ม่านหมอกที่ซ่อนวิหารโบราณ

ตอนที่ 13 / 41

ตอนที่ 13 — ความจริงอันน่าสะพรึงในวิหาร

“เราใกล้จะถึงแล้ว” เอลล่ากล่าว เสียงของเธอแฝงด้วยความโล่งใจระคนความกังวล “แต่เราต้องไม่ประมาท” ไพรพยักหน้าเห็นด้วย “ผมรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล” เขากล่าวพลางมองไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างที่เริ่มเห็นเค้าโครงของอาคารบ้านเรือน แม้จะยังอยู่ไกล ทว่าก็เป็นภาพที่คุ้นเคย “มันเหมือนมีบางอย่างกำลังรอเราอยู่” “นั่นสิ” เอลล่าเอ่ยเสริม “หลังจากที่เราต้องเผชิญหน้ากับพวกนักล่าสมบัติมาตลอดทาง ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะยอมปล่อยให้เรากลับไปง่ายๆ” พวกเขาเร่งฝีเท้าลงเนินเขาอย่างรวดเร็ว เส้นทางที่เคยเต็มไปด้วยอันตรายจากเหล่าภูตม่านหมอก บัดนี้ดูเหมือนจะสงบลงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าม่านหมอกได้พรากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไปจากเส้นทางหลักแล้ว หรือไม่ก็เป็นเพราะพวกเขาได้เดินออกจากอาณาเขตของพวกมันแล้วจริงๆ ไพรยังคงกำก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ไว้ในมืออย่างแน่นหนา สัมผัสได้ถึงพลังอันอ่อนโยนที่แผ่ออกมา ราวกับมันกำลังปลอบประโลมจิตใจของเขา “แล้วเจ้าแน่ใจนะว่ามันคือ 'ยา' จริงๆ” เอลล่าถาม สายตาของเธอจับจ้องไปที่ก้อนผลึกสีเขียวอ่อนในมือของไพร “มันดูเหมือนอัญมณีมากกว่า” “ผมไม่แน่ใจ” ไพรตอบตามตรง “แต่ตอนที่ผมได้สัมผัสมันในวิหารโบราณ มันมีความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา และผมก็รู้สึกว่ามันสามารถช่วยรักษาโรคระบาดที่กำลังทำลายเมืองของเราได้” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงแดดส่องลอดออกมา “มันเป็นความหวังเดียวของเราแล้วตอนนี้” “ถ้าอย่างนั้น เราต้องรีบนำมันกลับไปให้เร็วที่สุด” เอลล่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ฉันยังอดกังวลไม่ได้... พวกนักล่าสมบัติ” ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน จู่ๆ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากหลายคน ไม่ได้มีท่าทีออมชอมเหมือนพวกเขา มันดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว “แย่แล้ว!” เอลล่าร้อง “พวกเขาตามมาทัน!” ทั้งสองหันกลับไปมอง เห็นร่างของกลุ่มคนหลายคนกำลังวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด หัวหน้ากลุ่มเป็นชายร่างกำยำ ใบหน้าคมคายฉายแววโหดเหี้ยม เขาคือ 'วายุ' นักล่าสมบัติที่ไพรเคยเผชิญหน้ามาก่อน “คิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ เจ้าหนู!” เสียงของวายุตะโกนก้อง “ของที่อยู่ในมือเจ้าเป็นของข้า!” “ฝันไปเถอะ!” ไพรตะโกนตอบ เขาพยายามตั้งสติ แม้จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่ความหวังที่จะช่วยเมืองทำให้เขามีกำลังใจ “เราได้มันมาด้วยความชอบธรรม!” “ความชอบธรรมอยู่ที่ใครแข็งแกร่งกว่า!” วายุหัวเราะเสียงดัง “จับพวกมันมา!” กลุ่มนักล่าสมบัติเร่งฝีเท้าเข้าประชิด ไพรและเอลล่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวิ่งต่อไป พวกเขาพยายามมองหาที่กำบัง แต่เส้นทางที่ทอดลงมาจากเนินเขากลับโล่งเตียน ไม่มีต้นไม้ใหญ่หรือโขดหินให้หลบซ่อน “ทางนี้!” เอลล่าตะโกนพลางชี้ไปยังซอกหินเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกล “เราไปหลบตรงนั้นก่อน!” ทั้งสองรีบวิ่งไปยังซอกหินนั้น มันไม่ได้ใหญ่มากนัก เพียงพอที่จะซ่อนตัวได้ชั่วคราว แต่ก็ยากที่จะต่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่า “พวกมันมาถึงแล้ว” ไพรพึมพำ สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มนักล่าสมบัติที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ “ไม่เป็นไร” เอลล่าพูดขณะที่เธอหยิบมีดสั้นที่พกติดตัวออกมา “เราจะสู้จนถึงที่สุด” วายุเดินนำหน้าเข้ามาอย่างใจเย็น สายตาของเขาสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ซอกหินที่ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ “ออกมาเถอะ อย่าคิดว่าจะหลบได้นานนัก” ไพรและเอลล่าค่อยๆ ย่างออกมาจากที่ซ่อน ไพรยังคงกำก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ไว้แน่น เขาตั้งใจว่าจะไม่ยอมให้มันตกไปอยู่ในมือของวายุเด็ดขาด “เจ้าคิดว่าเจ้าจะสู้กับพวกเราได้หรือ” วายุเย้ยหยัน “เจ้ามีแค่มีดเล่มเดียวกับก้อนหินที่เจ้าคิดว่าเป็นยา” “ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมจะปกป้องมัน!” ไพรตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “หึ! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” วายุสบถ พลางออกคำสั่งให้นักล่าสมบัติคนอื่นๆ เข้าจับกุม การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ไพรใช้ความคล่องแคล่วของเขาหลบหลีกการโจมตีของนักล่าสมบัติ เขาพยายามใช้ก้อนยาศักดิ์สิทธิ์เป็นเกราะป้องกัน แต่ก็ทำได้ลำบาก เพราะเขาต้องระวังไม่ให้มันเสียหาย เอลล่าต่อสู้อย่างกล้าหาญ เธอใช้มีดสั้นของเธอปัดป้องและโจมตีได้อย่างแม่นยำ แต่จำนวนศัตรูที่มากเกินไปทำให้เธอเริ่มเสียเปรียบ “ข้าจะจัดการเจ้าเอง!” วายุตะโกนพลางพุ่งเข้าใส่ไพร ไพรพยายามถอยหนี แต่ก็ถูกนักล่าสมบัติคนอื่นรุมเข้ามาขวาง เขาถูกผลักล้มลงไปกับพื้น ก้อนยาศักดิ์สิทธิ์หลุดมือกลิ้งไปบนพื้นหญ้า “ไม่!” ไพรตะโกนด้วยความสิ้นหวัง วายุเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง เขาเดินเข้าไปหยิบก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอย่างทะนงตน “ของดีแบบนี้ ไม่น่าจะตกอยู่ในมือคนอย่างเจ้า” ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องบนของเนินเขา เป็นเสียงที่ทรงพลังและน่าเกรงขาม จนทำให้นักล่าสมบัติทุกคนหยุดชะงัก “เสียงอะไรน่ะ?” นักล่าสมบัติคนหนึ่งถามด้วยความตื่นตระหนก “มันมาจาก... วิหาร!” เอลล่าอุทาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อพวกเขามองขึ้นไปบนเนินเขา เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มจางลง เป็นร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา มีปีกกว้างใหญ่ และดวงตาสีทองเรืองรอง มันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว

4,045 ตัวอักษร