ตอนที่ 5 — ภาพสะท้อนในดวงตา
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนอย่างอ่อนโยน นพดนัยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เขารู้สึกถึงความปวดเมื่อยเล็กน้อยที่ต้นคอจากการทำงานหนักเมื่อคืน
"อรุณสวัสดิ์ครับ" เสียงทักทายดังขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าห้องครัว
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณนพดนัย" แม่บ้านวัยกลางคนตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม "วันนี้จะรับประทานอะไรดีครับ?"
"ขอเป็นกาแฟดำกับขนมปังปิ้งสักสองแผ่นก็พอครับ" นพดนัยตอบพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
ระหว่างที่รออาหารเช้า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบข่าวสารและอีเมลต่างๆ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นข้อความที่ส่งเข้ามาเมื่อคืนจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดีค่ะคุณกันต์ ดิฉันพิมพ์ชนกนะคะ วันนี้ดิฉันจะเริ่มตามหาเอกสารที่หายไปค่ะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ทราบนะคะ"
นพดนัยเลิกคิ้วขึ้น นี่มันไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยเจอ เขาคาดว่าเธอคงจะยอมแพ้ไปแล้ว หรือไม่ก็คงจะติดต่อมาด้วยท่าทีที่อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่นี่กลับเป็นการแจ้งความคืบหน้าอย่างตรงไปตรงมา
"เธอเป็นคนไม่ยอมแพ้จริงๆ สินะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ นพดนัยก็ตรงไปยังห้องทำงานของเขา เขามีนัดกับสถาปนิกเพื่อหารือเกี่ยวกับแบบแปลนอาคารสาขาใหม่
"คุณกันต์ครับ แบบแปลนนี้เราปรับปรุงไปหลายครั้งแล้วครับ" สถาปนิกหนุ่มกล่าวพลางชี้ไปที่ภาพบนจอคอมพิวเตอร์ "แต่ผมเชื่อว่าแบบนี้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้แน่นอนครับ"
นพดนัยพิจารณาแบบแปลนอย่างละเอียด เขาพยักหน้าเห็นด้วยเป็นระยะๆ "ดีครับ ดูทันสมัยและเข้ากับบรรยากาศของไร่แสงดาวดี"
"แล้วเรื่องวัสดุ เราเน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครับ" สถาปนิกเสริม "และในส่วนของสวนด้านหน้า เราจะปลูกดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงาม จะทำให้สาขาแห่งนี้เป็นที่น่าจดจำสำหรับลูกค้าทุกคนครับ"
"ดีมาก" นพดนัยกล่าว "ผมต้องการให้สาขาใหม่ของเรามีความแตกต่างจากสาขาอื่น และเป็นที่ที่ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้ามาใช้บริการ"
การหารือกับสถาปนิกดำเนินไปอย่างราบรื่น นพดนัยรู้สึกพอใจกับความคืบหน้าของโครงการ เขาเชื่อว่าการขยายสาขาครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
ตกบ่าย นพดนัยต้องเดินทางไปยังโรงแรมหรูใจกลางเมืองเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศลตามที่อรทัยเชิญ เขาไม่ได้อยากไปเลย แต่ข้อเสนอพิเศษที่พ่อของอรทัยจะมอบให้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อไปถึงงาน เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่หรูหราและอึกทึก ผู้คนมากมายแต่งกายด้วยชุดราตรีและสูทผูกไท่ กำลังพูดคุยสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน นพดนัยรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาไม่คุ้นเคยกับงานสังคมประเภทนี้เท่าไหร่นัก
"คุณกันต์! มาแล้วเหรอคะ!" เสียงอรทัยดังขึ้น เมื่อเธอเห็นเขาเดินเข้ามาในงาน เธอรีบวิ่งเข้ามาหาเขา ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่สดใส
"สวัสดีครับคุณอรทัย" นพดนัยพยักหน้าทักทาย
"เป็นไงบ้างคะ? ชอบงานไหมคะ?" อรทัยถาม พลางกุมแขนเขาเบาๆ
"ก็... ดีครับ" นพดนัยตอบเสียงเรียบ พลางพยายามแกะมือเธอออกอย่างนุ่มนวล "คุณพ่อของคุณอยู่ที่ไหนครับ?"
"อ๋อ คุณพ่อกำลังคุยอยู่กับท่านประธานค่ะ เดี๋ยวอรทัยพาไปนะคะ" อรทัยกล่าว ก่อนจะจูงมือเขาไปยังกลุ่มนักธุรกิจที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
เมื่อไปถึง นพดนัยพบว่าพ่อของอรทัยกำลังสนทนากับนักธุรกิจใหญ่ของประเทศ เขาจึงเข้าไปทักทาย
"สวัสดีครับท่าน" นพดนัยกล่าว
"อ้าว นพดนัย มาแล้วเหรอ" พ่อของอรทัยหันมามองเขาด้วยรอยยิ้ม "นี่คือท่านประธานครับ ท่านกำลังคุยเรื่องโครงการใหญ่ของเราอยู่พอดี"
นพดนัยทักทายท่านประธาน ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป นพดนัยได้แต่ยืนฟังเงียบๆ เขารอคอยจังหวะที่จะได้พูดคุยเรื่องข้อเสนอพิเศษ
หลังจากผ่านไปสักพัก พ่อของอรทัยก็เหลือบมาเห็นนพดนัย "นพดนัย พอดีเรากำลังคุยเรื่องโครงการขยายสาขาของไร่แสงดาวน่ะ"
"ครับ" นพดนัยตอบ
"ผมได้ยินมาว่าโครงการนี้มีความสำคัญกับคุณมาก" พ่อของอรทัยกล่าว "ผมอยากจะเสนอให้เรามาร่วมลงทุนในโครงการนี้ด้วยกัน ผมจะลงทุนให้ 30% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด และผมจะช่วยจัดการเรื่องใบอนุญาตต่างๆ ให้ด้วย"
นพดนัยรู้สึกประหลาดใจกับข้อเสนอที่เกินความคาดหมาย "จริงเหรอครับ?"
"แน่นอน" พ่อของอรทัยยิ้ม "ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของคุณ และผมก็เห็นว่าไร่แสงดาวมีอนาคตที่สดใส"
นพดนัยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เคยคาดคิดว่าการเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้จะนำมาซึ่งโอกาสที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ "ขอบคุณมากครับคุณ..." เขาชะงักเล็กน้อย "ผมไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี"
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก" พ่อของอรทัยโบกมือ "แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีของเราแล้ว"
ขณะที่นพดนัยกำลังพูดคุยกับพ่อของอรทัย เขาก็เหลือบไปเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาของอรทัยที่กำลังมองมาที่เขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชมและความสุข
"คุณกันต์คะ" อรทัยกระซิบข้างหูเขา "อรทัยดีใจนะคะที่คุณกันต์มา"
นพดนัยหันไปมองเธอ เขาเห็นความจริงใจในแววตาของเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เขาควรจะรู้สึกต่อเธอเกิดขึ้นได้ เขารู้สึกขอบคุณเธอที่เชิญเขามา แต่นั่นก็เป็นเพียงความรู้สึกขอบคุณในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น
"ขอบคุณครับคุณอรทัย" เขาตอบอย่างสุภาพ
เขาหันกลับไปสนทนากับพ่อของอรทัยต่อ แต่ในใจของเขาก็อดคิดถึงหญิงสาวอีกคนหนึ่งไม่ได้ หญิงสาวที่ชื่อพิมพ์ชนก ผู้ซึ่งมีเอกสารยับเยินและรอยยิ้มที่ดูจริงใจ
4,186 ตัวอักษร