เมียคืนเดียวของคุณหมอ

ตอนที่ 1 / 34

ตอนที่ 1 — ค่ำคืนที่แสนเลือนราง

แสงไฟนีออนสีแดงสาดสะท้อนระยิบระยับบนพื้นถนนเปียกชื้นยามค่ำคืน กลีบกุหลาบสีแดงเข้มที่ร่วงโรยจากช่อดอกไม้ในมือของรวินท์ค่อยๆ หล่นลงสู่พื้น ราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวความเศร้าสร้อยที่กำลังจะก่อตัวขึ้น เขาถอนหายใจหนักๆ เอามือหยาบกร้านขึ้นขยี้ตาไล่ความเหนื่อยล้าที่เกาะกินมาตลอดทั้งวัน โรงพยาบาลอันใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงไฟสว่างจ้าจากหน้าต่างบางบานบ่งบอกถึงการทำงานหนักของผู้คนภายในนั้น และแน่นอนว่ารวมถึงตัวเขาเองด้วย หมอรวินท์ แพทย์ศัลยกรรมชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความเก่งกาจและเย็นชา ราวกับว่าหัวใจของเขาถูกผ่าตัดเอาความรู้สึกออกไปพร้อมกับก้อนเนื้อร้ายที่เขาเคยกำจัดทิ้งไปจากคนไข้ ใบหน้าคมคายที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอ คราวนี้กลับมีร่องรอยของความอ่อนล้าปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนใต้แสงไฟสลัว ดวงตาสีเข้มฉายแววเหนื่อยหน่าย แต่ก็ยังคงฉายประกายของความมุ่งมั่นอยู่ลึกๆ "คุณหมอกลับดึกอีกแล้วนะครับ" เสียงทุ้มของบัวขาว พยาบาลสาวรุ่นน้องดังขึ้น เมื่อเธอเดินสวนทางมาพร้อมกับถังขยะทางการแพทย์ "วันนี้เคสหนักหรือเปล่าครับ" รวินท์หันไปยิ้มบางๆ ให้กับเธอ "ก็เรื่อยๆ บัว วันนี้มีเคสฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดด่วนน่ะ" เขาตอบเสียงเรียบ "แล้วนี่กลับบ้านแล้วเหรอ" "ค่ะ คุณหมอ กลับไปพักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้ยังมีงานอีกเยอะ" บัวขาวกล่าวด้วยความเป็นห่วง "คุณหมอนี่ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลยนะคะ ทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้ เดี๋ยวก็ป่วยเอานะคะ" "หมอไม่เป็นไรหรอกน่า" รวินท์โบกมือเล็กน้อย "ขอบใจที่เป็นห่วงนะ" เขาเดินเข้าไปในอาคาร ทิ้งให้บัวขาวมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความเป็นห่วงระคนชื่นชม การที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับคุณหมอรวินท์มาตลอดหลายปี ทำให้เธอได้เห็นมุมที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้บุคลิกที่ดูเย็นชาของเขา คุณหมอเป็นคนที่มีจิตใจดี เห็นอกเห็นใจคนไข้เสมอ แม้บางครั้งจะแสดงออกไม่เก่งก็ตาม ภายในห้องทำงานที่ยังคงเปิดไฟสว่างอยู่ รวินท์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบแฟ้มคนไข้ขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมบางคนถึงชอบโยนภาระมาให้เขาอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่เขาก็มีงานของตัวเองอยู่แล้ว "เฮ้อ... นี่มันอะไรกันนักกันหนา" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางลบแว่นตาออกแล้วถูไถขมับเบาๆ ความคิดของเขาเริ่มฟุ้งซ่าน ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักบวกกับความกดดันจากเรื่องส่วนตัวที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด กำลังกัดกินจิตใจของเขาช้าๆ ขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดอันวุ่นวาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ "เข้ามาได้" เขาบอกเสียงลอดไรฟัน บานประตูถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมชุดเดรสสีดำเรียบหรูที่ขับเน้นเรือนร่างอันเย้ายวน ดวงตากลมโตสีดำขลับทอประกายเศร้าสร้อย ผมยาวสลวยสีดำสนิทถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าอย่างลวกๆ แต่ก็ยังคงความสง่างามเอาไว้ ใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบา บ่งบอกถึงความงามตามธรรมชาติที่โดดเด่น เธอถือเอกสารในมือ และดูเหมือนจะลังเลที่จะเดินเข้ามา "มีอะไร" รวินท์ถาม น้ำเสียงเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ หญิงสาวก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ วางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขา "นี่ค่ะคุณหมอ เอกสารที่ต้องเซ็น" เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับว่าไม่ได้ใช้งานมานาน รวินท์มองเอกสารเหล่านั้นด้วยความเบื่อหน่าย "อีกแล้วเหรอ" เขาถาม "เมื่อไหร่จะจบสิ้นกันเสียที" "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" หญิงสาวตอบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "แต่ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด" "หน้าที่ของคุณงั้นเหรอ" รวินท์แค่นเสียง "คุณเคยคิดบ้างไหมว่าการกระทำของคุณมันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากแค่ไหน" หญิงสาวหน้าซีดเผือด เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา "ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ" "คำขอโทษของคุณมันไม่มีความหมายอะไรหรอก" รวินท์พูดอย่างไม่ใยดี "คุณทำลายทุกอย่างไปแล้ว" เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงบนเอกสารเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มองหน้าหญิงสาวอีกเลย ราวกับว่าเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน "เรียบร้อยแล้ว" เขาพูดเสียงห้วน "คุณกลับไปได้แล้ว" หญิงสาวมองเอกสารที่ถูกเซ็นด้วยแววตาว่างเปล่า "ค่ะ คุณหมอ" เธอตอบเสียงเบา แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้องอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว รวินท์มองตามหลังหญิงสาวไปจนเธอหายลับตาไปจากสายตา เขาทิ้งตัวลงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ความเหนื่อยล้าทั้งหมดประดังประเดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของหญิงสาวคนนั้นนัก ทั้งๆ ที่เธอเพียงแค่ทำตามหน้าที่ของเธอ แสงไฟนีออนสีแดงด้านนอกสาดเข้ามาในห้องเป็นระยะๆ ทำให้ภาพของหญิงสาวที่เดินจากไปปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ดวงตาที่สะท้อนความเจ็บปวด ราวกับว่าเขาเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานเหล่านั้น "ทำไมกันนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง "ทำไมเรื่องราวทุกอย่างมันถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้" เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชีวิตของเขาถึงได้มาถึงจุดนี้ จุดที่ความสุขกลายเป็นสิ่งไกลเกินเอื้อม และมีเพียงความเหนื่อยล้าและความกดดันที่คอยถาโถมเข้ามาอยู่เสมอ เขาอยากจะหนีไปให้ไกลจากตรงนี้ ไปให้พ้นจากทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังบีบคั้นเขาอยู่ "บางที... ฉันอาจจะต้องหาทางออกให้กับตัวเองบ้าง" เขาพูดกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับว่ากำลังคุยกับเงาของตัวเอง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรศัพท์ไปยังเพื่อนสนิท "เฮ้...ว่างหรือเปล่า คืนนี้ฉันอยากจะไปหาอะไรดื่มหน่อย" "แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบดื่มเท่าไหร่" เสียงปลายสายตอบกลับมา "แต่ถ้าแกอยาก ฉันก็พร้อมเสมอ" "ขอบใจนะ" รวินท์กล่าว "เจอกันที่ร้านเดิม" เขาปิดการสนทนา วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้ความเงียบและความมืดเข้าครอบงำแทนที่แสงไฟสว่างจ้า เขาเดินออกจากโรงพยาบาล ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เขาต้องการเพียงแค่หลีกหนีจากความเป็นจริงอันแสนหนักอึ้งนี้สักชั่วขณะ ต้องการเพียงแค่ได้ลืมทุกอย่างไปชั่วคราว แสงไฟนีออนสีแดงยังคงสาดสะท้อนระยิบระยับบนพื้นถนนเปียกชื้น แต่คราวนี้ กุหลาบสีแดงเข้มในมือของรวินท์ได้หล่นหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเหนื่อยล้าที่ยังคงเกาะกินอยู่ในหัวใจของเขา

5,061 ตัวอักษร