ตอนที่ 1 — กรงทองของบอสพันล้าน
ลมหนาวพัดโชยมาตามช่องแอร์เย็นเฉียบ ปะทะใบหน้าซีดเซียวของรินรดาให้รู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้งทอประกายเศร้าหมอง จ้องมองเอกสารหนากึกตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย รายงานผลประกอบการของบริษัทที่เธอเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจให้มันเติบโต บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าในสายตาของใครบางคน
“คุณรินรดาคะ คุณภูผาเรียกพบค่ะ” เสียงเลขาฯ สาวดังขึ้นขัดจังหวะความคิดที่กำลังตีรวนในหัว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสงบนิ่ง
“ค่ะ ดิฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ห้องทำงานของภูผา สุริยวงษ์ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของอาณาจักรสิงห์ กรุ๊ป แตกต่างจากห้องทำงานเล็กๆ ของเธออย่างสิ้นเชิง เพดานสูงโปร่ง ประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมา ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงยามค่ำคืนที่สว่างไสวราวกับเพชรนับล้านเม็ด โต๊ะทำงานไม้สักขัดเงาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนนั้นมีเพียงแล็ปท็อปเครื่องหรูและเอกสารบางส่วน วางอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ
ภูผาในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบสีเข้มราวกับรัตติกาล จ้องมองเธอด้วยแววตาเย็นชาที่อ่านไม่ออก เขากำลังยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน กอดอกอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ
“นั่งสิ” เสียงทุ้มต่ำของเขากระชากเธอออกจากภวังค์ รินรดาก้าวเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้บุหนังอย่างเชื่องช้า หัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะประหลาด
“คุณรินรดา ผมคงไม่ต้องบอกนะว่าทำไมผมถึงเรียกคุณมา” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบปราศจากความรู้สึก “บริษัทของคุณมีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก หนี้สินพอกพูนจนยากที่จะแก้ไข”
รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ดิฉันทราบค่ะ”
“และคุณก็ไม่มีทางออก” เขาพูดต่อ พร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ “ถ้าผมไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย”
เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาประสานกัน ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไปในนั้น ทั้งความหวัง ความสิ้นหวัง และความอาย “คุณภูผาคะ ถ้ามีทางอื่น ดิฉันคงไม่…”
“คุณไม่มีทางอื่นแล้ว” เขาตัดบทเสียงเฉียบ “และผมก็มีข้อเสนอที่น่าสนใจให้คุณ”
รินรดาเม้มปากแน่น รู้ดีว่าข้อเสนอของเขาจะต้องไม่ธรรมดา “ข้อเสนออะไรคะ”
ภูผาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขาสบตาเธออย่างไม่หลบเลี่ยง “แต่งงานกับผม”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเธอ รินรดาเบิกตากว้าง อึ้งพูดไม่ออก “คะ… คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
“ผมบอกว่า แต่งงานกับผม” เขาเน้นเสียงชัดเจน “ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดของบริษัทคุณ พยุงให้บริษัทของคุณกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และที่สำคัญ ผมจะให้เงินจำนวนหนึ่งกับคุณ เพื่อให้คุณสามารถดูแลครอบครัวได้สบายไปตลอดชีวิต”
หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก นี่มันบ้าไปแล้ว! ข้อเสนอแบบนี้มันมีอยู่จริงหรือไง การแต่งงานแลกกับอิสรภาพทางการเงินของครอบครัว?
“แต่… เราแทบไม่รู้จักกันเลยนะคะ” เธอพยายามรวบรวมสติ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เรามีเวลาเรียนรู้กัน” เขากล่าวเรียบๆ “ผมต้องการผู้หญิงที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา และคุณก็ต้องการเงิน ผมว่าข้อเสนอนี้มันแฟร์ดีนะ”
“แฟร์?” รินดากระแทกเสียงกลับอย่างอดไม่อยู่ “คุณคิดว่าการให้ผู้หญิงแต่งงานกับคุณเพียงเพราะเงินเป็นเรื่องแฟร์อย่างนั้นหรือคะ”
“ผมไม่ได้บังคับ” เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ผมแค่นำเสนอทางเลือก และคุณก็เป็นคนตัดสินใจ”
รินรดามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพเมืองยามค่ำคืนที่เคยสวยงาม บัดนี้กลับดูหม่นหมองลงไปถนัดตา ชีวิตของเธอและครอบครัวกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย การยอมรับข้อเสนอนี้ อาจหมายถึงการขายวิญญาณของตัวเอง แลกกับความสุขสบายของคนที่เธอรัก
“คุณให้เวลาดิฉันคิดไหมคะ” เธอถามเสียงแผ่ว
“ได้” เขาตอบสั้นๆ “แต่ผมแนะนำว่าอย่าคิดนาน ปัญหาของบริษัทคุณมันรอไม่ได้”
รินรดาพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ และภูผาคือทุ่นชูชีพเพียงหนึ่งเดียว แม้ว่ามันจะเป็นทุ่นที่ดูอันตรายก็ตาม
“แล้ว… ถ้าดิฉันตกลง เราจะทำสัญญาอะไรกันไหมคะ” เธอถามอย่างระแวง
รินดากลืนน้ำลายอีกครั้ง “สัญญา… เกี่ยวกับอะไรคะ”
“ก็เรื่องการแต่งงานของเราไงคะ” เธอพยายามทำให้เสียงตัวเองดูมั่นคง “เราจะอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน? มีข้อตกลงอะไรบ้าง? ถ้า… ถ้าวันหนึ่งเราไม่ต้องการกันอีกต่อไปแล้ว จะเป็นอย่างไร?”
ภูผาเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่เคยมีใครถามคำถามเหล่านี้กับเขามาก่อน “เราจะแต่งงานกันเป็นเวลา 5 ปี” เขาตอบอย่างไม่ลังเล “ระหว่างนั้น เราจะทำตัวให้เหมือนคู่สามีภรรยาที่ดี ให้เกียรติกัน และ… ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันมากเกินไป”
“แล้วถ้า…” รินดากลั้นหายใจ “ถ้าเรามีลูกล่ะคะ”
“นั่นเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอีกที” เขาตอบพลางก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น “แต่สำหรับตอนนี้ ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมไม่ใช่คนใจร้าย ผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”
รินรดาหลับตาลงช้าๆ ภาพใบหน้าของพ่อที่ป่วยหนัก และแม่ที่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมารักษาท่าน ผุดขึ้นมาในหัว เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ
“ดิฉัน… ตกลงค่ะ”
เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ภูผายิ้มมุมปากบางๆ รอยยิ้มที่ดูร้ายกาจและเต็มไปด้วยชัยชนะ
“ดีมาก” เขากล่าว “เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน”
รินรดาพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในกรงทอง ที่มีค่ามหาศาล แต่ก็ถูกจองจำเอาไว้ตลอดกาล
4,180 ตัวอักษร