ตอนที่ 7 — แสงสว่างกลางห้วงน้ำสีคราม
แรงดันน้ำมหาศาลพยายามจะฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เอริคกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเพ่งสมาธิไปที่ “ลมหายใจแห่งสายน้ำ” ที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในกาย ราวกับเป็นเกราะป้องกันอันบอบบางแต่ทรงพลังจากลูเซียม พลังงานเย็นยะเยือกนั้นช่วยคลายความปวดร้าวที่เกิดจากแรงดันน้ำมหาศาลได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจต้านทานมันได้ทั้งหมด
“ต้องมีทางออก… ต้องมี…” เสียงของเขาแหบพร่า แทบจะกลืนหายไปกับเสียงน้ำที่ดังกระหึ่มรอบตัว เขาพยายามขยับร่างกายอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาเขาไปตามยถากรรม แต่ในใจยังคงค้นหาทิศทางที่อาจนำไปสู่อิสรภาพ
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงกระแสลมที่แตกต่างออกไป กระแสลมที่ไม่ได้เกิดจากแรงดันของน้ำ แต่เป็นลมที่พัดมาจากเบื้องบน ราวกับมีช่องทางบางอย่างที่สามารถมองเห็นได้จากใต้น้ำ
“นั่นไง!” เอริคอุทานเบาๆ พลางออกแรงแหวกว่ายไปตามทิศทางของกระแสลมนั้น เขาไม่รู้ว่ามันจะนำเขาไปที่ไหน อาจเป็นเพียงแค่ช่องลมที่เกิดจากการปะทะกันของกระแสน้ำ แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันคือความหวังเดียว
การเดินทางภายใต้น้ำที่มืดมิดและอันตรายนี้ ช่างยาวนานจนน่าใจหาย เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว ร่างกายเริ่มอ่อนล้า ขาชาไปหมด แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของชาวบ้านที่ต้องทนทุกข์จากไฟพิโรธของมังกร และคำพูดของวิญญาณแห่งป่าที่บอกว่าพลังที่แท้จริงอยู่ในตัวเขา เขาก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง
“ลูเซียม… ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ที่ไหน… แต่ขอให้เจ้าส่งพลังให้ข้าอีกครั้ง…” เอริคภาวนาในใจ
ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา แสงสว่างนั้นไม่เจิดจ้า แต่ก็เพียงพอที่จะขับไล่ความมืดมิดโดยรอบออกไปได้บ้าง เขาเห็นผนังหุบเหวเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยมอสส์และตะไคร่น้ำที่เรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ สลับกับผลึกสีฟ้าที่ฝังตัวอยู่ตามธรรมชาติ
“นี่มัน… อะไรกัน?” เอริคพึมพำด้วยความประหลาดใจ เขามองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาจากตัวเขา ดูเหมือนจะสะท้อนกับผลึกเหล่านั้น ทำให้บริเวณรอบๆ สว่างไสวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
เขาลองขยับมืออีกครั้ง และคราวนี้ผลึกสีฟ้าที่อยู่ใกล้ๆ ก็สั่นไหวและส่องแสงสว่างวาบตอบรับ ราวกับว่ามันกำลังสื่อสารกับเขา
“พลังที่แท้จริง… ไม่ได้มาจากบทสวดเพียงอย่างเดียว… แต่อยู่ในตัวเจ้าเอง…” เสียงของวิญญาณแห่งป่าดังขึ้นมาอีกครั้งในความทรงจำของเขา
“ในตัวข้า… หรือ?” เอริคครุ่นคิดขณะที่แหวกว่ายเข้าหาผลึกสีฟ้าเหล่านั้น เขาแตะผลึกก้อนหนึ่งด้วยปลายนิ้ว และทันใดนั้น ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
เขาเห็นภาพของสายน้ำที่ไหลรินจากยอดเขาสูง ผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพนั้นเต็มไปด้วยความสงบและความบริสุทธิ์ เขาเห็นเงาของหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบ ผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามแรงลม ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย
“แม่มดแห่งสายน้ำ…” เอริคพึมพำ เขาจำได้ว่าลูเซียมเคยพูดถึงแม่มดแห่งสายน้ำ ผู้เดียวดายที่อาศัยอยู่ใกล้กับน้ำตกใต้พิภพแห่งนี้
ภาพนิมิตหายไป แต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงค้างอยู่ในใจเขา ความรู้สึกถึงพลังอันเยือกเย็นและอ่อนโยนของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง
“ข้าต้องหาทางขึ้นไปให้ได้…” เอริคตัดสินใจ เขาออกแรงแหวกว่ายอีกครั้ง คราวนี้เขามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คิดว่ามีช่องลมอยู่ ลำแสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาจากตัวเขาส่องนำทางให้เขาอย่างต่อเนื่อง
แรงดันน้ำเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ เขาเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่จ้าขึ้นจากเบื้องบนอย่างชัดเจน และในที่สุด เขาก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ
“อึก… อึก…” เอริคสำลักน้ำออกมาหลายครั้ง หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ปอดอย่างเต็มที่ เขามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
เขาพบว่าตัวเองอยู่ในแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน ผนังของหน้าผาเต็มไปด้วยต้นไม้และเฟิร์นที่เกาะเกี่ยวกันแน่นหนา มีน้ำตกเล็กๆ หลายสายไหลลงมาจากด้านบน กลายเป็นลำธารที่ไหลต่อไปยังจุดที่เขาเพิ่งขึ้นมาจาก
“นี่คือ… ที่ไหนกัน?” เขาถามตัวเอง
“ที่นี่คือน้ำตกแห่งความลับ… ทางเข้าสู่อาณาจักรของข้า…” เสียงหวานปนเศร้าดังขึ้นจากด้านหลัง
เอริคสะดุ้ง รีบหันไปมองตามเสียง เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่บนก้อนหินริมแอ่งน้ำ เธอมีผมสีดำยาวสลวย ผิวขาวราวหิมะ ดวงตาสีฟ้าอมเขียวราวกับน้ำทะเลลึก สวมชุดที่ทำจากใบไม้และเถาวัลย์พันกันเป็นเนื้อผ้า
“เจ้า… เจ้าคือแม่มดแห่งสายน้ำ?” เอริคถามอย่างตะลึงงัน
หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ “ข้าคือลูเซียม… ผู้พิทักษ์แห่งสายน้ำแห่งนี้… แต่เจ้าเรียกข้าว่าลูเซียก็พอ”
“ลูเซีย…” เอริคเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ “ข้าคือเอริค… ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาบทสวดโบราณ…”
ลูเซียก้าวลงมาจากก้อนหินอย่างแผ่วเบา เดินเข้ามาหาเอริคด้วยท่าทีที่สง่างาม “ข้ารู้… วิญญาณแห่งป่ากระซิบบอกข้าแล้ว… ว่าเจ้ากำลังจะมา… และว่าเจ้ามีตราประทับแห่งมังกรอยู่บนกาย…”
เอริคยกมือขึ้นสัมผัสปานรูปมังกรบนแขนของเขา “ท่านทราบได้อย่างไร?”
“ดวงจิตของข้าเชื่อมโยงกับสายน้ำ… และสายน้ำก็ไหลผ่านทุกสรรพสิ่ง… รวมถึงรอยตราประทับที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นนั่น…” ลูเซียเอ่ยพลางกวาดตามองไปที่ปานของเอริค
“ไฟ… ของมังกรโบราณ… มันกำลังเผาผลาญทุกสิ่ง…” เอริคพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ข้าต้องหยุดมันให้ได้…”
“แต่เจ้าจะหยุดมันได้อย่างไร… ในเมื่อเจ้าเองก็มีเปลวเพลิงแห่งมังกรอยู่ภายใน…” ลูเซียถาม ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เอริคอย่างพิจารณา
“ข้า… ข้าไม่เข้าใจ…” เอริคสับสน
“บทสวดโบราณที่เจ้าตามหา… ไม่ใช่เครื่องรางที่จะดับไฟได้โดยตรง…” ลูเซียอธิบาย “มันคือบทสวดที่จะปลุกพลังที่แท้จริงในตัวเจ้า… พลังที่จะควบคุมเปลวเพลิงนั้น… หรือแม้กระทั่งใช้มันให้เป็นประโยชน์…”
“พลังที่แท้จริง… อยู่ในตัวข้า?” เอริคทวนคำพูดของวิญญาณแห่งป่าอีกครั้ง “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ตราประทับรูปมังกรของเจ้า… ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์แห่งโชคชะตา… แต่มันคือสายเลือดแห่งมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้า… มังกรโบราณที่จุดไฟพิโรธ… ก็คือบรรพบุรุษของเจ้าเช่นกัน…” ลูเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความสะเทือนใจ
เอริคอ้าปากค้าง เขาไม่เคยคิดฝันว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ “เป็นไปไม่ได้… ข้า… ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา…”
“ไม่มีใครธรรมดา… เมื่อโชคชะตาได้เลือกเจ้าแล้ว…” ลูเซียยิ้มบางๆ “มาเถิด… เอริค… ข้าจะพาเจ้าไปรู้จักกับพลังที่แท้จริงของเจ้า… และพาเจ้าไปสู่บทสวดที่เจ้าตามหา… แต่ก่อนอื่น… เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน…”
“พิสูจน์ตัวเอง?”
“ใช่… ข้าต้องแน่ใจว่าเจ้าคู่ควรที่จะได้รับพลังนั้น… และคู่ควรที่จะใช้มันเพื่อปกป้องโลก… ไม่ใช่เพื่อทำลายล้าง…” ลูเซียหันหลังให้กับเอริค และเดินไปยังเส้นทางที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตก “ตามข้ามา…”
เอริคลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นความแน่วแน่ในแววตาของลูเซีย เขาก็ตัดสินใจก้าวตามเธอไป เขาเดินผ่านม่านน้ำที่เย็นฉ่ำ และพบว่าเบื้องหลังม่านน้ำนั้นคือปากทางเข้าสู่ถ้ำที่มืดมิดและลึกลับ
“ยินดีต้อนรับสู่ห้วงลึกแห่งสายน้ำ… ที่ซึ่งบทสวดและพลังที่แท้จริงของเจ้ากำลังรอคอยอยู่…” ลูเซียกล่าว พร้อมกับปล่อยให้แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากตัวของเอริค ส่องนำทางพวกเขาเข้าไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า
5,708 ตัวอักษร