เงาแค้นที่ไร้ใบหน้า
“ท่านผู้หญิงคะ… ท่านผู้หญิงคะ!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของแม่บ้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงแก้วแตกกระจาย ร่างบางของแพรวพรรณทรุดฮวบลงบนพื้นเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ ภาพของสร้อยทองที่เธอเพิ่งได้รับจากมารดาสุดที่รักเมื่อเช้านี้ กำลังแตกกระจายอยู่บนพื้น ลายฉลุอันประณีตบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ราวกับถูกใครบางคน จงใจเหยียบย่ำ… ใครกัน? ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้กับสิ่งเดียวที่เธอเหลือจากแม่? ความแค้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของแพรวพรรณ มันไม่ใช่ความโกรธธรรมดา แต่มันเป็นไฟปรารถนาที่จะขุดคุ้ยหาตัวการ รื้อค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ เพื่อตามหาเงาแค้นที่ไร้ใบหน้า…
แพรวพรรณลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา มือเรียวปาดน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้ม เธอเดินเข้าไปสำรวจซากสร้อยทองอย่างละเอียด รอยบุบและความเสียหายบ่งบอกถึงการกระทำที่รุนแรง ไม่ใช่การพลัดตกหล่นแน่นอน หัวใจเธอเต้นระส่ำ นึกถึงคำพูดประชดประชันของอรทัยในวันนั้น… หรือว่าจะเป็นฝีมือของนาง? แต่ดูจากความเสียหายแล้ว มันอาจจะหนักหนากว่านั้น… อาจจะมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
“ใครทำ! ใครเป็นคนทำ!” เสียงของแพรวพรรณแผดก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ เหล่าแม่บ้านต่างก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสบตา เธอเดินวนไปมา พยายามประติดประต่อเหตุการณ์ ‘ก่อนหน้านี้’ สร้อยเส้นนี้เพิ่งอยู่บนคอของเธอเมื่อไม่นานนี้เอง… จำได้ว่าตอนที่เธอไปรับประทานอาหารกับท่านรองประธาน… กวินทร์
ความคิดของแพรวพรรณพลันสะดุดวูบ… กวินทร์… เขาเข้ามาในบ้านหลังจากนั้นไม่นาน… แล้ว… เขาไปไหน? แล้ว… มีใครเข้ามาในห้องของเธออีกหรือไม่? ความสงสัยเริ่มผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องทำงานของท่านรองประธาน ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ร่างของกวินทร์ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา เงียบเชียบราวกับภูตผี… สายตาของเขาที่มองมา… มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่?
“คุณกวินทร์… คุณเห็นใครเข้ามาในห้องของฉันบ้างไหมคะ?” แพรวพรรณถามเสียงสั่นเครือ กวินทร์หยุดนิ่ง เขายิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “ไม่มีใครเลยครับ… นอกจากคุณ” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แววตานั้น… มันกลับเต็มไปด้วยบางสิ่งที่แพรวพรรณไม่อาจเข้าใจ… ความรู้สึกผิด? หรือ… ความพึงพอใจ? ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง… รอยขีดข่วนบนข้อมือของแพรวพรรณ… รอยที่เธอไม่เคยมีมาก่อน… “ข้อมือคุณ… เป็นอะไรไปครับ?” เขาถาม… แต่คำถามนั้นกลับแฝงไปด้วยน้ำเสียงของคนรู้… รู้ดี… รู้ดีเกินไป!
แพรวพรรณมองข้อมือตัวเองอย่างสับสน ก่อนจะตระหนักได้ว่ามันคือรอยที่เกิดขึ้นตอนที่เธอพยายามจะปลดสร้อยเส้นนั้นออก… ตอนที่เธอพยายามจะ… พยายามจะ… คลี่ปมบางอย่างที่ซ่อนอยู่… แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น… ภาพของกวินทร์ที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาอันลึกซึ้ง… ท่ามกลางซากสร้อยทองที่แตกกระจาย… ความหวาดระแวงก็กัดกินหัวใจของเธอ… เขา… เกี่ยวข้องจริงๆ หรือ? หรือว่า… เขากำลังเล่นเกมอะไรกับเธอ?
“ผมว่า… เราควรจะไปจัดการเรื่องสร้อยทองของคุณนะครับ” กวินทร์เดินเข้ามาใกล้ แพรวพรรณถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ “ไม่ต้องค่ะ! ฉันจัดการเองได้!” เธอตอบเสียงแข็ง แต่กวินทร์กลับยื่นมือมาคว้าแขนของเธอไว้แน่น “ไม่… คุณควรพักผ่อน… ปล่อยให้ผมจัดการ… นะครับ” เขากระซิบข้างหู แพรวพรรณรู้สึกถึงไอเย็นจากลมหายใจของเขา… แล้วเธอก็สังเกตเห็น… แววตาของเขา… มันกำลังมองตรงไปที่… กล้องวงจรปิดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่มุมห้อง… กล้องที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน!
“กล้อง… กล้องอะไรนั่น!” แพรวพรรณชี้ไปที่มุมห้อง กวินทร์ยิ้มเย็น “ไม่มีอะไรครับ… แค่ของเก่า… เจ้าของเดิมเขาติดไว้” เขาพูดอย่างเรียบง่าย แต่แพรวพรรณกลับรู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง… ของเก่า? ใครคือเจ้าของเดิม? แล้ว… ภาพที่ถูกบันทึกไว้… มันจะไปอยู่ที่ไหน? ความจริงที่ซ่อนอยู่… กำลังจะถูกเปิดเผย… หรือ… จะถูกกลบฝังยิ่งกว่าเดิม?
“คุณ… คุณรู้ใช่ไหมคะ… ว่าเกิดอะไรขึ้น?” แพรวพรรณถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมรู้… แต่… คุณแน่ใจหรือครับ… ว่าอยากจะรู้?” เขาถามกลับ… น้ำเสียงท้าทาย… ราวกับกำลังเสนอเกมที่อันตราย… เกมที่แพรวพรรณกำลังจะก้าวเข้าไป… โดยไม่รู้ตัว… ว่าเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้หรือไม่… หรือเธอจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป… ของเงาแค้นที่ไร้ใบหน้า… ที่กำลังซุ่มรออยู่… ในเงามืดของบ้านหลังนี้…
แพรวพรรณยืนนิ่ง หัวใจเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ภาพของกวินทร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า… รอยยิ้มอันเยือกเย็น… และคำพูดที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง… มันทำให้เธอตระหนักได้ว่า… ชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย… อันตรายที่ซ่อนเร้น… และยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยจินตนาการ… เธอเหลือบมองไปที่ซากสร้อยทองอีกครั้ง… ความแค้นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น… กำลังถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว… ความหวาดกลัวที่กำลังจะกัดกินหัวใจของเธอ… ท่ามกลางความมืดมิด… ของบ้านหลังนี้…
2,301 ตัวอักษร