ตอนที่ 21 — ความจริงที่ซ่อนเร้นเบื้องหลัง
รินดาและภาคินชะงักไปเมื่อเห็นพิมพ์ลดาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขาอย่างกะทันหัน ใบหน้าของพิมพ์ลดาซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“พิมพ์ลดา!” ภาคินอุทานด้วยความประหลาดใจปนเป็นห่วง “เธอไม่เป็นอะไรนะ”
พิมพ์ลดาพยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉัน... ฉันเกือบจะแย่แล้วค่ะ”
“เกิดอะไรขึ้น” รินดาถามอย่างร้อนรน พุ่งเข้าไปประคองพิมพ์ลดาไว้ “คุณอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ฉัน... ฉันถูกพามาที่นี่ค่ะ” พิมพ์ลดาพูดเสียงสั่นเครือ “โดย... โดยคนที่คุณแม่ของคุณ... ส่งมา”
ภาคินขมวดคิ้ว “แม่ของฉัน?”
“ใช่ค่ะ” พิมพ์ลดาตอบ “เขาบอกว่า... จะพาฉันไปหาคุณ... แต่พอมาถึงที่นี่... พวกเขาก็ขังฉันไว้ในห้อง”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” ภาคินกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
“ดิฉันว่า... เราควรจะรีบพาคุณพิมพ์ลดาออกไปจากที่นี่ก่อนค่ะ” รินดาเสนอ “แล้วค่อยมาคุยกัน”
ขณะที่พวกเขากำลังจะพาพิมพ์ลดาเดินออกไป สมชายและลูกน้องก็ปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขาไว้
“คุณภาคินครับ” สมชายกล่าวเสียงเรียบ “คุณหญิง... ให้ผมมารับคุณพิมพ์ลดา... กลับไป”
“ฉันไม่กลับ!” พิมพ์ลดาตะโกนเสียงดัง “ปล่อยฉันไปนะ!”
“ขอโทษครับคุณพิมพ์ลดา” สมชายกล่าว “ผมมีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่ง”
“อย่ามายุ่งกับฉันนะ!” พิมพ์ลดาพยายามจะดิ้นหนี แต่ก็ถูกสมชายคว้าแขนไว้
ภาคินเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้ามาขวาง “ปล่อยเธอ!”
“คุณภาคินครับ” สมชายหันมา “อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ”
“ผมไม่สน!” ภาคินยืนกราน “ถ้าคุณไม่ปล่อยเธอ... ผมจะแจ้งตำรวจ”
“แจ้งตำรวจ?” สมชายหัวเราะเยาะ “คุณคิดว่าตำรวจจะทำอะไรได้ที่นี่”
“คุณกำลังข่มขู่ประชาชนนะครับ” รินดาพูดแทรกขึ้น “คุณรู้ไหมว่านี่เป็นความผิด”
“ผมทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจครับ” สมชายกล่าว “และที่นี่... คำสั่งของผู้มีอำนาจ... คือกฎ”
ขณะที่สถานการณ์กำลังจะตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง สมชายและลูกน้องหันไปมอง พร้อมกับภาคิน รินดา และพิมพ์ลดา
“หยุดนะ!” เสียงนั้นดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองต้นเสียง พบกับคุณหญิงบุษบา ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของหล่อนฉายแววขุ่นเคือง แต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นใจ
“แม่...” ภาคินกล่าวอย่างประหลาดใจ
“แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ” รินดาถาม
คุณหญิงบุษบาเดินตรงเข้ามาหาภาคิน “แม่มาหยุดภาคิน... ก่อนที่ภาคินจะทำเรื่องโง่ๆ”
“โง่ๆ?” ภาคินทวนคำ “แม่หมายความว่ายังไง”
“พิมพ์ลดา... เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่ภาคินคิด” คุณหญิงบุษบาพูดเสียงเย็นชา “เขามาเพื่อหลอกภาคิน... เขาต้องการจะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากภาคิน”
“ไม่จริงค่ะ!” พิมพ์ลดาปฏิเสธเสียงดัง “ดิฉันไม่ได้หลอกคุณภาคิน!”
“หุบปาก!” คุณหญิงบุษบาตวาด “แกมันก็แค่ผู้หญิงที่พยายามจะเกาะผู้ชายกิน”
“คุณแม่ครับ!” ภาคินตะคอก “อย่าพูดแบบนี้”
“ภาคิน... แม่รู้ว่าภาคินรักเขา” คุณหญิงบุษบาพูดเสียงอ่อนลง “แต่บางครั้ง... ความรัก... ก็อาจจะทำให้เราตาบอดได้”
“แล้วทำไมแม่ถึงพาพิมพ์ลดามาที่นี่ครับ” ภาคินถาม “แล้วทำไมถึงให้คนของแม่ขังเธอไว้”
คุณหญิงบุษบามองไปรอบๆ ราวกับจะแน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน “แม่... แม่แค่อยากจะพิสูจน์ให้ภาคินเห็น... ว่าพิมพ์ลดาเป็นคนยังไง”
“พิสูจน์?” รินดาถาม “โดยการทำร้ายเธออย่างนั้นหรือคะ”
“แม่แค่สั่งให้ลูกน้อง... เก็บเธอไว้ก่อน” คุณหญิงบุษบาแก้ตัว “เพื่อรอให้ภาคินมาเห็น... ด้วยตาตัวเอง”
“นี่คือวิธีของคุณแม่ในการพิสูจน์ความจริงหรือคะ” รินดาถามเสียงแข็ง “ถ้าดิฉันไม่มากับภาคิน... แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพิมพ์ลดา... ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ”
คุณหญิงบุษบามองไปที่รินดาด้วยแววตาไม่พอใจ “นี่มันเรื่องของครอบครัวฉัน... รินดา... เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง”
“แต่ดิฉันเป็นคนที่คุณภาคินรักค่ะ” รินดาตอบอย่างไม่เกรงกลัว “และดิฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่ดิฉันรัก”
ภาคินมองดูทั้งสองคน เขาเริ่มเห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้น “แม่... แม่โกหกผมใช่ไหมครับ”
คุณหญิงบุษบาเงียบไป “แม่... แม่แค่อยากจะปกป้องภาคิน”
“ปกป้องผม? หรือปกป้องผลประโยชน์ของแม่เอง” ภาคินถามเสียงเข้ม
“ภาคิน!” คุณหญิงบุษบาทรากเสียง “แม่เป็นแม่ของภาคินนะ!”
“ใช่ครับ... แม่คือแม่ของผม” ภาคินกล่าว “แต่การกระทำของแม่... มันไม่ใช่การปกป้อง... แต่มันคือการบงการ”
พิมพ์ลดาก้มหน้าลง น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉัน... ฉันขอโทษค่ะที่ทำให้คุณภาคินต้องลำบากใจ”
“ไม่ใช่ความผิดเธอเลยพิมพ์ลดา” ภาคินกล่าว “ความผิดอยู่ที่คนที่พยายามจะทำร้ายเธอ”
คุณหญิงบุษบาหน้าตึงเครียด “ภาคิน... อย่าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับแม่”
“ผมไม่รู้ว่าแม่จะให้ผมทำอะไรอีก” ภาคินกล่าว “แต่ผมจะไม่ยอมให้แม่มาตัดสินชีวิตของผมอีกต่อไป”
ภาคินหันไปจับมือของรินดา “เรากลับกันเถอะริน”
“เดี๋ยวก่อน!” คุณหญิงบุษบาร้องห้าม “ภาคิน... อย่าเพิ่งไป”
“ผมไม่เหลืออะไรจะคุยกับแม่แล้วครับ” ภาคินกล่าว “ผมเหนื่อย... ผมอยากอยู่กับคนที่ผมรัก”
ภาคินจูงมือรินดาเดินจากไป ปล่อยให้พิมพ์ลดาเผชิญหน้ากับคุณหญิงบุษบาเพียงลำพัง สมชายและลูกน้องยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อทั้งสามคนเดินออกมาจากโรงแรมดุสิตา ภาคินก็กอดรินดาไว้แน่น
“ผมขอโทษนะริน” ภาคินกล่าว “ที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้”
“ไม่เป็นไรค่ะ” รินดาตอบ “เราผ่านมันมาได้แล้ว”
“แล้ว... พิมพ์ล่ะ” ภาคินถาม
“ดิฉันจะคุยกับเธอค่ะ” รินดาตอบ “เราต้องช่วยเธอ”
ภาคินพยักหน้า เขารู้สึกโล่งใจที่สามารถพาตัวเองและรินดาออกมาจากสถานการณ์อันตรายนั้นได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของคุณหญิงบุษบา
“ผมไม่เข้าใจเลย... ทำไมแม่ถึงได้ทำแบบนี้” ภาคินกล่าว
“บางที... สิ่งที่คุณแม่ของคุณกลัวที่สุด... คือการเสียคุณไป” รินดาคาดเดา “ท่านอาจจะมองว่าดิฉัน... หรือคุณพิมพ์ลดา... คือคนที่พรากคุณไปจากท่าน”
“แต่นั่นไม่ใช่เหตุผล... ที่จะมาทำร้ายคนอื่น” ภาคินกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ผมจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
ทั้งสามคนขึ้นรถ และเดินทางออกจากโรงแรมดุสิตาไป ทิ้งไว้เบื้องหลังคือความจริงอันดำมืดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงาของโรงแรมแห่งนั้น และบาดแผลทางใจที่คุณหญิงบุษบาได้ฝากไว้ให้กับทุกคน
4,764 ตัวอักษร