ตำนานแห่งเงากระจกในหอคอย

ตอนที่ 1 / 45

ตอนที่ 1 — ประตูสู่หอคอยเงาสะท้อน

สายลมเย็นเยียบพัดหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณโบราณ ราวกับกำลังเตือนใจเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าสถาปัตยกรรมอันน่าพิศวง ท่ามกลางป่าทึบที่ซุกซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากอารยธรรม หอคอยสูงตระหง่านเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ มันถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำสนิท ดูราวกับจะกลืนกินแสงตะวันยามบ่าย ทว่าสิ่งที่ทำให้ดึงดูดความสนใจของเอลาร่ามากที่สุด หาใช่ความยิ่งใหญ่ของมันไม่ แต่เป็นประตูบานใหญ่ที่แกะสลักลวดลายประหลาด เผยให้เห็นความมืดมิดที่ดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป เอลาร่า สตรีวัยสิบแปดปี ผมสีน้ำตาลเข้มรวบไว้หลวมๆ ดวงตาสีฟ้าคู่โตสอดส่ายสำรวจรอบกาย เสื้อผ้าของเธอเปื้อนฝุ่นและรอยขีดข่วนจากการเดินทางอันยาวนาน เธอเพิ่งหนีออกมาจากหมู่บ้านที่ถูกกองทัพออร์คบุกโจมตี ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังเพื่อเอาชีวิตรอด หอคอยแห่งนี้คือที่หลบภัยสุดท้ายที่เธอพอจะนึกออก จากตำนานที่เคยได้ยินจากปากยายก่อนที่เธอจะจากไป "หอคอยแห่งเงากระจก" เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็มีข่าวลือว่ามีพลังบางอย่างที่สามารถปกป้องผู้ที่หลงเข้าไปได้ "นี่สินะ... หอคอย" เธอพึมพำ เสียงแหบแห้งจากการขาดน้ำและอาการหวาดกลัว "ยายบอกว่าข้างในมีอันตราย แต่ก็ต้องลองดูสักครั้ง" เธอสูดลมหายใจลึก รู้สึกถึงกลิ่นอายของฝุ่น ดิน และบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ลึกลับ และทรงพลัง เธอเดินเข้าไปใกล้ประตูบานนั้น มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสลวดลายบนเนื้อหินที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง รอยแกะสลักนั้นดูเหมือนคลื่นน้ำที่กำลังปั่นป่วน หรืออาจจะเป็นเงาที่กำลังบิดเบี้ยว มันทำให้เธอรู้สึกขนลุกเล็กน้อย ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกเอง เผยให้เห็นโถงทางเดินที่มืดมิดและว่างเปล่า เสียงโซ่ที่ครูดกับพื้นหินดังสนั่นก้องไปทั่ว ราวกับว่าหอคอยกำลังเชิญชวนเธอเข้าไป "ใครน่ะ" เอลาร่าตะโกนถามด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา มีเพียงความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว ด้วยความจำเป็นที่บีบคั้น เอลาร่าไม่มีทางเลือกอื่น เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปในหอคอย ทันทีที่เธอเหยียบย่างเข้าไปในโถงทางเดิน ประตูบานใหญ่ก็ปิดลงอย่างเงียบเชียบ ทิ้งเธอไว้ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวที่ลอดผ่านช่องเล็กๆ บนเพดานที่สูงลิบลิ่ว "ปิดเองได้ด้วยเหรอเนี่ย" เธออุทาน รู้สึกประหลาดใจแต่ก็แอบหวาดกลัว "เหมือนมีชีวิตเลย" เธอค่อยๆ เดินไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งประคองไว้ที่เอวเพื่อเตรียมพร้อมหากมีอันตราย มืออีกข้างคลำไปตามผนังหินที่เย็นเยียบ ขณะที่สายตาพยายามปรับตัวให้เข้ากับความมืด "สวัสดี ใครก็ได้ ช่วยบอกทีว่ามีใครอยู่ไหม" เธอเรียกอีกครั้ง เสียงของเธอสะท้อนกลับมาเป็นเสียงแผ่วเบา เธอเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ เพดานห้องสูงจนมองไม่เห็น ปูด้วยพรมสีแดงเข้มที่ซีดจางไปตามกาลเวลา กลางห้องมีโคมไฟโบราณตั้งอยู่ แต่ไม่มีเปลวไฟใดๆ ส่องสว่าง สิ่งที่ทำให้เธอหยุดชะงักคือผนังรอบห้องโถงทั้งหมด ถูกปกคลุมด้วยกระจกเงาบานใหญ่ กระจกเหล่านี้ไม่ได้เป็นกระจกธรรมดา พวกมันมีขนาดแตกต่างกันไป บางบานเล็กเท่าฝ่ามือ บางบานใหญ่เท่าตัวคน แต่ทุกบานมีลักษณะพิเศษคือพื้นผิวของมันไม่ได้เรียบสนิทเหมือนกระจกที่เราคุ้นเคย แต่มันดูคล้ายกับพื้นผิวของน้ำนิ่งที่ถูกรบกวนเล็กน้อย มีระลอกคลื่นบางๆ ปรากฏอยู่เสมอ เอลาร่าเดินเข้าไปใกล้กระจกบานหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ ภาพสะท้อนของเธอปรากฏขึ้น แต่ดูแปลกไป ภาพเงาของเธอในกระจกนั้นดูคมชัดกว่าปกติ ราวกับมีชีวิต ดวงตาของเงากระจกดูสุกใสกว่าของเธอเอง และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเงากระจกนั้นดูมีความสุขกว่ารอยยิ้มที่เอลาร่ากำลังส่งให้ "แปลกจัง" เธอพึมพำ "ทำไมเงาฉันถึงดู... มีชีวิตขนาดนี้" เธอทดลองขยับมือ เงากระจกก็ขยับตาม แต่ดูเหมือนจะขยับเร็วกว่าเธอเล็กน้อย ราวกับกำลังเย้าแหย่ "ว่าไงนะ" เธอพูดกับเงาของตัวเอง "แกเป็นใครกันแน่" เงากระจกในบานนั้นค่อยๆ ขยับปากตามคำพูดของเธอ แต่เมื่อเธอเงยหน้ามอง ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว คราวนี้มันเป็นกระจกบานอื่นที่อยู่ถัดไป และเงาในบานนั้นก็มีท่าทางแตกต่างไปจากเดิม เอลาร่าเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เธอเดินวนไปรอบๆ ห้องโถง สังเกตเงาของตัวเองในกระจกแต่ละบาน พวกมันมีอิริยะท่าทางที่แตกต่างกัน บางเงากำลังหัวเราะ บางเงากำลังร้องไห้ บางเงาดูโกรธแค้น และบางเงาก็ดูเฉยเมย ราวกับว่ากระจกแต่ละบานกำลังสะท้อนอารมณ์ที่แตกต่างกันของเธอ "นี่มันอะไรกัน" เธอถามกับตัวเอง "ทำไมเงาของฉันถึงเป็นแบบนี้" ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมหนึ่งของห้องโถง มีกระจกบานหนึ่งที่แตกต่างจากบานอื่นอย่างชัดเจน มันมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา พื้นผิวของมันเรียบสนิทราวกับกระจกทั่วไป แต่กลับดูดกลืนแสงมากกว่าบานอื่นๆ เอลาร่าเดินเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เธอเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ ภาพนั้นดูมีความชัดเจนอย่างน่าประหลาด "สวัสดี" เธอพูดกับเงาของตัวเองในกระจกบานนั้น เงากระจกมองตอบกลับมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย "สวัสดี เอลาร่า" เสียงนั้น... เป็นเสียงของเธอเอง แต่ทว่ามันดังมาจากในกระจก ราวกับว่าเงาของเธอกำลังพูดได้จริงๆ "แก... พูดได้เหรอ" เอลาร่าถามด้วยความตกใจ "แน่นอน" เงากระจกยิ้มมุมปาก "ข้าคือตัวตนอีกด้านของเจ้า ส่วนหนึ่งที่เจ้าไม่เคยแสดงออกมา" "ไม่จริงน่า" เอลาร่าส่ายหน้า "ฉันไม่มีตัวตนอื่น" "ทุกคนมี" เงากระจกตอบ "เพียงแต่เจ้ายังไม่เคยค้นพบมันเท่านั้น" ขณะที่เอลาร่ากำลังประมวลผลเรื่องราวอันเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ซ่านออกมาจากกระจกบานนั้น พลังงานนั้นทั้งเย้ายวนและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงดูดเข้าไปในโลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยความลับของเงากระจก "ฉันต้องไปแล้ว" เอลาร่าพูด พยายามรวบรวมสติ "ที่นี่มันอันตรายเกินไป" "อันตรายเหรอ" เงากระจกหัวเราะเบาๆ "อันตรายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแหละ" ก่อนที่เอลาร่าจะได้ตอบอะไร ภาพในกระจกก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพเงาของเธอในบานนั้นเริ่มบิดเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง ดวงตาที่เคยสุกใสกลับกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด เธอกลัวจนตัวสั่น "แก... แกเป็นอะไรไป!" เธอตะโกน "ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้" เงากระจกตอบ เสียงของมันเริ่มเปลี่ยนไป ดังขึ้นและเย็นชา "ว่าพลังที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร" ทันใดนั้น เอลาร่ารู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลจากกระจกบานนั้น มันดูดกลืนทุกสิ่งรอบตัวเธอเข้าไป เธอพยายามต้านทาน แต่แรงดึงนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน "ไม่นะ!" เธอตะโกนสุดเสียง แล้วทุกอย่างก็พลันดับวูบลง เอลาร่าล้มลงไปกองกับพื้นห้องโถงที่มืดมิดอีกครั้ง เงาสะท้อนในกระจกบานนั้นได้หายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร

5,455 ตัวอักษร