ตอนที่ 4 — ชีวิตในกรงทองที่ไร้ความหมาย
รินรดาพยักหน้าเบาๆ เธอไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในใจให้เขาเข้าใจได้อย่างไร งานเลี้ยงหรูหราเหล่านี้ ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูสมบูรณ์แบบของพวกเธอ มันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนกำลังสวมหน้ากากเข้าสังคมอยู่ตลอดเวลา ทุกรอยยิ้ม ทุกคำพูด ล้วนถูกปรุงแต่งขึ้นมาทั้งสิ้น
“คุณไม่สบายหรือเปล่า” ภูผาถาม น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความสงสัย “คุณดูซีดๆ นะ”
“เปล่าค่ะ ดิฉันแค่… เหนื่อยเล็กน้อย” รินรดาพยายามยิ้มให้เขา “คงเป็นเพราะไม่ได้นอนเต็มที่เมื่อคืน”
ภูผาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมขอโทษที่ทำให้คุณเหนื่อย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องมาที่เธออย่างมีความหมาย รินรดาพยายามหลบสายตาเขา ไม่อยากให้เขาเห็นความสับสนที่ฉายชัดอยู่ในดวงตา
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบเบาๆ
“คุณอรุณีเป็นคนตรงไปตรงมา เขาอาจจะพูดอะไรตรงๆ ไปบ้าง แต่เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดี” ภูผาเสริม “เขาเป็นเพื่อนเก่าแก่ของผม”
“ดิฉันเข้าใจค่ะ” รินรดาตอบ “เขาดูเป็นคนน่ารักดีค่ะ”
“ดีแล้ว” ภูผาพยักหน้า “ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกอึดอัดใจเวลาอยู่กับใคร”
บทสนทนาของทั้งสองถูกขัดจังหวะ เมื่อมีชายร่างท้วมในชุดสูทราคาแพง เดินตรงเข้ามาหา “คุณภูผาครับ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ สบายดีนะครับ”
“สวัสดีครับคุณวิชัย” ภูผาหันไปทักทายทันที “ผมสบายดีครับ แล้วคุณเป็นอย่างไรบ้าง”
“ก็สบายดีตามอัตภาพครับ” คุณวิชัยยิ้มกว้าง “ขอแนะนำให้รู้จักกับภรรยาของคุณภูผา ใช่มั้ยครับ” เขาหันมาทางรินรดา “คุณรินรดา ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมวิชัย เป็นคู่ค้าเก่าของคุณภูผาครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณวิชัย” รินรดาพยักหน้าให้เขาด้วยรอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี
“คุณภูผาโชคดีจริงๆ นะครับ ที่ได้ภรรยาที่สวยงามและกุลสตรีขนาดนี้” คุณวิชัยกล่าวชม “ผมอิจฉาคุณภูผาจริงๆ”
“ขอบคุณครับ” ภูผาตอบ “คุณรินรดาเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผม”
คำพูดของภูผาทำให้รินรดารู้สึกแปลกๆ ในใจ เขากำลังพูดไปตามบทบาท หรือว่าเขากำลังรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ? เธอมองหน้าเขา พยายามจับความรู้สึกจากดวงตาคู่นั้น แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากความเฉยเมยที่ปกคลุมอยู่
“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีมีเรื่องต้องไปคุยกับคุณภูผาเป็นการส่วนตัวนิดหน่อย” คุณวิชัยกล่าวกับรินรดา ก่อนจะผายมือเชิญภูผาให้เดินออกไป
เมื่อภูผาเดินจากไป รินรดาก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่กลับมาเกาะกุมอีกครั้ง เธอเดินกลับไปยังมุมที่เธอเคยยืนอยู่ มองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องโถง เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน
“คุณไม่ชอบงานแบบนี้เหรอคะ” เสียงหญิงสาวคนเดิมดังขึ้นข้างๆ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองก็พบว่าเป็นคุณอรุณี “ฉันเห็นคุณดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่”
“เปล่าค่ะ ก็… แค่ไม่คุ้นเคยน่ะค่ะ” รินรดาตอบตามความจริง “ดิฉันไม่ค่อยได้เข้าสังคมแบบนี้เท่าไหร่”
“ฉันเข้าใจค่ะ” อรุณีพยักหน้า “ตอนแรกฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่พอเข้าบ่อยๆ ก็จะเริ่มชินไปเอง” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “แต่คุณภูผาเขาดูจะชอบให้คุณเข้าสังคมนะคะ เขาดูภูมิใจที่คุณเป็นภรรยาของเขามาก”
“จริงๆ เหรอคะ” รินรดาถาม เสียงแผ่วเบา “ดิฉันไม่แน่ใจเลย”
“แน่สิคะ” อรุณีกล่าวอย่างมั่นใจ “คุณภูผาเป็นคนที่… เอ่อ… มีรสนิยมสูงมากนะคะ เขาไม่เคยพาใครมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อนเลย” เธอจ้องมองรินรดาอย่างพิจารณา “คุณต้องเป็นคนพิเศษจริงๆ”
คำพูดของอรุณีทำให้รินรดารู้สึกสับสนยิ่งกว่าเดิม เธอเป็นคนพิเศษจริงๆ หรือ? หรือว่าเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมของเขา?
“ขอบคุณที่บอกนะคะ” รินรดาตอบอย่างสุภาพ “ดิฉันคงต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ รู้สึกไม่ค่อยสบาย”
“ได้ค่ะ ถ้ามีอะไรก็บอกได้นะคะ” อรุณีกล่าว “แต่ถ้าให้ดี… ลองคุยกับคุณภูผาดูนะคะ บางทีเขาอาจจะมีวิธีทำให้คุณมีความสุขมากขึ้นก็ได้”
รินรดาพยักหน้าให้กับอรุณี ก่อนจะรีบเดินออกจากงานเลี้ยง เธอไม่ต้องการที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ความอึดอัดและความสับสนถาโถมเข้ามาจนเธอแทบทนไม่ไหว
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์อันเงียบสงัด รินรดาก็ตรงไปที่ห้องนอนของเธอทันที เธอถอดชุดราตรีหรูหราออกอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็นชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา เธอนั่งลงบนเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เมืองทั้งเมืองสว่างไสวราวกับดวงดาว แต่ในใจของเธอกลับมืดมิด
“นี่คือชีวิตที่ฉันเลือกเหรอ” เธอถามตัวเองเบาๆ “ชีวิตที่สวยงาม แต่ไร้ความหมาย”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พยายามจะโทรหาแม่ แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน เธอไม่มีใครให้ปรึกษา ไม่มีใครให้ระบายความรู้สึก
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้ม เธอไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว ตั้งแต่วันที่ยอมเซ็นสัญญาฉบับนั้น
เธอรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทองที่สวยงาม ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ แต่กรงนั้นกลับไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่างให้เธอได้มองเห็นโลกภายนอกอย่างแท้จริง
รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องทำงานของภูผา เธอเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ห้องทำงานของเขาตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม ดูสุขุมและมีอำนาจ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนนั้นมีเอกสารกองอยู่หลายปึก
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน สังเกตเห็นรูปถ่ายใบหนึ่ง รูปของภูผากับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นยิ้มอย่างมีความสุข ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ
“ใครคือคนในรูปนี้” รินรดาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปใบนั้นไว้
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดออก ภูผายืนอยู่ตรงนั้น เขามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“คุณมาทำอะไรที่นี่” เขาถามเสียงเรียบ
“ดิฉัน… ดิฉันแค่อยากจะดูเฉยๆ ค่ะ” รินรดาตอบพร้อมกับรีบวางโทรศัพท์ลง “เห็นรูปนี้…” เธอชี้ไปที่รูปถ่าย “คนนี้คือใครคะ”
ภูผาเดินเข้ามาใกล้ มองตามนิ้วของเธอ “เธอคือ… คนที่ผมเคยรัก” เขาตอบเสียงเบา “แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่แล้ว”
รินรดาเงียบไป เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เธอเข้ามาในชีวิตของเขาในช่วงเวลาที่เขาอาจจะกำลังเสียใจ
“ผมขอโทษที่คุณต้องมาเห็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง” ภูผากล่าว “คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ” รินรดาตอบอย่างอึ้งๆ เธอเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ภูผายืนนิ่งอยู่กับรูปถ่ายใบนั้น
4,888 ตัวอักษร