ตอนที่ 10 — ความทรงจำที่ถูกผนึก
เสียงกระซิบนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ราวกับคลื่นใต้น้ำที่ค่อยๆ กัดเซาะความมั่นคงของจิตใจ เอลาร่าหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อแยกแยะที่มาของเสียง แต่ทุกครั้งที่เธอพยายามเพ่งสมาธิ ภาพเลือนรางของใบหน้าที่บิดเบี้ยวและดวงตาที่ว่างเปล่าก็พลันปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า
"ซาร่าห์ เจ้าได้ยินอะไรบ้างไหม?" ลีออนถาม เสียงของเขาก็แฝงไว้ด้วยความไม่แน่ใจ เขากลั้นลมหายใจ พยายามรับฟังสิ่งผิดปกติที่อาจซ่อนเร้นอยู่
ซาร่าห์ส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ค่ะ ท่านลีออน ข้าได้ยินเพียงเสียงลมลอดช่องหินเท่านั้น แต่... แต่ความรู้สึกเย็นยะเยือกนี่สิคะ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา" เธอหันซ้ายหันขวา ดวงตาสำรวจไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
เอลาร่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง "มันไม่ใช่แค่ลมแน่ๆ" เธอพึมพำ "เสียงนั้น... มันเหมือนมาจากที่ไหนสักแห่งที่ใกล้มาก แต่ก็ไกลมากในเวลาเดียวกัน" ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามา คำสาปเงาอัศวินรัตติกาลที่เคยเป็นพันธนาการของเธอได้สลายไปแล้ว แต่บางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลุกขึ้นมาในวิหารแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่า
"มันคือเสียงของใครกัน?" ลีออนเอ่ยถาม ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด "ในบันทึกของวิหารโบราณ ไม่เคยกล่าวถึงเสียงกระซิบประหลาดเช่นนี้มาก่อน"
"หรือว่า... หรือว่าจะเป็นวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในวิหารแห่งนี้?" ซาร่าห์เสนออย่างแผ่วเบา "ที่นี่ดูเก่าแก่มาก อาจจะมีเรื่องราวอันน่าเศร้าเกิดขึ้นมากมาย"
เอลาร่าพยักหน้าเห็นด้วย "เป็นไปได้" เธอกล่าว "แต่ทำไมเพิ่งจะปรากฏขึ้นตอนนี้? หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเจอเมื่อครู่นี้?"
"อสูรกายเงา..." ลีออนทวนคำ "พวกมันถูกดึงดูดมาที่นี่เพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง หรือว่ามันถูกส่งมาเพื่อขัดขวางเรา?"
"แล้วสิ่งที่มันปกป้องล่ะ?" เอลาร่าถามกลับ "พวกเราเข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาดาบในตำนาน แต่จนถึงตอนนี้ เรายังไม่เจอแม้แต่เงาของมัน"
"บางที... สิ่งที่เรากำลังตามหา อาจจะไม่ใช่แค่ดาบ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่ม ทำให้ทุกคนหันกลับไปมอง ร่างของชายชราผู้มีหนวดเคราสีขาวโพลน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงปากทางเข้าห้องโถงใหญ่
"ท่านคือใคร?" ลีออนถามด้วยความระแวดระวัง เขาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือวางอยู่บนด้ามดาบ
"ข้าคือผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้" ชายชราตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ "ข้าเฝ้ามองวิหารแห่งนี้มานานนับศตวรรษ"
"ท่านรู้เรื่องเสียงกระซิบพวกนี้ไหม?" เอลาร่าถามทันที ความหวังฉายชัดในดวงตาของเธอ
ชายชราพยักหน้า "เสียงนั้นคือเศษเสี้ยวความทรงจำของผู้ที่เคยหลงเข้ามาในแดนสนธยาแห่งนี้ เป็นเสียงสะท้อนของความเจ็บปวด ความเสียใจ และความสิ้นหวัง"
"แดนสนธยา?" ซาร่าห์ทวนคำ "มันคืออะไรคะ?"
"มันคือมิติที่กักขังจิตวิญญาณที่ยังไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้" ชายชราอธิบาย "วิหารแห่งนี้เป็นเหมือนประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและแดนสนธยา"
เอลาร่ารู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง "แล้ว... แล้วมีวิธีที่จะหยุดเสียงพวกนี้ไหม?"
"มี" ชายชราตอบ "แต่ต้องปลดปล่อยพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาก่อน"
"พันธนาการ?" ลีออนขมวดคิ้ว "หมายถึงอะไร?"
"หมายถึงความอาฆาตแค้น ความเสียใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา" ชายชรากล่าว "และบางครั้ง... ก็คือวัตถุบางอย่างที่กักเก็บความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านั้นไว้"
เอลาร่ารู้สึกเหมือนมีบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว "วัตถุที่กักเก็บความทรงจำ... หรือว่าจะเป็น... คริสตัลแห่งวิญญาณ?" เธอเอ่ยชื่อวัตถุโบราณที่เคยได้ยินมาในตำนาน
ชายชราเบิกตากว้างเล็กน้อย "เจ้าทราบเรื่องคริสตัลแห่งวิญญาณด้วยหรือ? มันหายากยิ่งกว่าขุมทรัพย์ใดๆ ในโลกเสียอีก"
"ข้าเคยอ่านเจอในคัมภีร์โบราณ" เอลาร่าตอบ "ว่ากันว่ามันสามารถเก็บกักความรู้สึกและจิตวิญญาณของผู้ครอบครองไว้ได้"
"ถูกต้อง" ชายชรากล่าว "หากมีคริสตัลแห่งวิญญาณอยู่ที่นี่จริง มันอาจจะเป็นต้นตอของเสียงกระซิบพวกนี้ก็ได้"
"แล้วเราจะหามันเจอได้อย่างไร?" ลีออนถาม "ที่นี่ใหญ่โตเกินไป"
"ข้าจะนำทางพวกเจ้า" ชายชรากล่าว "แต่พวกเจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน ว่าคู่ควรแก่การช่วยเหลือวิญญาณเหล่านั้น"
"พิสูจน์ตัวเองอย่างไร?" ซาร่าห์ถาม
"ในห้องโถงด้านในสุด มีแท่นบูชาโบราณอยู่" ชายชราชี้ไปยังทางเดินที่มืดมิด "บนแท่นบูชานั้นมีสิ่งที่หลงเหลือจากอดีตกาล หากพวกเจ้าสามารถตอบปริศนาของมันได้ ข้าก็จะเปิดทางให้พวกเจ้า"
เอลาร่ามองไปยังทางเดินนั้น ความมืดที่แผ่คลุมดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้น เสียงกระซิบนั้นแว่วมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังชัดเจนขึ้น ราวกับกำลังเรียกหาใครบางคน
"ข้าพร้อม" เอลาร่ากล่าวอย่างหนักแน่น "เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อปลดปล่อยพันธนาการพวกนี้"
ลีออนและซาร่าห์พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขามองหน้ากันด้วยความมุ่งมั่น แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ชายชราผู้ดูแลพยักหน้าเล็กน้อย "ตามข้ามา" เขากล่าวพลางเดินนำเข้าสู่ความมืดมิด เสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบพื้นหินดังก้องเป็นระยะๆ ในขณะที่เสียงกระซิบยังคงวนเวียนอยู่รอบกาย ราวกับจะคอยเตือนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังในวิหารแห่งนี้
พวกเขาเดินผ่านโถงทางเดินที่ทอดลึกเข้าไป ผนังประดับด้วยภาพแกะสลักโบราณที่เลือนลางตามกาลเวลา แสงสลัวจากคบเพลิงที่ชายชราถืออยู่ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาและเสียงกระซิบที่ยังคงดังอยู่เป็นระยะ
"ท่านว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้นกันแน่?" ซาร่าห์กระซิบถามขณะที่เดินตามหลังลีออน
"ไม่รู้สิ" ลีออนตอบ "แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้"
"ข้าหวังว่ามันจะไม่ใช่กับดัก" เอลาร่ากล่าว "หลังจากที่เราเจออสูรกายเงามาแล้ว ข้าไม่อยากเจออะไรที่อันตรายกว่านี้อีก"
"อย่าเพิ่งคิดไปไกล" ชายชราหันมากล่าว "ปริศนาที่ข้าจะมอบให้ ไม่ใช่เรื่องของการต่อสู้ แต่เป็นการทดสอบสติปัญญาและความเข้าใจ"
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่กว่าเดิม ตรงกลางห้องมีแท่นบูชาหินตั้งตระหง่านอยู่ แสงสลัวจากคบเพลิงส่องกระทบแท่นบูชา เผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนนั้น มันเป็นรูปปั้นขนาดเล็ก ทำจากหินสีดำทมิฬ รูปปั้นนั้นมีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่มีปีกขนาดใหญ่กางออก และมีดวงตาที่ว่างเปล่า
"นี่คือสิ่งที่ข้ากล่าวถึง" ชายชรากล่าว "นี่คือ 'ผู้ถูกลืม' วัตถุที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจดจำผู้ที่สูญเสียไปในอดีตกาล"
เอลาร่าเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างช้าๆ เธอมองรูปปั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ราวกับว่ามันกำลังสื่อสารบางอย่างกับเธอ
"ปริศนาคือ..." ชายชราหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมคำพูด "จงบอกข้ามา ว่าผู้ที่ถูกลืมนี้ ต้องการสิ่งใดมากที่สุด?"
เอลาร่าครุ่นคิด ภาพของใบหน้าที่เศร้าสร้อย เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความโหยหา แวบเข้ามาในความคิดของเธอ "พวกเขาต้องการความทรงจำ" เธอเอ่ยตอบ "พวกเขาต้องการให้ใครสักคนจำพวกเขาได้"
ชายชราพยักหน้า "ถูกต้อง"
"แต่... มันไม่ใช่แค่นั้น" เอลาร่ากล่าวต่อ "พวกเขายังต้องการการให้อภัยด้วย"
"การให้อภัย?" ลีออนทวนคำ
"ใช่" เอลาร่ากล่าว "บางที ความเจ็บปวดที่ทำให้พวกเขาติดอยู่ในแดนสนธยา อาจจะไม่ได้มาจากผู้อื่น แต่อาจจะมาจากตัวของพวกเขาเอง การให้อภัยตนเอง อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดปล่อยพวกเขา"
ซาร่าห์มองเอลาร่าด้วยความทึ่ง "ท่านคิดได้ยังไงคะ?"
"ข้า... ข้าไม่แน่ใจ" เอลาร่าตอบ "มันเหมือนกับ... ความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจของข้าเอง"
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาจ้องมองเอลาร่าอย่างลึกซึ้ง "เจ้ามีสัมผัสที่ละเอียดอ่อนยิ่งนัก" เขากล่าว "คำตอบของเจ้า ถูกต้องแล้ว"
ทันทีที่ชายชรากล่าวจบ รูปปั้นหินสีดำก็เริ่มส่องแสงเรืองรองออกมา แสงนั้นค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ จนสว่างจ้าไปทั่วทั้งห้องโถง เสียงกระซิบที่เคยวนเวียนอยู่รอบกายก็พลันเงียบสงัดลงไป
"ข้าได้ยินแล้ว" ชายชรากล่าว "เสียงเหล่านั้น... มันได้สงบลงแล้ว"
"หมายความว่า... เราทำสำเร็จแล้ว?" ซาร่าห์ถามด้วยความดีใจ
"ในระดับหนึ่ง" ชายชราตอบ "พวกเจ้าได้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของวิญญาณเหล่านั้นแล้ว แต่การจะปลดปล่อยพวกเขาอย่างสมบูรณ์ อาจจะต้องใช้เวลาและสิ่งอื่นอีก"
"แล้วเรื่องคริสตัลแห่งวิญญาณล่ะคะ?" เอลาร่าถาม
ชายชราหันไปทางแท่นบูชา "คริสตัลแห่งวิญญาณ... มันไม่ได้อยู่ที่นี่" เขากล่าว "สิ่งที่อยู่บนแท่นบูชานี้ เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการจดจำ"
"แล้วเราจะหาคริสตัลได้จากที่ไหน?" ลีออนถาม
"ข้าไม่ทราบแน่ชัด" ชายชรากล่าว "แต่หากมันมีอยู่จริง มันจะอยู่ที่แห่งใดที่หนึ่งที่ถูกลืมเลือน... ที่ซึ่งความทรงจำอันเจ็บปวดได้ถูกฝังกลบไปนานแล้ว"
"แล้วท่านพอจะบอกใบ้ได้ไหมว่าที่นั่นอยู่ที่ไหน?" เอลาร่าถาม
ชายชราส่ายหน้า "ข้าทำได้เพียงบอกว่า... การเดินทางของพวกเจ้า ยังอีกยาวไกล"
แสงสว่างจากรูปปั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความมืดที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ในความมืดนั้น ไม่มีเสียงกระซิบอีกต่อไป มีเพียงความสงบที่แตกต่างออกไป
"ขอบคุณท่านมาก" เอลาร่ากล่าว
"ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกเจ้า" ชายชราตอบ "พวกเจ้าได้มอบความสงบสุขให้กับวิญญาณที่ทุกข์ทรมานมานาน"
"แล้วท่านจะอยู่ที่นี่ต่อไปใช่ไหม?" ลีออนถาม
"ข้าจะอยู่ที่นี่ เพื่อเฝ้ามอง" ชายชราตอบ "และหากพวกเจ้าต้องการความช่วยเหลืออีก จงกลับมาหาข้า"
เอลาร่าพยักหน้า พวกเขากล่าวลาชายชราผู้ดูแล และเดินออกจากห้องโถงใหญ่ มุ่งหน้ากลับไปยังทางเข้าวิหาร แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากวิหารนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลังก็ดังขึ้น
"เดี๋ยวก่อน!" เสียงนั้นดังขึ้น "พวกเจ้าจะจากไปง่ายๆ อย่างนี้ไม่ได้!"
ทั้งสามคนหันกลับไปมอง ร่างของอัศวินในชุดเกราะสีดำสนิท ยืนค้ำอยู่ตรงปากทางเข้าวิหาร ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมด้วยหมวกเกราะ ทำให้มองไม่เห็นดวงตา แต่ท่าทางของเขาแฝงไว้ด้วยความมุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านเป็นใคร?" ลีออนถามอย่างระแวดระวัง
"ข้าคือผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อหยุดยั้งพวกเจ้า" อัศวินชุดดำตอบ เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา "พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะรบกวนความสงบของที่นี่"
"พวกเราไม่ได้รบกวนใคร" เอลาร่ากล่าว "พวกเราแค่กำลังตามหาดาบในตำนาน"
"ดาบในตำนาน..." อัศวินชุดดำหัวเราะในลำคอ "ดาบที่พวกเจ้าตามหามันไม่ใช่สิ่งที่จะนำพาความสงบสุขมาให้ แต่เป็นหายนะต่างหาก!"
"ท่านรู้เรื่องดาบนั้นได้อย่างไร?" เอลาร่าถามด้วยความสงสัย
"ข้ารู้ทุกอย่าง" อัศวินชุดดำตอบ "และข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าได้ครอบครองมันเด็ดขาด!"
ว่าแล้ว อัศวินชุดดำก็ชักดาบสีดำเงาออกมาจากฝัก มันเปล่งประกายราวกับมีออร่าแห่งความมืดห่อหุ้มอยู่ "เตรียมตัวรับความตายได้เลย!"
8,371 ตัวอักษร