ตอนที่ 28 — พลังที่ปลุกจากส่วนลึก
เปลวเพลิงสีดำสนิทที่พ่นออกมาจากมังกรดำแผดเผาอากาศรอบๆ ก้อนหินที่เอริคใช้เป็นที่กำบังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ราวกับจะละลายไปในไม่ช้า “เราต้องหาทางหยุดมัน!” ลูเซียตะโกน พลางใช้พลังแห่งสายน้ำของเธอสร้างเป็นโล่ป้องกันน้ำที่แข็งแกร่ง แต่โล่น้ำนั้นก็เริ่มสั่นคลอนภายใต้แรงปะทะของเปลวเพลิงแห่งความมืด “ข้าไม่รู้ว่าจะต้านทานได้นานแค่ไหน!”
เอริคหอบหายใจ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเขม่าควัน เขาเหลือบมองดูปานรูปมังกรที่กำลังลุกโชนอยู่บนแขน มันส่งความร้อนระอุออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงพลังที่พร้อมจะต่อสู้ ในทางตรงกันข้าม มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกดูดกลืนพลังงานออกไปทุกขณะ “ไซเฟอร์! มีอะไรจะแนะนำไหม!” เอริคตะโกนถาม เขาหันไปมองนักดาบผู้ซึ่งกำลังยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักอยู่ข้างๆ
ไซเฟอร์ยังคงจ้องมองไปยังมังกรดำด้วยดวงตาที่ฉายแววเคร่งเครียด “มันไม่ใช่แค่พลังโจมตีธรรมดา เอริค มันคือเปลวเพลิงแห่งความว่างเปล่า มันกัดกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งพลังชีวิต” เสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความกังวลที่ยากจะปกปิด “ข้าไม่เคยเห็นมังกรชนิดนี้มาก่อน”
“แล้วเราจะทำอย่างไร!” ลูเซียถามเสียงสั่นเครือ โล่น้ำของเธอเริ่มปริแตกเป็นริ้วๆ เปลวเพลิงสีดำกำลังแทรกซึมเข้ามาอย่างช้าๆ “ข้าสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังจากมัน… มันไม่ใช่แค่ความโกรธ มันคือความเจ็บปวดที่ถูกกดทับมานาน”
ทันใดนั้นเอง เอริคก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ปานรูปมังกรบนแขนของเขากระตุกวูบราวกับมีชีวิต ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขารู้สึกถึงกระแสพลังที่กำลังไหลเวียนไปทั่วร่าง ไม่ใช่พลังที่เขาเคยคุ้นเคย มันเป็นพลังที่ดิบเถื่อน รุนแรง และดูเหมือนจะถูกปลุกขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ “นี่มัน… นี่มันอะไรกัน?” เขาพึมพำ
“เกิดอะไรขึ้น เอริค?” ลูเซียถาม พลางพยายามเสริมความแข็งแกร่งให้กับโล่น้ำที่กำลังจะแตกสลาย
“ข้า… ข้ารู้สึกถึงพลังบางอย่าง… มันเหมือนจะ… กำลังตอบสนองต่อมังกรตัวนั้น” เอริคอธิบายอย่างยากลำบาก เขากำมือแน่น ความร้อนจากปานรูปมังกรแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนรู้สึกแสบร้อนไปหมด แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวด มีแต่ความรู้สึกถึงพลังที่กำลังจะล้นทะลักออกมา
“พลังที่ตอบสนอง? หมายความว่าอย่างไร?” ไซเฟอร์ขมวดคิ้ว “มังกรดำนั่น… มันอาจจะเป็นคู่ปรับของมังกรที่สถิตอยู่ในตัวเจ้า”
“คู่ปรับ? หรือว่า… เจ้าของ?” เอริคครุ่นคิด เขาจำได้ถึงคำบอกเล่าของผู้อาวุโสแห่งเผ่าหิน เกี่ยวกับตำนานมังกรที่ถูกแบ่งแยก ความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง… เราอาจจะมีโอกาส”
“โอกาสที่จะถูกเผาไหม้ไปพร้อมๆ กันน่ะสิ” ลูเซียสวนกลับอย่างเหนื่อยอ่อน “ข้าไม่คิดว่าการปลุกพลังที่ยังไม่เข้าใจจะใช่ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้”
“แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว! ดูนั่นสิ!” ไซเฟอร์ชี้ไปยังมังกรดำ มันกำลังเตรียมพ่นเปลวเพลิงอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม “ถ้าเราไม่ทำอะไร เราตายแน่!”
เอริครู้ดีว่าไซเฟอร์พูดถูก เขามองไปยังมังกรดำ ดวงตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาของมันชั่วขณะหนึ่ง เขาเห็นความเด็ดเดี่ยว ความโกรธแค้น และที่สำคัญที่สุด เขาเห็นความเดียวดายในดวงตาคู่นั้น มันสะท้อนภาพของตัวเขาเองในหลายๆ แง่มุม
“ข้าจะลอง… ข้าจะต้องลอง” เอริคตัดสินใจแน่วแน่ เขายืนขึ้นเต็มความสูง แม้ว่าก้อนหินที่กำบังจะเริ่มแตกร้าว “ลูเซีย! เตรียมพร้อม! ถ้าข้าทำอะไรได้ เธอต้องช่วยประคองไว้!”
“เอริค! อย่า!” ลูเซียร้องห้าม แต่เธอรู้ว่าเธอห้ามเขาไม่ได้
เอริคหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ เขาเพ่งสมาธิไปที่ปานรูปมังกรบนแขน เขารู้สึกถึงพลังที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ไม่ใช่พลังแห่งเพลิงที่เขารู้จัก แต่มันเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง พลังแห่งการระเบิดที่ถูกเก็บกดไว้ เขาพยายามจะควบคุมมัน พยายามจะนำมันมาใช้ แต่ยิ่งพยายาม มันก็ยิ่งต่อต้าน ราวกับมันไม่ต้องการถูกบังคับ
“ไม่… ไม่ใช่แบบนี้” เขาพึมพำ “ไม่ใช่การบังคับ… แต่เป็นการ… ปลดปล่อย”
ทันใดนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเขา ภาพของมังกรโบราณที่ถูกจารึกไว้บนผนังถ้ำ ภาพของมังกรที่กำลังต่อสู้กันเองราวกับจะฉีกกระชากกันให้แหลกคามหา “บทสวด… บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ… มันไม่ได้มีไว้เพียงแค่การควบคุมเพลิง… แต่มันมีไว้เพื่อ… ดับความขัดแย้งภายใน”
เอริคพยายามนึกถึงบทสวดที่เขาเคยได้ยินจากผู้อาวุโส ภาพของคำสวดที่สลักลึกอยู่ในจิตใจ เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นมา “ห้าม… เพลิง… พิรุณ… ดับ…”
เสียงสวดของเอริคดังขึ้นเบาๆ ในตอนแรก แต่ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงสวดที่ทรงพลัง แต่เป็นเสียงสวดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความหวังเล็กๆ เสียงสวดนั้นราวกับจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างภายในตัวเขา ยิ่งเขาสวด ปานรูปมังกรบนแขนก็ยิ่งลุกโชนแรงขึ้น จนแสงสว่างเจิดจ้าแผ่กระจายออกมา
มังกรดำที่กำลังเตรียมพ่นเปลวเพลิง ชะงักไปชั่วขณะ มันหันมามองเอริคด้วยความประหลาดใจ คล้ายกับว่ามันไม่เคยได้ยินเสียงสวดแบบนี้มาก่อน
“นั่นมัน… เสียงอะไร?” ลูเซียถามด้วยความตกตะลึง
“มันคือ… เสียงสวดแห่งการไถ่บาป… ที่ข้าเคยอ่านเจอในบันทึกโบราณ” ไซเฟอร์ตอบ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความอัศจรรย์ใจ “บทสวดนี้… มันมีพลังที่จะปลอบประโลมจิตใจที่ปั่นป่วน… ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือ… สัตว์อสูร”
เอริคยังคงสวดต่อไป เขาสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง แล้วเปล่งเสียงสวดออกมาอย่างเต็มที่ “เพลิงแห่งความเกลียดชัง จงสงบลง! ความโกรธแค้นที่กัดกิน จงสลายไป! จงกลับคืนสู่ความสมดุล! จงดับ… ดับ…”
ขณะที่เอริคสวด ปานรูปมังกรบนแขนก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แสงสีแดงเพลิง หรือสีดำสนิทอีกต่อไป แต่มันเป็นแสงสีฟ้าใส เย็นยะเยือก แต่กลับมีความร้อนแฝงอยู่ภายใน แสงนั้นแผ่กระจายออกไปราวกับสายน้ำ เย็นฉ่ำที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่เปลวเพลิงสีดำของมังกร
เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่รอบๆ เริ่มอ่อนกำลังลง มันไม่ใช่ว่าถูกดับลงด้วยแรงปะทะ แต่เหมือนมันกำลังค่อยๆ สลายตัวไป ราวกับว่าความโกรธแค้นและความมืดมิดที่ประกอบขึ้นเป็นเปลวเพลิงนั้น กำลังถูกชำระล้างออกไป
มังกรดำคำรามอย่างเจ็บปวด มันดิ้นรนราวกับจะสะบัดสิ่งสกปรกออกไป แต่เปลวเพลิงสีฟ้าใสของเอริคกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันโอบล้อมเปลวเพลิงสีดำเอาไว้ ราวกับจะกลืนกินมันเข้าไป
“สำเร็จแล้ว… เอริคทำได้!” ลูเซียตะโกนด้วยความดีใจ
“ยัง… ยังไม่จบ” ไซเฟอร์เตือน “ดูที่มังกรนั่นสิ”
เอริคสูดลมหายใจ พลางมองไปยังมังกรดำ ร่างกายของมันสั่นสะท้าน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธแค้น บัดนี้กลับฉายแววสับสนและหวาดกลัว “ข้า… ข้าไม่เข้าใจ…” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากลำคอของมังกร “ทำไม… เจ้าถึงช่วยข้า…”
“ข้าไม่ได้จะช่วยเจ้า” เอริคตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าแค่… ปลดปล่อยพลังที่สถิตอยู่ในตัวข้า”
“แต่… พลังของเจ้า… มันเย็น… มันดับ… เพลิงแห่งความว่างเปล่าของข้า…” มังกรดำพึมพำ มันมองมาที่เอริคด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความอาฆาต เป็นความฉงนสงสัย
“เพลิงของเจ้า… มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า” เอริคพูด น้ำเสียงของเขาอ่อนลง “ข้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของเจ้า… ความโดดเดี่ยวของเจ้า… เหมือนกับข้า”
มังกรดำเงียบไป มันก้มหัวลงต่ำ ราวกับกำลังยอมรับในสิ่งที่เอริคพูด “ความเจ็บปวด… ใช่… ความเจ็บปวดที่ถูกทอดทิ้ง… ความโดดเดี่ยวที่ไม่มีวันสิ้นสุด…”
“เราทุกคนล้วนมีความเจ็บปวดในใจ” เอริคกล่าว “แต่มันไม่ควรจะนำพาเราไปสู่การทำลายล้าง”
ทันใดนั้นเอง ร่างของมังกรดำก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีดำที่เคยล้อมรอบตัวมัน เริ่มสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวหนังที่ซีดขาวและอ่อนแรง “ข้า… ข้าใกล้จะ… สิ้นสุดแล้ว…” มันกล่าวเสียงแผ่วเบา
“ไม่! อย่าเพิ่ง!” ลูเซียร้อง
“มันสายเกินไปแล้ว… เด็กน้อย” มังกรดำกล่าว “ข้าได้ใช้พลังที่มืดมิดมานานเกินไป… จนมันกัดกินตัวข้าเอง…”
เอริคเงียบไป เขารู้สึกถึงความเศร้าอย่างประหลาดเมื่อเห็นมังกรดำกำลังจะจากไป แม้ว่ามันจะเป็นศัตรูของเขา แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เชื่อมโยงถึงกัน
“จงจำไว้… เด็กหนุ่ม” มังกรดำกล่าว “มังกรที่แท้จริง… ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง… แต่มีไว้เพื่อ… สมดุล…”
สิ้นเสียงของมังกรดำ ร่างของมันก็สลายตัวไปเป็นละอองหมอกสีดำ จางหายไปในอากาศ เหลือเพียงความเงียบสงัด และก้อนหินที่ยังคงร้อนระอุอยู่เบื้องล่าง
เอริคทรุดตัวลงนั่ง หายใจหอบหนัก ปานรูปมังกรบนแขนยังคงเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ อยู่ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้น
“มัน… จบแล้วเหรอ?” ลูเซียถามอย่างไม่แน่ใจ
“สำหรับมังกรตัวนั้น… ใช่” ไซเฟอร์ตอบ เขามองไปยังที่ที่มังกรดำเคยอยู่ “แต่สำหรับเรา… การเดินทางยังอีกยาวไกล”
เอริคพยักหน้า เขารู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งร่าง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสงบที่เข้ามาแทนที่ความตึงเครียด “เราต้องรีบเดินทางต่อ” เขาพูด “ก่อนที่ความวุ่นวายนี้จะลุกลามไปมากกว่านี้”
6,848 ตัวอักษร