ดาบศักดิ์สิทธิ์พันธนาการวิญญาณ

ตอนที่ 20 / 47

ตอนที่ 20 — เบื้องลึกแห่งวิหารที่ถูกลืม

เมื่อภาพลวงตาคลี่คลายออก ทางเดินที่ทอดลึกลงไปใต้ดินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ทางเดินนั้นสร้างขึ้นจากหินสีเข้ม ดูเก่าแก่ราวกับไม่เคยมีผู้ใดแตะต้องมาก่อน อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกและหนักอึ้ง เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลึกลับโบราณ "นี่คือทางเข้าสู่วิหารที่ถูกลืม" เซอร์กาลันกล่าว เสียงของเขาอ่อนแรงลงกว่าเดิม แต่แววตาของเขายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น "ตามตำนานเล่าว่า ณ ใจกลางของวิหารแห่งนี้ คือจุดที่ใช้ผนึกวิญญาณร้ายตนนั้น" เอลาร่ามองลงไปในความมืดมิดของทางเดิน เธอกลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ท่านแน่ใจหรือว่าเราควรจะลงไป?" "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" เซอร์กาลันตอบ "หากเราต้องการไขความลับของคำสาปนี้ และหาทางปลดปล่อยเจ้า เราต้องเผชิญหน้ากับต้นตอของมัน" ลีออนก้าวไปข้างหน้า มองสำรวจทางเดินอย่างระมัดระวัง "ข้าจะนำทางเองขอรับ" เขาหยิบตะเกียงน้ำมันที่เตรียมมาจุดขึ้น แสงไฟสีส้มสว่างส่องสะท้อนผนังหิน เผยให้เห็นรอยแกะสลักแปลกประหลาดที่เรียงรายอยู่ตลอดทาง "ระวังตัวให้มาก" เซอร์กาลันเตือน "กับดักที่นี่อาจไม่เพียงแค่เป็นภาพลวงตา แต่ยังอาจมีกลไกอันตรายซ่อนอยู่" พวกเขาเริ่มเคลื่อนที่ลงไปในทางเดินอย่างช้าๆ เอลาร่าเดินนำหน้าลีออน โดยมีซาร่าห์คอยระวังหลังให้ ส่วนเซอร์กาลันถูกประคองโดยลีออนขณะที่เขาเดินตามมา "ท่านเซอร์กาลัน ท่านพอจะจำอะไรเกี่ยวกับวิญญาณร้ายตนนั้นได้บ้างไหมขอรับ?" ลีออนถามขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เซอร์กาลันเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมสติสัมปชัญญะ "ข้า...ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าจากอาจารย์ของข้า" เขาตอบเสียงแผ่ว "ว่ากันว่าวิญญาณตนนั้นคือผู้ที่ถูกสาปแช่งให้เป็นอมตะ แต่ด้วยความโลภและความกระหายอำนาจที่ไม่สิ้นสุด มันได้พยายามช่วงชิงพลังของเทพเจ้า และถูกลงโทษให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งตัวตน ถูกขับไล่ไปสู่ห้วงมิติอันมืดมิด" "แล้วมันเกี่ยวข้องกับคำสาปของข้าอย่างไร?" เอลาร่าถาม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "สายเลือดของเจ้า...เป็นสายเลือดพิเศษ" เซอร์กาลันอธิบาย "เป็นสายเลือดที่มีพลังงานบริสุทธิ์บางอย่าง ซึ่งวิญญาณร้ายตนนั้นต้องการเพื่อจะกลับมามีตัวตนอีกครั้ง มันได้หาทางผูกพันธนาการกับผู้สืบทอดสายเลือดนั้น เพื่อใช้เป็นร่างอวตาร และค่อยๆ ดูดกลืนพลังชีวิตของพวกเขา" "ท่านหมายความว่า...ข้ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของมันงั้นหรือ?" เอลาร่าถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "ไม่ใช่ทั้งหมด" เซอร์กาลันรีบแก้ต่าง "เพราะการผนึกโบราณที่อยู่บนตัวเจ้า มันคอยขัดขวางไม่ให้มันครอบงำเจ้าได้สมบูรณ์ ทำให้เจ้ายังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่ได้ แต่พลังงานที่มันส่งผ่านพันธนาการนั้น มันกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเจ้าทีละน้อย" ขณะที่พวกเขากำลังสนทนา เสียงประหลาดก็ดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของทางเดิน เสียงนั้นแหวกอากาศเย็นเยียบราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่ก็แฝงไปด้วยความโหยหวนที่น่าขนลุก "นั่นมันอะไร?" ซาร่าห์ถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "ข้าไม่แน่ใจ" เซอร์กาลันกล่าว "แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่อันตราย" ทันใดนั้นเอง ผนังหินเบื้องหน้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแกะสลักบนผนังเริ่มเรืองแสงสีแดงฉาน และจากรอยแยกเหล่านั้น ก็มีมือที่ดูเหมือนทำจากเงามืดค่อยๆ ยื่นออกมา มือเหล่านั้นมีเล็บแหลมคมราวกับกรงเล็บ และดูดึงดูดพลังชีวิตจากรอบๆ ตัว "ปีศาจเงา!" เซอร์กาลันตะโกน "พวกมันคือผู้รับใช้ของวิญญาณร้าย!" ลีออนรีบชักดาบออกมา ป้องกันเอลาร่าและซาร่าห์ "ถอยไปข้างหลัง!" ปีศาจเงาทะลวงออกมาจากผนังหินอย่างรวดเร็ว พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ผอมเกร็งและบิดเบี้ยว ดวงตาของพวกมันเป็นเพียงโพรงสีดำที่สะท้อนความว่างเปล่า พวกมันพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มของเอลาร่าทันที เอลาร่าชักดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมา แสงสีฟ้าอ่อนส่องสว่าง ขับไล่ความมืดมิดรอบตัว "ถอยไป!" เธอกล่าวเสียงกร้าว และฟันดาบออกไป แสงจากดาบปะทะเข้ากับปีศาจเงาตนหนึ่ง ทำให้มันกรีดร้องและสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทันที "ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า...มีพลังต่อต้านพวกมัน!" เซอร์กาลันกล่าว "ใช้พลังของมันสิ!" เอลาร่าพยักหน้า เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี และใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ฟันออกไปเป็นวงกว้าง แสงสีฟ้าสว่างวาบ ขับไล่ปีศาจเงาที่อยู่รอบๆ ออกไปได้หลายตน ลีออนเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาใช้ดาบของตนต่อสู้กับปีศาจเงาที่เหลืออย่างดุเดือด ซาร่าห์หยิบมีดสั้นออกมาใช้ป้องกันตัว เธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีของปีศาจเงา และหาจังหวะสวนกลับ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้ปีศาจเงาจะถูกทำลายไป แต่พวกมันก็ยังคงผุดขึ้นมาจากผนังอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าไม่มีวันหมดสิ้น "เราต้องไปต่อ!" เซอร์กาลันตะโกน "เราต้องหาทางไปถึงใจกลางวิหาร!" เอลาร่ามองไปยังทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในความมืดมิด เธอรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง และหนทางที่จะปลดปล่อยตัวเองนั้น ยังอีกยาวไกลนัก

3,927 ตัวอักษร