ม่านหมอกที่ซ่อนวิหารโบราณ

ตอนที่ 2 / 41

ตอนที่ 2 — เงาในม่านหมอก

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ไพรใช้ความคล่องแคล่วว่องไวในการหลบหลีกและสวนกลับ เขาใช้ภูมิประเทศและม่านหมอกให้เป็นประโยชน์ พยายามสร้างความสับสนให้กับนักล่าสมบัติทั้งสามคน “แกมันก็แค่หนูติดจั่น” ชายคนหนึ่งตะโกนอย่างหัวเสียขณะที่เขาพยายามฟันเข้าใส่ไพร แต่ไพรก็หลบไปได้อย่างฉิวเฉียด “อย่าคิดว่าจะหนีไปได้!” ไพรไม่ได้ตอบ แต่เขารู้ว่ากำลังเสียเปรียบอย่างมาก นักล่าสมบัติทั้งสามคนมีประสบการณ์การต่อสู้ที่เหนือกว่า และอาวุธของพวกเขาก็คมกริบกว่ามีดสั้นของเขามาก จู่ๆ ไพรก็เห็นประกายแสงสีเขียวเรืองรองปรากฏขึ้นจากในม่านหมอกด้านข้าง เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่เขาก็เห็นนักล่าสมบัติคนหนึ่งชะงักไปครู่หนึ่ง “นั่นมันอะไร!” ชายคนนั้นร้องถามด้วยความตกใจ ในช่วงเวลาที่ศัตรูเสียสมาธิ ไพรใช้โอกาสนั้นอย่างเต็มที่ เขาพุ่งเข้าใส่ชายที่อยู่ใกล้ที่สุด ใช้มีดสั้นฟันเข้าที่ต้นแขนอย่างรวดเร็ว “อั๊ก!” ชายคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเซถอยหลังไป “แก!” นักล่าสมบัติอีกสองคนตะโกนพร้อมกัน พวกเขาทิ้งเป้าหมายเดิม แล้วหันมาโจมตีไพรพร้อมกัน ไพรพยายามตั้งรับ แต่ก็ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง เขาถูกฟันเข้าที่สีข้างเล็กน้อย รู้สึกแสบร้อนไปทั้งแถบ “แย่แล้ว” เขาคิด “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่รอดแน่” ขณะที่เขากำลังจนมุม เขาก็ได้ยินเสียงร้องประหลาดดังมาจากเบื้องบน เสียงนั้นแหลมสูงและโหยหวนราวกับเสียงนกร้อง แต่ก็มีพลังอำนาจที่น่ากลัว ทันใดนั้นเอง ร่างสีดำขนาดมหึมาก็ร่อนลงมาจากบนฟ้า มันมีปีกกว้างคล้ายค้างคาว แต่มีขนปุกปุยสีขาวแซมอยู่ทั่วตัว ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน มันพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มนักล่าสมบัติ “ตัวอะไรวะนั่น!” ชายคนหนึ่งร้องเสียงหลง สัตว์ประหลาดนั้นหุบปีกอย่างรวดเร็ว แล้วใช้กรงเล็บอันแหลมคมตะปบเข้าใส่เหล่านักล่าสมบัติ พวกเขาพยายามหลบหลีก แต่ก็ไม่ทันการณ์ เสียงร้องโหยหวน เสียงกรงเล็บข่วนกับชุดเกราะ และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา ไพรยืนมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตเช่นนี้มาก่อน มันดูน่ากลัวและทรงพลังอย่างยิ่ง ไม่นานนัก การต่อสู้ก็จบลง สัตว์ประหลาดตนนั้นยืนสง่าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของการต่อสู้ เหล่านักล่าสมบัติทั้งสามคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เลือดสีแดงสดไหลนอง สัตว์ประหลาดหันมามองไพร ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่กระพริบ ไพรตัวแข็งทื่อ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ควรจะหนีไป หรือควรจะรอ “เจ้า... เจ้าเป็นใคร” ไพรถามเสียงสั่น สัตว์ประหลาดนั้นเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงร้องต่ำๆ ที่ฟังดูคล้ายกับเสียงคำราม “ข้า... ข้าแค่นักสำรวจ” ไพรพูดต่อ “ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี” สัตว์ประหลาดนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ไพร ไพรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่แล้ว สัตว์ประหลาดนั้นก็หยุดลงตรงหน้าเขา มันก้มหัวลงมาเล็กน้อย ราวกับกำลังสำรวจเขา “เจ้า... มาตามหาวิหารโบราณ ใช่หรือไม่” เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของไพร มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในความคิดของเขาโดยตรง ไพรเบิกตากว้าง “ท่าน... ท่านพูดได้หรือ” “ข้าไม่ได้พูดด้วยปาก” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ข้าสื่อสารกับจิตใจของเจ้าได้” “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังตามหาวิหารโบราณ” ไพรถามด้วยความสงสัย “ข้ารับรู้ถึงความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของเจ้า” สัตว์ประหลาดตอบ “ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คนของเจ้า... ไม่ใช่เพื่อความโลภ” ไพรผ่อนคลายลงเล็กน้อย “แล้ว... ท่านคือใคร” “ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งหุบเขาหมอกนี้” เสียงนั้นกล่าว “ข้าเฝ้าระวังมานานนับพันปี” “ท่าน... ท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่” ไพรถามอย่างมีความหวัง “ข้าต้องการน้ำศักดิ์สิทธิ์จากวิหารเพื่อรักษาโรคระบาดที่เมืองของข้า” สัตว์ประหลาดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “วิหารโบราณนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเข้าไปได้ง่ายๆ เส้นทางเต็มไปด้วยอุปสรรค และมีสิ่งทดสอบมากมาย” “ข้าพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค” ไพรยืนยัน “ข้าต้องทำเพื่อผู้คนของข้า” “ความกล้าหาญของเจ้าเป็นที่ประจักษ์” สัตว์ประหลาดกล่าว “แต่เจ้ายังขาดสิ่งสำคัญไป” “ขาดสิ่งใดหรือขอรับ” ไพรถาม “เจ้ายังขาดผู้ที่จะนำทางเจ้า” สัตว์ประหลาดตอบ “และเจ้ายังขาดผู้ที่จะช่วยเจ้าเอาชนะ ‘เงา’ ที่ซ่อนอยู่ในม่านหมอก” “เงาอย่างนั้นหรือขอรับ” ไพรทวนคำ “ใช่” สัตว์ประหลาดกล่าว “เงาที่คอยหลอกหลอนผู้ที่หลงเข้ามาในหุบเขานี้... เงาที่คอยช่วงชิงจิตวิญญาณ” ไพรไม่เข้าใจนัก แต่เขาก็รู้ว่าคำพูดของสัตว์ประหลาดตนนี้มีความหมายลึกซึ้ง “ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร” ไพรถาม “ข้าจะมอบ ‘ดวงตาแห่งหมอก’ ให้แก่เจ้า” สัตว์ประหลาดกล่าว “มันจะช่วยให้เจ้ามองเห็นสิ่งที่ถูกซ่อนเร้น และจะช่วยนำทางเจ้าไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง” สัตว์ประหลาดก้มหัวลงอีกครั้ง และใช้กรงเล็บของมันแตะเบาๆ ที่หน้าผากของไพร ทันใดนั้นเอง ไพรก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า และจากนั้นก็มีความอบอุ่นแผ่เข้ามาแทนที่ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นภายในดวงตาของเขา เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกที่เขาเห็นก็เปลี่ยนไป ม่านหมอกที่เคยหนาทึบกลับดูโปร่งใสขึ้น เขาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้แต่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน “นี่มัน...” ไพรอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ “ดวงตาแห่งหมอก” สัตว์ประหลาดกล่าว “มันจะช่วยให้เจ้ามองเห็นเส้นทางที่แท้จริง และจะช่วยให้เจ้าสามารถรับรู้ถึงภัยอันตรายที่จะเข้ามา” “ขอบคุณมากขอรับท่านผู้พิทักษ์” ไพรกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “อย่าเพิ่งขอบคุณข้าเลย” สัตว์ประหลาดกล่าว “การเดินทางของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้น และมันจะไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด” “ข้าเข้าใจขอรับ” ไพรตอบ “แล้ว... ข้าจะไปที่วิหารโบราณได้อย่างไร” “ดวงตาแห่งหมอกจะนำทางเจ้า” สัตว์ประหลาดกล่าว “แต่จงระวัง... ‘เงา’ จะไม่ปล่อยให้เจ้าผ่านไปง่ายๆ” เมื่อพูดจบ สัตว์ประหลาดก็กางปีกออก และร่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า หายลับไปในม่านหมอกอันกว้างใหญ่ ไพรยืนอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขารู้สึกไม่เดียวดายเหมือนแต่ก่อน เขามี ‘ดวงตาแห่งหมอก’ ที่จะนำทาง และมีความหวังที่จะไปให้ถึงวิหารโบราณ เขาเงยหน้ามองม่านหมอกที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นเส้นทางที่ทอดตัวยาวเข้าไปในความมืดมิด เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง

5,028 ตัวอักษร