ตอนที่ 13 — คำสารภาพรักที่รอคอย
คำว่า “รัก” ที่หลุดออกจากปากของนภัทรเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจยิ่งลักษณ์ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ ปลายผมที่ปรกหน้าผากของเธอยังคงชื้นเหงื่อจางๆ จากความเครียดเมื่อครู่ แต่ตอนนี้มันกลับถูกแทนที่ด้วยเลือดฝาดที่ระเรื่อขึ้นมาจนแก้มทั้งสองข้างแดงปลั่ง
“คุณ... คุณรักฉันเหรอคะ” ยิ่งลักษณ์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากพูดดังเกินไป ความฝันที่สวยงามนี้จะเลือนหายไปกับอากาศ “นี่เรื่องจริงใช่ไหมคะ ไม่ใช่ความฝัน”
นภัทรยิ้ม ดวงตาของเขาฉายประกายอบอุ่นที่ยิ่งลักษณ์ไม่เคยเห็นมาก่อน “มันคือเรื่องจริง ยิ่งลักษณ์ ฉันรักเธอ ฉันรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มต้นด้วยความเกลียดชัง และมีเรื่องราวเลวร้ายมากมายเกิดขึ้นระหว่างเรา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันก็ได้รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอไม่ใช่ความแค้น แต่มันคือความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ”
เขาค่อยๆ ดึงมือของเธอมาวางทาบบนอกซ้ายของตนเอง “เธอได้ยินไหม หัวใจของฉันมันเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ มันบอกฉันว่าเธอคือคนที่ฉันตามหามาตลอด”
ยิ่งลักษณ์หลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงแรงเต้นที่สม่ำเสมอแต่หนักแน่นของหัวใจเขา มันเต้นระรัวเหมือนจะทะลุออกมาจากอก เธอรู้สึกถึงความจริงใจในคำพูดของเขา ความรู้สึกที่เคยอึดอัดและสับสนในหัวใจของเธอพลันคลี่คลายออก กลายเป็นความสุขที่เอ่อล้นจนแทบจะร้องไห้
“ฉัน... ฉันก็รักคุณค่ะ คุณนภัทร” ยิ่งลักษณ์สารภาพออกมาบ้าง เสียงสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่ถาโถม “ฉันเคยเกลียดคุณมาก เกลียดจนไม่อยากมองหน้า แต่ยิ่งนานวันเข้า ฉันก็ยิ่งเห็นความดีในตัวคุณ เห็นความพยายามของคุณที่จะปกป้องฉัน เห็นความเสียสละที่คุณมีให้”
เธอเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “แรกๆ ฉันคิดว่ามันเป็นแค่ความสับสน หรืออาจจะเป็นความรู้สึกผิดที่เข้าใจคุณผิดมาตลอด แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันไม่ใช่... ฉันรักคุณค่ะ”
นภัทรบีบมือของเธอเบาๆ “ขอบคุณนะ ยิ่งลักษณ์ ขอบคุณที่ให้โอกาสฉัน”
เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดใบหน้าเธอ นภัทรค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของยิ่งลักษณ์อย่างแผ่วเบา จุมพิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และคำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอีก
ยิ่งลักษณ์ตอบรับจุมพิตนั้นอย่างอ่อนหวาน น้ำตาแห่งความสุขไหลรินออกมาจากหางตา เธอโอบแขนรอบคอของนภัทร ดึงเขาเข้ามาใกล้ราวกับไม่อยากให้ระยะห่างใดๆ มาขวางกั้นอีกต่อไป โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุน เหลือเพียงพวกเขาสองคนในอ้อมกอดที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
“ฉันดีใจที่สุดเลยค่ะ” ยิ่งลักษณ์พึมพำ ขณะที่ทั้งคู่ผละออกจากกันเล็กน้อย “ดีใจที่เราผ่านทุกอย่างมาได้”
“ฉันก็เหมือนกัน” นภัทรกล่าว “จากนี้ไป เราจะไม่มีวันแยกจากกันอีก”
เขากุมมือเธอไว้แน่น “ฉันจะดูแลเธออย่างดีที่สุด จะไม่มีใครกล้ามาทำร้ายเธอได้อีก”
“ฉันเชื่อใจคุณค่ะ” ยิ่งลักษณ์ตอบ “และฉันก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
หลังจากนั้น บรรยากาศในห้องทำงานก็เต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ นภัทรกับยิ่งลักษณ์ใช้เวลาที่เหลืออยู่จัดเอกสารต่อ แต่การทำงานที่เคยน่าเบื่อหน่ายกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่แสนจะมีความสุข พวกเขาพูดคุยหยอกล้อกัน ยิ้มให้กันอยู่เสมอ
“ว่าแต่ คุณแน่ใจนะคะว่าชัยวัฒน์จะไม่มีทางกลับมาสร้างปัญหาอีก” ยิ่งลักษณ์ถามขึ้นอีกครั้ง พลางส่งเอกสารให้เขา
“ฉันได้จัดการเรื่องที่ดินและบริษัทที่เขาถือหุ้นไว้ทั้งหมดแล้ว” นภัทรตอบ “ตามกฎหมายแล้ว เขาก็จะไม่มีสิทธิ์กลับมาเรียกร้องอะไรได้อีก และถ้าหากเขายังคิดจะทำอะไรผิดกฎหมายอีกครั้ง ตำรวจก็จะจัดการเขาเอง”
“ฉันโล่งใจขึ้นเยอะเลยค่ะ” ยิ่งลักษณ์ถอนหายใจ “การได้รู้ว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว มันทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆ”
“ความสุขของเธอ คือความสุขของฉัน” นภัทรกล่าว พร้อมกับยื่นมือมาสัมผัสแก้มของเธอเบาๆ “ต่อไปนี้ เราจะสร้างความสุขด้วยกันนะ”
ยิ่งลักษณ์มองตอบดวงตาของเขาด้วยความรัก “ค่ะ เราจะสร้างความสุขด้วยกัน”
วันเวลาต่อมา ชีวิตของนภัทรและยิ่งลักษณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยบาดแผล บัดนี้ได้กลายเป็นความรักที่มั่นคงและอบอุ่น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเป็นเหมือนกรงขังสำหรับยิ่งลักษณ์ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข
ทุกเช้า นภัทรจะตื่นขึ้นมาก่อนเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับยิ่งลักษณ์ เขาชอบที่จะเห็นรอยยิ้มตอนที่เธอกำลังจะเอ่ยคำขอบคุณ หรือเวลาที่เธอได้ลิ้มรสชาติอาหารที่เขาตั้งใจทำให้
“วันนี้ที่ทำงานมีประชุมสำคัญรึเปล่าคะ” ยิ่งลักษณ์ถาม ขณะที่เธอกำลังป้ายแยมลงบนขนมปังปิ้ง
“มีประชุมบอร์ดช่วงบ่าย” นภัทรตอบ “แต่ฉันมั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
“ฉันเป็นกำลังใจให้นะคะ” ยิ่งลักษณ์ยิ้ม “คุณเก่งที่สุดอยู่แล้ว”
“ขอบคุณนะ” นภัทรยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอ “แล้ววันนี้เธอจะทำอะไรบ้าง”
“คงจะออกไปเดินเล่นในสวนสักหน่อย แล้วก็อ่านหนังสือ” ยิ่งลักษณ์ตอบ “ถ้าคุณกลับมาเร็ว ก็มาทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ”
“แน่นอน” นภัทรยืนยัน “ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
เขาเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ “ฉันโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอเธอ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” ยิ่งลักษณ์เอ่ย “เหมือนได้เจอโลกใบใหม่”
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว พวกเขามีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น มีการให้อภัยซึ่งกันและกัน และที่สำคัญที่สุด คือความรักที่เติบโตขึ้นทุกวัน
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน นภัทรก็วางส้อมลง แล้วหันมามองยิ่งลักษณ์
“ยิ่งลักษณ์” เขาเรียกเสียงนุ่ม “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
“คะ ว่ามาเลยค่ะ” ยิ่งลักษณ์วางจานข้าวลง
“ฉันคิดว่า... ถึงเวลาแล้วที่เราจะก้าวไปอีกขั้น” นภัทรเอ่ย “ฉันอยากขอเธอแต่งงาน”
ยิ่งลักษณ์ตาโต หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความประหลาดใจหรือความตื่นเต้น แต่มันคือความสุขที่ล้นปรี่
“คุณ... คุณจะขอฉันแต่งงานจริงๆ เหรอคะ” เธอถามเสียงสั่น
“ใช่” นภัทรพยักหน้า “ฉันอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับเธอ อยากสร้างครอบครัวกับเธอ”
เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงเล็กๆ ออกมา เปิดออกเผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายวิบวับ
“ยิ่งลักษณ์... คุณจะแต่งงานกับผมไหมครับ”
น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้มของยิ่งลักษณ์ เธอพยักหน้าอย่างแรง “ค่ะ! ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ คุณนภัทร!”
นภัทรบรรจงสวมแหวนให้เธอ แล้วทั้งคู่ก็โอบกอดกันอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของทั้งสองดังก้องไปทั่วห้องอาหาร ราวกับเป็นบทเพลงแห่งรักที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
5,216 ตัวอักษร