ตอนที่ 7 — ความทรงจำในห้องทำงาน
"นี่คือที่ที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเลยก็ว่าได้" ธีรภัทรกล่าวพลางเปิดประตูห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น นลินก้าวตามเข้าไป สำรวจรอบห้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ เฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีเข้มตั้งตระหง่าน โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแรงวางคอมพิวเตอร์และเอกสารต่างๆ กองอยู่เป็นระเบียบ แต่ไม่ถึงกับรกจนเกินไป หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายตา
"ห้องทำงานของคุณดูดีจังเลยค่ะ" นลินเอ่ยชม "ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก"
ธีรภัทรยิ้ม "ผมชอบความเป็นระเบียบครับ มันช่วยให้ผมมีสมาธิกับการทำงาน" เขากวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดที่ชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายประเภท "ตรงนี้เป็นส่วนที่ผมภูมิใจที่สุด"
นลินเดินเข้าไปใกล้ชั้นหนังสือ สำรวจปกหนังสือต่างๆ มีทั้งตำราทางธุรกิจ นวนิยายคลาสสิก หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และแม้กระทั่งหนังสือภาพวาดสีน้ำที่ดูละเอียดอ่อน "คุณธีรภัทรชอบอ่านหนังสือเหรอคะ"
"ชอบครับ" ธีรภัทรตอบ "หนังสือช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ผมได้เยอะเลย" เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้น มันเป็นหนังสือปกแข็งสีน้ำเงินเข้ม "เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ผมซื้อหลังจากที่เริ่มทำงานที่นี่ใหม่ๆ"
นลินรับหนังสือมาดู ปกหน้ามีเพียงชื่อเรื่องสั้นๆ และชื่อผู้เขียน ส่วนด้านหลังเป็นภาพวาดสีน้ำของทะเลที่ดูสงบเงียบ "เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ"
"เกี่ยวกับปรัชญาชีวิตครับ" ธีรภัทรตอบ "ตอนนั้นผมกำลังสับสนกับชีวิตพอสมควร รู้สึกว่าตัวเองกำลังวิ่งตามเป้าหมายทางธุรกิจอย่างเดียว จนลืมไปว่าชีวิตควรจะมีอะไรที่มากกว่านั้น"
"แล้วหนังสือเล่มนี้ช่วยอะไรคุณได้บ้างคะ" นลินถาม ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของธีรภัทรอย่างตั้งใจ
"มันช่วยให้ผมมองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวครับ" ธีรภัทรเอ่ย "และสอนให้ผมรู้จักการปล่อยวาง" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "การตัดสินใจรับข้อเสนอในการแต่งงานครั้งนี้ ก็ส่วนหนึ่งมาจากการตกตะกอนความคิดจากหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน"
นลินเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ธีรภัทรกำลังสื่อสาร "คุณหมายถึง..."
"ผมหมายถึง การมองหาความหมายที่แท้จริงของชีวิต" ธีรภัทรพูด "การแต่งงานครั้งนี้ สำหรับผม มันไม่ใช่แค่ข้อตกลงทางธุรกิจ แต่มันคือโอกาสในการสร้างครอบครัว สร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง"
นลินรู้สึกตื้นตันใจกับคำพูดของเขา "ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ"
"ไม่ต้องพูดอะไรครับ" ธีรภัทรเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือมาจับมือของนลินเบาๆ "แค่คุณอยู่ที่นี่กับผมในตอนนี้ มันก็มีความหมายมากแล้ว"
เขาพาเธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง "ผมมีอะไรจะให้คุณดู" เขาหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมาจากลิ้นชักบนโต๊ะทำงาน "นี่เป็นของที่พ่อของผมเคยให้ไว้ตอนที่ผมเรียนจบ"
นลินมองกล่องไม้ด้วยความสงสัย ธีรภัทรค่อยๆ เปิดกล่องออก ข้างในมีสร้อยคอเส้นเล็กๆ พร้อมจี้รูปหัวใจที่ทำจากมุกสีขาวน้ำนม ดูเรียบง่ายแต่มีคุณค่า "สวยจังค่ะ"
"พ่อบอกว่า สร้อยเส้นนี้เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคง" ธีรภัทรพูด "ท่านบอกว่า ให้มอบให้แก่คนที่ผมรักและอยากจะใช้ชีวิตด้วยจริงๆ" เขามองหน้านลิน "ผมเก็บมันไว้จนกระทั่งวันนี้"
นลินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอไม่เคยคิดว่าธีรภัทรจะเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวและครอบครัวให้เธอฟังมากขนาดนี้ "คุณธีรภัทร... ฉัน..."
"ผมอยากให้คุณเป็นคนแรกที่ได้เห็นมัน" ธีรภัทรบอก "และถ้าคุณไม่รังเกียจ... ผมอยากมอบมันให้คุณ"
นลินรู้สึกน้ำตาคลอ "ฉัน... ฉันยินดีรับค่ะ"
ธีรภัทรบรรจงสวมสร้อยคอให้เธออย่างแผ่วเบา เมื่อสร้อยสัมผัสผิว นลินรู้สึกถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่เชื่อมโยงเธอกับธีรภัทรและครอบครัวของเขา
"ขอบคุณนะคะ" นลินกระซิบ
"ขอบคุณคุณมากกว่า ที่ยอมรับในตัวผม" ธีรภัทรตอบ ดวงตาของเขาสบประสานกับดวงตาของเธอ "ผมรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้มันอาจจะดูแปลกสำหรับหลายๆ คน แต่ผมเชื่อว่า เราจะสามารถสร้างความรักและความผูกพันของเราขึ้นมาได้"
"ฉันก็เชื่อค่ะ" นลินตอบเสียงหนักแน่น "ฉันจะทำให้ดีที่สุด"
ทั้งสองนั่งมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้าใจและความหวังที่ก่อตัวขึ้นใหม่ ธีรภัทรพิงศีรษะของเขาลงบนไหล่ของนลินอย่างอ่อนโยน
"วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญของเรา" ธีรภัทรกล่าว "มีอะไรที่ผมต้องทำเป็นพิเศษก่อนแต่งงานไหมครับ"
นลินยิ้ม "ก่อนแต่งงาน... ฉันอยากให้คุณพาฉันไปทานข้าวกับคุณวิศรุตค่ะ"
ธีรภัทรเลิกคิ้ว "คุณพ่อของคุณ?"
"ใช่ค่ะ" นลินพยักหน้า "ฉันอยากให้ท่านได้ทานอาหารเย็นกับเราสองคนก่อนวันแต่งงาน ท่านอาจจะกังวลอะไรอยู่บ้าง ฉันอยากให้ท่านสบายใจ"
"เป็นความคิดที่ดีมากครับ" ธีรภัทรเห็นด้วย "ผมจะจัดการเรื่องนี้นะครับ"
"ขอบคุณค่ะ" นลินกล่าว "ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยที่ได้คุยกับคุณวันนี้"
"ผมก็เหมือนกันครับ" ธีรภัทรกล่าว "การเตรียมงานแต่งงานมันอาจจะเครียดบ้าง แต่การได้ใช้เวลาอยู่กับคุณ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข"
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ทำให้บรรยากาศอบอุ่นยิ่งขึ้น นลินมองดูธีรภัทรที่กำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรศัพท์นัดหมาย เธอรู้สึกว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเธอ
"ผมโทรไปหาคุณวิศรุตแล้วนะครับ" ธีรภัทรวางสาย "ท่านยินดีมากเลยครับ พรุ่งนี้เจอกันที่ร้านอาหารโปรดของท่านตอนหกโมงเย็น"
"เยี่ยมเลยค่ะ" นลินยิ้ม
"มีอะไรอีกไหมครับที่คุณอยากทำก่อนแต่งงาน" ธีรภัทรถาม
นลินคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าไม่เป็นการรบกวน... ฉันอยากจะไปเลือกดอกไม้สำหรับงานแต่งงานด้วยกันค่ะ"
"แน่นอนครับ" ธีรภัทรตอบทันที "ผมจะพาไปเอง"
ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อตกลงทางธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่ใจ แต่กลับกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน การที่ธีรภัทรเปิดเผยความรู้สึกและเรื่องราวส่วนตัวให้เธอฟัง ทำให้เธอมั่นใจในตัวเขามากขึ้น ขณะเดียวกันการที่เธอแสดงความใส่ใจต่อความรู้สึกของบิดา ก็แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นและความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ
ก่อนจะออกจากห้องทำงาน ธีรภัทรหันมาจับมือของนลินอีกครั้ง "ขอบคุณนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนผมในวันนี้"
"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณค่ะ" นลินตอบ "วันนี้เป็นวันที่ดีมากๆ วันหนึ่งเลย"
ธีรภัทรยิ้ม "ผมหวังว่า หลังจากนี้ วันดีๆ ของเราจะมีอีกเยอะแยะเลยนะครับ"
นลินพยักหน้า ยิ้มอย่างมีความสุขให้กับคำสัญญาที่ยังมาไม่ถึง
5,087 ตัวอักษร