หัตถ์แห่งมังกรและอัญมณีศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 3 / 43

ตอนที่ 3 — คำพยากรณ์ที่ซ่อนเร้น

หลังจากเผชิญหน้ากับมอร์ทิส คาลและเอลาร่าก็เดินทางต่อไปยังเมืองหลวงด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น คาลพยายามฝึกฝนการใช้พลังที่เพิ่งค้นพบของตนเอง เขาพบว่าเมื่อใดก็ตามที่เขามีสมาธิและมีความมุ่งมั่น พลังงานสีเขียวมรกตก็จะไหลเวียนออกมาจากร่างของเขา “เจ้าทำได้ดีมาก คาล” อาจารย์เซเรฟกล่าวผ่าน ‘ศิลาสื่อสาร’ ที่คาลพกติดตัวมาด้วย “พลังที่เจ้าแสดงออกมานั้น เป็นสัญญาณที่ดี” “แต่ข้ายังควบคุมมันได้ไม่ดีพอครับท่าน” คาลตอบ “ข้ากลัวว่าหากถึงเวลาคับขัน ข้าจะทำอะไรผิดพลาดไป” “ความกลัวเป็นเรื่องปกติ” อาจารย์เซเรฟกล่าว “แต่มันจะหายไปเมื่อเจ้าเรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในตนเอง สายเลือดแห่งมังกรของเจ้าแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดนัก” เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหลวง คาลและเอลาร่าก็ตรงไปยังวิหารแห่งมังกร พวกเขาเล่าเรื่องราวการเผชิญหน้ากับมอร์ทิสให้อาจารย์เซเรฟฟัง “มอร์ทิส…ข้าเคยได้ยินชื่อนี้จากบันทึกโบราณ” อาจารย์เซเรฟกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “มันคือ ‘ผู้สลายมังกร’ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับมังกร” “แล้วมันต้องการทำลายอัญมณีแห่งแสงทำไมหรือครับท่าน?” คาลถาม “อัญมณีแห่งแสงมีพลังในการขับไล่ความมืด และมอร์ทิสก็คือตัวแทนของความมืด” อาจารย์เซเรฟอธิบาย “หากมันทำลายอัญมณีได้ โลกก็จะตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของมัน” “แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไรครับ?” เอลาร่าถาม “พวกเจ้าต้องรีบเดินทางไปยังหุบเขาแห่งสายหมอกและนำอัญมณีแห่งแสงกลับมาให้เร็วที่สุด” อาจารย์เซเรฟกล่าว “ข้าจะเตรียมกองกำลังคุ้มกันพวกเจ้า” “แต่ท่านครับ” คาลกล่าว “ข้ายังควบคุมพลังของข้าได้ไม่ดีนัก” “ข้ามีวิธีที่จะช่วยเจ้า” อาจารย์เซเรฟกล่าว “ข้าจะมอบ ‘หัตถ์แห่งมังกร’ ให้แก่เจ้า” อาจารย์เซเรฟเดินไปยังแท่นบูชาด้านใน และหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือถุงมือหนังสีดำสลักลายมังกรสีทองเรืองรอง “นี่คือ ‘หัตถ์แห่งมังกร’” อาจารย์เซเรฟกล่าว “มันจะช่วยเสริมพลังของเจ้า และทำให้เจ้าควบคุมพลังแห่งมังกรได้ง่ายขึ้น” คาลรับหัตถ์แห่งมังกรมาสวมใส่ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเขา “ขอบคุณมากครับท่าน” คาลกล่าวด้วยความรู้สึกตื้นตัน “จงจำไว้ คาล” อาจารย์เซเรฟกล่าว “หัตถ์แห่งมังกรนี้มีพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่เจ้าต้องใช้มันด้วยความระมัดระวัง หากเจ้าใช้มันด้วยความโกรธเกรี้ยว หรือความโลภ มันอาจจะทำลายตัวเจ้าเองได้” “ข้าเข้าใจแล้วครับท่าน” คาลตอบ หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คาลและเอลาร่าก็ออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้ พวกเขามีพลทหารมังกรจำนวนหนึ่งติดตามไปด้วย เพื่อคอยคุ้มกัน การเดินทางไปยังหุบเขาแห่งสายหมอกนั้นไม่ง่ายเลย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ มากมาย ทั้งสัตว์ป่าดุร้าย สภาพอากาศที่โหดร้าย และกับดักที่ถูกวางไว้ตามเส้นทาง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหัตถ์แห่งมังกร คาลก็สามารถผ่านพ้นอันตรายต่างๆ ไปได้อย่างง่ายดาย พลังของเขากลายเป็นอาวุธที่น่าเกรงขาม ทำให้มอร์ทิสและสมุนของมันที่คอยดักทำร้ายต้องล่าถอยไป “เจ้าเก่งขึ้นมากเลยนะ คาล” เอลาร่ากล่าวชม “ทั้งหมดเป็นเพราะหัตถ์แห่งมังกรครับ” คาลตอบ “และเพราะมีคุณอยู่เคียงข้าง” เมื่อเดินทางมาถึงหุบเขาแห่งสายหมอก บรรยากาศก็ยิ่งดูน่ากลัวและลึกลับมากขึ้น หมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ทัศนวิสัยจำกัด “เราต้องระวังตัวให้มาก” คาลกล่าว “ที่นี่อาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่” ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในหุบเขา ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังสะท้อนไปมา ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า “พวกเจ้า…มาถึงแล้วสินะ!” มอร์ทิสปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้า ‘เทือกเขาแห่งผู้พิทักษ์’ ที่มีศาลเจ้าแห่งดวงดาวตั้งอยู่ “ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าเข้าไป!” มอร์ทิสตะโกน “เจ้าไม่มีสิทธิ์ขวางทางเรา!” คาลตอบโต้ เขาสวมหัตถ์แห่งมังกร และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ “ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของ ‘ผู้สลายมังกร’!” มอร์ทิสกล่าว มอร์ทิสพุ่งเข้าใส่คาลด้วยความเร็วสูง คาลยกดาบขึ้นรับการโจมตี พลังงานสีเขียวมรกตจากหัตถ์แห่งมังกรปะทะเข้ากับเปลวไฟสีม่วงของมอร์ทิส เกิดเป็นแสงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้พลังทั้งหมดที่มีเข้าห้ำหั่นกัน ในขณะเดียวกัน เอลาร่าก็ใช้โอกาสนี้แอบเข้าไปยังเทือกเขาแห่งผู้พิทักษ์ เธอวิ่งไปยังศาลเจ้าแห่งดวงดาว ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ภายในศาลเจ้าแห่งดวงดาวอันศักดิ์สิทธิ์ มีแท่นบูชาที่สลักเสลาเป็นรูปดวงดาว แสงสีทองเรืองรองส่องสว่างออกมาจากใจกลางแท่นบูชา ที่นั่น… ‘อัญมณีแห่งแสง’ กำลังส่องประกายระยิบระยับ มันมีขนาดเท่ากำปั้น มีสีฟ้าใสราวกับน้ำทะเลลึก และส่องแสงอบอุ่นออกมา เอลาร่าเดินเข้าไปหาอัญมณีด้วยความตื่นเต้น เธอเอื้อมมือไปสัมผัสมัน ทันใดนั้นเอง ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ เธอเห็นภาพของอดีต เห็นเหล่ามังกรโบราณที่สลักเสลาศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องอัญมณี เห็นคำพยากรณ์โบราณที่กล่าวถึง ‘ผู้สืบทอด’ ที่จะมานำอัญมณีนี้ไปใช้เพื่อปกป้องโลก และในภาพนิมิตนั้น… เธอเห็นใบหน้าของคาล เห็นพลังที่แท้จริงของเขาที่ซ่อนอยู่ ‘คาล…’ เอลาร่าคิดในใจ ‘เขาคือผู้สืบทอดที่แท้จริง’ ทันใดนั้น เสียงคำรามของมอร์ทิสก็ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง แสดงว่าคาลกำลังตกอยู่ในอันตราย เอลาร่ารู้ดีว่าเธอต้องรีบนำอัญมณีแห่งแสงไปให้คาล เธอหยิบอัญมณีขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และรีบวิ่งออกจากศาลเจ้าแห่งดวงดาว มุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่คาลกำลังต่อสู้กับมอร์ทิส เมื่อเอลาร่าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอัญมณีแห่งแสง คาลก็มีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ “อัญมณีแห่งแสง!” คาลตะโกน “ข้ามาถึงแล้ว!” เขาหันไปเผชิญหน้ากับมอร์ทิสอีกครั้ง คราวนี้ พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าเดิม “เจ้าจะไม่มีวันได้รับมัน!” มอร์ทิสคำราม “ข้าจะปกป้องมันด้วยชีวิต!” คาลตอบกลับ คาลชูอัญมณีแห่งแสงขึ้นสูง พลังงานสีฟ้าใสของอัญมณีส่องประกายเจิดจ้า ผสมผสานกับพลังงานสีเขียวมรกตจากหัตถ์แห่งมังกร เกิดเป็นแสงสว่างอันทรงพลังที่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง มันสว่างไสวเสียจนมอร์ทิสต้องยกแขนขึ้นมาบังตา “นี่มัน…เป็นไปไม่ได้!” มอร์ทิสอุทาน “พลังนี้…มันยิ่งใหญ่เกินไป!” แสงสว่างนั้นสาดส่องเข้าใส่ร่างของมอร์ทิส ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆ สลายไป กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำที่ปลิวไปตามลม เมื่อมอร์ทิสสลายไปแล้ว ความมืดมิดที่ปกคลุมหุบเขาก็พลันจางหายไป เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามสดใส คาลทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความอ่อนล้า แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความปีติยินดี เอลาร่ารีบวิ่งเข้ามาหาเขา “คาล! คุณทำได้!” เอลาร่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม คาลเงยหน้ามองเอลาร่า เขาเห็นดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “เรา…เราทำสำเร็จแล้ว” คาลกล่าว “ใช่ เราทำสำเร็จแล้ว” เอลาร่าตอบ ทั้งสองมองหน้ากัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนแล้ว “ขอบคุณนะ เอลาร่า” คาลกล่าว “ถ้าไม่มีคุณ ข้าคงทำไม่สำเร็จ” “คุณก็เช่นกัน คาล” เอลาร่ากล่าว “เราคือทีม” คาลจับมือเอลาร่าไว้แน่น เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาถึงกัน “ถึงเวลาที่เราต้องนำอัญมณีแห่งแสงกลับไปยังมังกราราแล้ว” คาลกล่าว “ค่ะ” เอลาร่าตอบ “เพื่อปกป้องอาณาจักรของเรา” ทั้งสองมองไปยังอัญมณีแห่งแสงที่ส่องประกายอยู่ในมือของคาล มันคือสัญลักษณ์แห่งความหวัง สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันแข็งแกร่งที่ก่อตัวขึ้นระหว่างมนุษย์หนุ่มผู้มีสายเลือดแห่งมังกร และหญิงสาวผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม

5,951 ตัวอักษร