บทเพลงแห่งหินผาและวายุ

ตอนที่ 5 / 46

ตอนที่ 5 — การเดินทางในเงามายา

เอลล่าลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความเสียใจและหวาดกลัว โทเร็น... เขาจากไปแล้ว ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังในป่าอันโหดร้ายแห่งนี้ "ข้าต้องไปต่อ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า "ข้าต้องหา 'น้ำเสียงแห่งวายุ' ให้เจอ... นี่คือสิ่งที่โทเร็นต้องการ" เธอหันกลับไปมองผลึกสีดำที่ยังคงเปล่งรัศมีแห่งความมืดอยู่กลางป่า มันคือต้นเหตุของหายนะทั้งหมด และคือสิ่งที่พรากเพื่อนของเธอไปจากเธอ "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกอย่างไปมากกว่านี้" เอลล่าประกาศก้อง แม้จะรู้ว่าพลังของเธอเทียบไม่ได้กับพลังนั้น แต่เธอก็จะพยายาม เธอหันหลังให้กับผลึกสีดำ และเริ่มเดินออกจากป่าสนไป มุ่งหน้าสู่ทิศทางที่เธอมั่นใจว่าโทเร็นเคยกล่าวถึง... ทิศทางที่อาจนำไปสู่ 'น้ำเสียงแห่งวายุ' การเดินทางออกจากป่าสนดูเหมือนจะง่ายกว่าการเข้ามา แต่เมื่อไร้โทเร็นที่คอยนำทางและปกป้อง เอลล่าก็รู้สึกถึงความเปราะบางของตัวเองมากขึ้นทุกขณะ "ข้าไม่รู้เลยว่าโทเร็นทำได้ยังไง" เธอพูดกับตัวเองขณะเดิน "เขาสื่อสารกับหินผาได้... แล้วข้าล่ะ?" เธอพยายามนึกถึงคำพูดของโทเร็น "นักดนตรีหิน... นักดนตรี... ไม่ได้หมายถึงแค่การเล่นดนตรี แต่คือการเข้าใจถึงเสียงของทุกสิ่ง" เอลล่าหยุดเดิน เธอมองไปรอบๆ พยายามที่จะ "ฟัง" เสียงของธรรมชาติ แต่สิ่งที่เธอได้ยินกลับมีเพียงเสียงลมพัด เสียงใบไม้เสียดสี และเสียงสัตว์เล็กๆ ที่วิ่งไปมา "บางที... ข้าอาจจะต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่านี้" เธอถอนหายใจ เมื่อเดินพ้นแนวป่าสนออกมา ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความมืดมิดของป่า กลายเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา "เรามาอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?" เอลล่าพึมพำ เธอไม่เคยเห็นทุ่งหญ้าเช่นนี้มาก่อน ลมพัดเอื่อยๆ พัดยอดหญ้าให้เอนไหวเป็นระลอกคลื่นสีเขียวอ่อน ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า แต่งแต้มท้องฟ้าด้วยสีส้มและสีม่วงสดใส "สวยจัง..." เธออุทานออกมาเบาๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ความงามของธรรมชาติก็ยังคงมีพลังที่จะทำให้เธอรู้สึกทึ่งได้ ขณะที่เธอกำลังชื่นชมทิวทัศน์ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างอยู่ไกลๆ "นั่นมันอะไรน่ะ?" เธอเพ่งมองไปยังจุดนั้น มันดูเหมือนจะเป็นกลุ่มคน... กำลังเดินเรียงแถวกันอยู่ "พวกเขาเป็นใคร? มาจากไหน?" ความคิดสงสัยผุดขึ้นในใจ เธอตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆ เผื่อว่าพวกเขาอาจจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 'น้ำเสียงแห่งวายุ' หรืออย่างน้อยก็บอกทางให้เธอได้ เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูแปลกตา ทำจากผ้าที่ดูเบาบางและพลิ้วไหว สีสันสดใสราวกับสีของดอกไม้ป่า "สวัสดีค่ะ!" เอลล่าตะโกนเรียก กลุ่มคนเหล่านั้นหยุดเดิน และหันมามองเธอ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "ใครน่ะ?" หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูระแวดระแวดระวัง "ข้าชื่อเอลล่า" เธอตอบ "ข้าหลงทางมา" "หลงทางมาที่นี่น่ะเหรอ?" ชายหนุ่มอีกคนในกลุ่มพูดขึ้น "ที่นี่คือ 'แดนแห่งสายลม' ไม่มีใครหลงเข้ามาที่นี่โดยบังเอิญหรอกนะ" "แดนแห่งสายลม?" เอลล่าทวนคำ "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน" "แน่นอน" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มพูด "พวกเราคือ 'ชนเผ่าแห่งวายุ' พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่มานานนับพันปี พวกเราเป็นผู้ดูแลกระแสลมและเสียงกระซิบแห่งธรรมชาติ" "ชนเผ่าแห่งวายุ..." เอลล่าทวนคำอีกครั้ง "ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับ 'น้ำเสียงแห่งวายุ' หรือไม่?" ใบหน้าของหญิงสาวหัวหน้ากลุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย "น้ำเสียงแห่งวายุ... เป็นตำนานที่เล่าขานกันมานานแสนนาน ว่ากันว่าเป็นเสียงที่สามารถมอบชีวิตใหม่ให้กับทุกสรรพสิ่งได้" "ใช่แล้ว!" เอลล่ารู้สึกมีความหวังขึ้นมา "ข้ากำลังตามหามันอยู่! ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่ามันอยู่ที่ไหน?" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มมองสบตาเอลล่าอย่างพิจารณา "ตำนานกล่าวว่า 'น้ำเสียงแห่งวายุ' ซ่อนตัวอยู่ในใจกลางของ 'หุบเขาเสียงสะท้อน' แต่การเดินทางไปที่นั่นไม่ง่ายเลย เส้นทางเต็มไปด้วยอันตรายและภาพลวงตา" "ภาพลวงตา?" เอลล่าถาม "ใช่" หญิงสาวพยักหน้า "มีบางสิ่งบางอย่างที่คอยทดสอบผู้ที่ต้องการจะเข้าถึง 'น้ำเสียงแห่งวายุ' มันจะสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อทดสอบจิตใจและหัวใจของผู้เดินทาง" "ข้าไม่กลัว" เอลล่าตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ข้าต้องทำเพื่อโทเร็น" "โทเร็น?" หญิงสาวเลิกคิ้ว "เขาคือเพื่อนของข้า" เอลล่าเล่าเรื่องราวของโทเร็น สั้นๆ ถึงการจากลาอันน่าเศร้าของเขา "ข้าต้องตามหาน้ำเสียงแห่งวายุเพื่อฟื้นฟูเผ่าพันธุ์ของเขา" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มฟังเรื่องราวของเอลล่าด้วยความเห็นใจ "ข้าเข้าใจความมุ่งมั่นของเจ้า" เธอพูด "แต่การเดินทางไปหุบเขาเสียงสะท้อนนั้นอันตรายมาก เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าจะผ่านมันไปได้?" "ข้าไม่รู้" เอลล่าตอบตามตรง "แต่ข้าต้องลอง" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มยิ้มบางๆ "ข้าชอบความมุ่งมั่นของเจ้า" เธอพูด "พวกเราจะช่วยนำทางเจ้าไปยังทางเข้าหุบเขาเสียงสะท้อน แต่หลังจากนั้น เจ้าจะต้องเดินทางด้วยตัวของเจ้าเอง" "ขอบคุณมากค่ะ!" เอลล่ากล่าวด้วยความซาบซึ้ง การเดินทางร่วมกับชนเผ่าแห่งวายุเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง เอลล่าได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพวกเขา การสื่อสารกับสายลม และการรับฟังเสียงของธรรมชาติ "เห็นไหม" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มพูดขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านทุ่งหญ้า "ทุกสิ่งมีเสียงของมันเอง เพียงแต่เจ้าต้องตั้งใจฟัง" เอลล่าพยายามที่จะฟัง แต่เธอก็ยังคงได้ยินเพียงเสียงลมและเสียงพืชพรรณ "ข้า... ข้ายังได้ยินไม่ชัดเจน" "ไม่เป็นไร" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มปลอบ "มันต้องใช้เวลา ฝึกฝนจิตใจของเจ้า แล้วเจ้าจะสามารถได้ยินเสียงของทุกสิ่ง" ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าของหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งดูมืดมิดและน่ากลัว "ที่นี่คือทางเข้าหุบเขาเสียงสะท้อน" หญิงสาวหัวหน้ากลุ่มกล่าว "หลังจากนี้ เจ้าต้องเดินทางต่อไปตามลำพัง จงจำไว้ว่าภาพลวงตาที่เจ้าจะเจอ เป็นเพียงภาพสะท้อนของจิตใจเจ้าเอง จงเชื่อมั่นในสิ่งที่เจ้าเป็น" "ข้าจะจำไว้" เอลล่าตอบ "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ" เธอหันหลังให้กับกลุ่มชนเผ่าแห่งวายุ และก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของหุบเขา เสียงลมที่เคยฟังดูอ่อนโยน บัดนี้กลับดังครืนราวกับเสียงคำราม

4,872 ตัวอักษร