ามทุกอย่างไปให้ได้ “ดิฉันพร้อมค่ะ” รินดาตอบเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว บาทหลวงยิ้ม “งั้น… โปรดมอบแหวนให้แก่กันและกัน” ภาคินหยิบแหวนแต่งงานขึ้นมา เขาสวมมันให้กับรินดา “ริน… ผมรักคุณ” รินดาสวมแหวนให้กับภาคิน “ฉันก็รักคุณค่ะภาคิน” “ขอพระพรจงประทานแก่คู่บ่าวสาว” บาทหลวงกล่าว “เดี๋ยวนี้… และตลอดไป… บัดนี้… ในนามของพระบิดา… พระบุตร… และพระจิต… อาเมน” “ตอนนี้… คุณพ่อสามารถจุมพิตเจ้าสาวได้” ภาคินโน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากของรินดาอย่างแผ่วเบา เป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยคำสัญญาและความหวัง ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกเหรื่อที่ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในมุมหนึ่งของงาน… พิมพ์ลดายังคงยืนนิ่ง น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน ภาพตรงหน้าคือภาพที่เธอไม่อยากเห็นที่สุดในชีวิต

4,263 ตัวอักษร