ตอนที่ 1 — สัญญาใจในวันฟ้าหลัว
กลิ่นอายของความหวังและความสิ้นหวังปะปนกันอยู่ในอากาศยามพลบค่ำของกรุงเทพมหานคร แสงสุดท้ายของวันสาดส่องลงมายังตึกสูงระฟ้าสะท้อนเงาวับราวกับจะเย้ยหยันชะตากรรมของใครบางคน ณ ห้องประชุมชั้นบนสุดของ 'บริษัท สุริยะวงศ์ อินเวสเมนต์' ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกำลังยืนนิ่ง สงบนิ่งราวกับพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ ดวงตาสีเข้มทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ภาพเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและความเร่งรีบ กลับไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกหนักอึ้งในใจของเขาได้เลย
"คุณธีรภัทรคะ ท่านประธานรออยู่ค่ะ" เสียงหวานใสของเลขาสาวดังขึ้น เรียกสติให้เขากลับมายังปัจจุบัน ธีรภัทร สุริยะวงศ์ ชายหนุ่มวัยสามสิบปี เจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บัดนี้ กำลังเผชิญหน้ากับทางแยกครั้งสำคัญในชีวิต ไม่ใช่ในเรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกว่านั้นมาก เรื่องที่ผูกโยงอนาคตของเขาและอีกชีวิตหนึ่งเข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาเดินตามเลขาสาวเข้าไปในห้องทำงานที่โอ่อ่า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วสดลอยมาเตะจมูก บิดาของเขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงไว้ด้วยความรักที่ยากจะบอกเล่า
"นั่งก่อนสิ ธีรภัทร" สุริยะวงศ์ ผู้เป็นบิดากล่าวเสียงทุ้ม "เรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของนาย"
ธีรภัทรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุหนังอย่างรู้สึกเกร็ง "ผมทราบครับท่านพ่อ"
"บริษัทเรากำลังเผชิญปัญหาใหญ่ การลงทุนครั้งล่าสุดของเรามีปัญหา และถ้าเราไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมได้ในเร็ววันนี้ ทุกอย่างที่เราสร้างมาอาจพังทลายลง" สุริยะวงศ์ถอนหายใจยาว "โชคดีที่ มร.วิศรุต ผู้บริหาร 'กลุ่มบริษัท วิชิตกุล' ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เขาพร้อมจะให้เรากู้ยืมเงินก้อนใหญ่ โดยมีข้อแม้เดียว..."
ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยความคาดหวัง "ข้อแม้คืออะไรครับ"
"คือการแต่งงาน" สุริยะวงศ์พูดตรงไปตรงมา "วิศรุตมีลูกสาวคนเดียว ชื่อ 'นลิน' เขาต้องการให้เธอได้แต่งงานกับทายาทของตระกูลเรา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อความมั่นใจของเขา ว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้"
โลกทั้งใบของธีรภัทรเหมือนจะหยุดหมุน ข้อตกลงที่ฟังดูเหมือนในละครน้ำเน่า กลับกลายเป็นความจริงที่เขาต้องเผชิญ เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะถูกผูกติดอยู่กับแผนการแต่งงานเช่นนี้
"ท่านพ่อหมายความว่า..." ธีรภัทรพยายามเรียบเรียงคำพูด "ผมต้องแต่งงานกับลูกสาวของคุณวิศรุต เพื่อให้บริษัทได้เงินทุน?"
"ใช่" สุริยะวงศ์ตอบรับอย่างหนักแน่น "มันเป็นทางออกเดียวที่เรามีในตอนนี้ วิศรุตเป็นคนตรงไปตรงมา เขาบอกว่าเขาไว้ใจครอบครัวเรา แต่ก็ต้องการความมั่นคงในระยะยาว การแต่งงานระหว่างนายกับนลิน จะเป็นเครื่องการันตีที่ดีที่สุด"
ธีรภัทรหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก เขาเป็นคนไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ มาก่อน แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเขาคนเดียว มันคือชีวิตของบริษัท ครอบครัว และพนักงานนับร้อยนับพันชีวิต
"ผมไม่เคยรู้จัก นลิน มาก่อนเลยครับ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความกังวล
"วิศรุตจะพาเธอมาพบเราในสัปดาห์หน้า" สุริยะวงศ์กล่าว "นายจะได้เจอเธอ และได้พูดคุยกับเธอเอง การตัดสินใจครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนาย แต่ขอให้นายคิดให้รอบคอบ ถึงผลที่จะตามมา"
ธีรภัทรพยักหน้าช้าๆ เขารู้ดีว่า บัดนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ชีวิตที่เคยคิดว่าจะเป็นอิสระ ถูกฉุดรั้งไว้ด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น
"ผมจะลองคุยกับเธอครับท่านพ่อ" เขาตอบรับ แม้ว่าในใจจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจก็ตาม
อีกด้านหนึ่งของเมือง ในคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวย นลิน วิชิตกุล หญิงสาววัยยี่สิบห้าปี กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าสวยหวานของเธอสะท้อนความสดใสและความเป็นกุลสตรี แต่แววตาซุกซนฉายให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและความมั่นใจในตัวเอง
"คุณพ่อคะ ทำไมคุณพ่อถึงอยากให้นลินแต่งงานเร็วขนาดนี้คะ" เธอเอ่ยถาม วิศรุต วิชิตกุล ผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่ตรงข้าม
วิศรุต วางถ้วยชาลง ยิ้มบางๆ "คุณพ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกลูก"
"เรื่องอะไรคะ" นลินเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"คุณพ่อตกลงจะให้เงินทุนแก่ บริษัท สุริยะวงศ์ อินเวสเมนต์" วิศรุตกล่าว "แต่มีข้อแม้บางอย่าง"
นลินมองหน้าบิดาด้วยความแปลกใจ "ข้อแม้? คืออะไรคะ"
"คือการแต่งงาน" วิศรุตเอ่ย "คุณพ่อจะให้เงินก้อนนั้น ก็ต่อเมื่อลูกได้แต่งงานกับทายาทของ สุริยะวงศ์"
นลินอ้าปากค้างด้วยความตกใจ "แต่งงาน? กับใครคะ"
"ธีรภัทร สุริยะวงศ์" วิศรุตตอบ "เป็นลูกชายคนเดียวของ สุริยะวงศ์"
"โอ้โห" นลินอุทานออกมาอย่างไม่อาจปิดบังความประหลาดใจ "แล้วทำไมต้องแต่งงานด้วยล่ะคะ"
"มันเป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่พ่อกับสุริยะวงศ์ตกลงกันไว้" วิศรุตอธิบาย "พ่อต้องการสร้างความมั่นคงในระยะยาว และสุริยะวงศ์ก็ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การแต่งงานจะเป็นการผูกมัดความสัมพันธ์ของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น"
นลินเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ การแต่งงานที่ถูกจับคู่โดยผู้ใหญ่ มันฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในยุคสมัยนี้
"แล้ว...นลินต้องเจอเขาไหมคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวลเล็กน้อย
"แน่นอน" วิศรุตตอบ "พ่อจะนัดให้เจอกันสัปดาห์หน้า"
"เขาเป็นคนยังไงคะ" นลินถามต่อ
"ธีรภัทร เป็นคนที่เก่งมาก ฉลาด เป็นที่ยอมรับในวงสังคม" วิศรุตเล่า "แต่พ่อก็ไม่เคยรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวมากนัก พ่อจึงอยากให้นลินไปเจอก่อน เพื่อดูว่าเข้ากันได้ไหม"
นลินถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่ของเธอคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของเธอ อาจจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เพียงเพราะเหตุผลทางธุรกิจ
"ถ้านลินไม่โอเคล่ะคะ" เธอถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
วิศรุตสบตาบุตรสาว "ถ้าลูกไม่โอเค พ่อก็ไม่ฝืน แต่ต้องเข้าใจนะว่า บริษัทเราอาจจะเจอปัญหาใหญ่"
นลินก้มหน้ามองมือตัวเอง เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา การแต่งงานที่ไม่ใช่เพราะความรัก แต่มันคือภาระผูกพันที่ยิ่งใหญ่
"นลินจะลองคุยกับเขาดูก็ได้ค่ะ" เธอตอบรับอย่างอ่อนใจ "แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ชอบกันจริงๆ นลินจะไม่ฝืน"
วิศรุตพยักหน้าอย่างเข้าใจ "พ่อรู้ว่าลูกเป็นคนยังไง พ่อเชื่อใจลูก"
บรรยากาศในคฤหาสน์ยังคงอบอุ่น แต่สำหรับนลิน กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนเมฆดำทะมึนลอยมาบดบังแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา เธอไม่เคยคิดว่า ชีวิตของเธอจะถูกกำหนดโดยข้อตกลงทางธุรกิจเช่นนี้
ธีรภัทรและนลิน สองชีวิตที่ถูกพรหมลิขิต (หรือโชคชะตา) นำพามาพบกันภายใต้เงื่อนไขที่แปลกประหลาด ชะตาชีวิตของพวกเขาต่อจากนี้ จะเป็นเช่นไร จะสามารถก้าวข้ามความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ และสร้างชีวิตคู่ที่มั่นคงได้หรือไม่ คงต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
5,282 ตัวอักษร