ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบในความมืด
ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากเงามายานั้นรุนแรงเกินกว่าที่เอลล่าเคยสัมผัส มันไม่ใช่ความหนาวเย็นธรรมดา แต่เป็นความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ซึมซับเอาความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวาไปจากทุกสิ่ง รอบตัวเธอ ต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉา ใบไม้ร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานก็ดูเหมือนจะถูกความมืดกลืนกินจนซีดเซียว
"มัน...มันกำลังดูดกลืนทุกอย่างไป" เอลล่าเอ่ยเสียงสั่นขณะที่เธอกับย่ามาลียืนประจันหน้ากับเงามายาที่ตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบจะท่วมบ้านของพวกเขา
เงามายานั้นมีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดูเหมือนมนุษย์ที่บิดเบี้ยวไร้ใบหน้า บางครั้งก็เหมือนสัตว์ร้ายที่มีกรงเล็บแหลมคม แต่สิ่งที่คงที่คือความดำมืดไร้ที่สิ้นสุดที่มันแผ่กระจายออกมา ราวกับปากเหวที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
"ใจเย็นๆ เอลล่า" ย่ามาลีพยายามปลอบหลานสาว มือเหี่ยวย่นของเธอกำแน่น "จำที่แม่ของหนูสอนไว้สิ พลังแห่งความกลัวจะยิ่งทำให้มันแข็งแกร่ง"
เอลล่าพยายามสูดหายใจลึกๆ ข่มความกลัวที่กำลังคุกคามจิตใจ เธอหลับตาลงชั่วครู่ สัมผัสถึงสร้อยคอที่คอของเธอ ความอบอุ่นจางๆ ยังคงมีอยู่ แต่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงไปมากเมื่อเทียบกับความเย็นยะเยือกของเงามายา
"ฉัน...ฉันไม่กลัว" เอลล่าเอ่ยเสียงดังขึ้น แม้ภายในใจจะยังคงสั่นคลอน "ฉันจะปกป้องหมู่บ้านนี้"
ทันทีที่เธอเอ่ยจบ เธอก็รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนออกมาจากสร้อยคอ มันไม่ใช่ความอบอุ่นที่เคยรู้สึก แต่มันเป็นแสงสว่างสีทองอ่อนๆ ที่เริ่มเปล่งประกายออกมาจากจี้รูปดวงอาทิตย์ แสงนั้นส่องกระทบเข้ากับเงามายา ทำให้เงามายาดูเหมือนจะถอยร่นไปเล็กน้อย
"แสง! มันกำลังสู้กับแสง!" ย่ามาลีอุทานด้วยความดีใจ
แต่ความดีใจนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เงามายาดูเหมือนจะโกรธเกรี้ยว มันพุ่งเข้าใส่เอลล่าด้วยความเร็วที่น่าตกใจ กรงเล็บเงาดำแหลมคมฉีกขาดอากาศราวกับจะตะปบฉีกร่างของเธอ
"เอลล่า! ระวัง!" ย่ามาลีตะโกน
เอลล่าไม่มีเวลาคิด เธอหลับตาลงอีกครั้ง รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เธอคิดถึงใบหน้าของแม่ คิดถึงรอยยิ้มของชาวบ้านในหมู่บ้าน คิดถึงความสุขสงบที่เธออยากจะรักษาไว้
"ความรัก...ความเมตตา..." เธอพึมพำ
แสงสีทองจากสร้อยคอพลันสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง มันส่องประกายเจิดจ้าจนเอลล่าต้องหรี่ตาลง แสงนั้นแผ่ขยายออกไปรอบตัวเธอ ขับไล่ความมืดมิดออกไปราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องไล่ความมืดยามราตรี
เงามายาที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ ถูกแสงสว่างนั้นผลักกระเด็นออกไป มันกรีดร้องโหยหวน เสียงของมันไม่ใช่เสียงใดๆ ที่เคยได้ยิน แต่เป็นเสียงที่ทำให้จิตใจบิดเบี้ยว ราวกับเสียงกรีดร้องของความสิ้นหวัง
"เป็นไปไม่ได้...พลังของแสง...!" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในเงามืด เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เอลล่าลืมตาขึ้น เธอเห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางเงามายา ร่างนั้นผอมบาง ผิวคล้ำราวกับถ่านไม้ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่ยังคุกรุ่น
"เจ้า...เจ้าเป็นใครกัน!" เอลล่าถามด้วยความหวาดหวั่น
"ข้าคือผู้ที่จะครอบครองแสงนั้น!" ร่างในเงามืดกล่าว "เจ้าเด็กน้อย...เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังเล่นอยู่กับอะไร!"
ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามายา มันสูงราวสองเมตร สวมใส่เสื้อผ้าสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะถักทอมาจากความมืด
"ข้าคือ 'นิม' ผู้ปรารถนาแสงแดด" นิมกล่าว "และข้าจะช่วงชิงมันมาจากเจ้า!"
ทันใดนั้น นิมก็ยื่นมือที่ผอมยาวออกมา แสงสีดำทะมึนพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา พุ่งตรงเข้าหาเอลล่า
"เอลล่า!" ย่ามาลีพยายามจะเข้าไปขวาง แต่ก็ช้าเกินไป
เอลล่าไม่ทันตั้งตัว เธอหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทก แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากสร้อยคอของเธอ ราวกับว่าสร้อยคอได้ดูดซับพลังงานมืดนั้นไว้ทั้งหมด
"พลังของข้า...ถูกดูดกลืนไปได้อย่างไร!" นิมตะโกนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เอลล่าลืมตาขึ้น เธอเห็นสร้อยคอที่คอของเธอเปล่งประกายสว่างไสวกว่าเดิม สีทองของจี้รูปดวงอาทิตย์เข้มข้นขึ้นราวกับกำลังจะระเบิดเป็นแสงไฟ
"พลังของแสงแดด...ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะช่วงชิงไปได้ง่ายๆ" เอลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "มันคือพลังแห่งการเยียวยา ไม่ใช่พลังแห่งการทำลาย"
"เจ้า...!" นิมคำรามด้วยความโกรธ เขารวบรวมพลังมืดอีกครั้ง เตรียมที่จะโจมตี
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ลงมือ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็พลันสว่างไสวขึ้น แสงไฟจากบ้านเรือนทุกหลังส่องสว่างออกมาจากหน้าต่าง แสงจากตะเกียงน้ำมันและคบไฟที่ชาวบ้านจุดขึ้นเพื่อขับไล่ความมืด
"ทุกคน...!" เอลล่ามองออกไปรอบๆ เห็นชาวบ้านหลายคนวิ่งออกมาจากบ้าน ถือคบไฟและอาวุธต่างๆ
"เราจะไม่ยอมให้ความมืดครอบงำหมู่บ้านเรา!" ชายคนหนึ่งตะโกน
"สู้กับมัน!" เสียงตะโกนดังมาจากหลายทิศทาง
พลังแห่งความกล้าหาญและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้แสงจากสร้อยคอของเอลล่าสว่างไสวขึ้นไปอีก มันเปล่งประกายสีทองอร่าม สาดส่องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ขับไล่ความหนาวเย็นและเงามายาให้ถอยร่น
นิมคำรามด้วยความเจ็บปวด แสงสว่างนั้นทำร้ายเขา เขาค่อยๆ หายลับไปในเงามืดที่กำลังจางหายไป
"ข้าจะกลับมา...เจ้าเด็กน้อย!" เสียงของนิมแว่วมาจากที่ไกลๆ ก่อนที่จะเงียบหายไป
เมื่อความมืดมิดหายไปจนหมดสิ้น แสงไฟจากบ้านเรือนก็สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านวิ่งกรูเข้ามาหาเอลล่าและย่ามาลี
"เอลล่า! เจ้าปลอดภัยหรือเปล่า!" ลุงของเธอ "ปิติ" วิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
"หนูปลอดภัยค่ะลุง" เอลล่าตอบ พลางยิ้มให้กับชาวบ้านที่มองมาด้วยสายตาชื่นชม
"เจ้าทำได้ดีมากเอลล่า!" ย่ามาลีกล่าวพร้อมกับกอดหลานสาวไว้แน่น "เจ้าใช้พลังของสร้อยคอได้แล้ว"
เอลล่ามองสร้อยคอที่คอของเธอ มันยังคงเปล่งประกายสีทองอบอุ่น แต่ตอนนี้มันดูมีความหมายมากกว่าที่เคยเป็นมา เธอรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนาน และมีสิ่งอีกมากมายที่เธอต้องเรียนรู้ เพื่อจะปกป้องทุกคนจากภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
4,672 ตัวอักษร