ดาบศักดิ์สิทธิ์พันธนาการวิญญาณ

ตอนที่ 6 / 47

ตอนที่ 6 — การทรยศที่คาดไม่ถึง

หลังจากการเผชิญหน้าอันน่าตื่นตะลึงในถ้ำลวงตา กลุ่มของเอลาร่าก็สามารถหลุดพ้นจากหุบเขาแห่งเสียงกระซิบมาได้ แม้ว่าความเหนื่อยล้าและบาดแผลจากการต่อสู้จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นใหม่ การที่เอลาร่าสามารถเผชิญหน้ากับพลังงานลบและทำให้มันสลายไปได้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคำสาปที่กัดกินเธอมานาน อาจไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีทางแก้ไข “เราต้องรีบเดินทางต่อ” เซอร์กริฟฟินกล่าวขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า “เรามีนัดที่ป้อมปราการโบราณก่อนตะวันตกดิน” “แต่เอลาร่า…” เลดี้เอลิเซียเอ่ยขึ้น พลางมองไปยังอัศวินสาวที่นั่งพักอยู่ข้างก้อนหินใหญ่ “นางดูอ่อนเพลียมาก” “ข้าไม่เป็นไร” เอลาร่าตอบเสียงเบา พยายามฝืนยิ้ม “ข้าแค่ต้องการเวลาพักสักครู่” แม้ว่าเอลาร่าจะพยายามกลบเกลื่อน แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในตัวเธอ พลังงานที่เคยรู้สึกว่าเป็นคำสาปที่คอยกัดกินจิตใจ ตอนนี้มันกลับสงบนิ่งผิดปกติ มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันเหมือนกับว่ากำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง “ข้ากลัวว่านี่อาจไม่ใช่ข่าวดี” เธอคิดกับตัวเอง ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวออกเดินทางต่อ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากก็ดังมาจากด้านหลัง พวกเขาหันไปมองด้วยความตกใจ เห็นกลุ่มทหารม้าสวมชุดเกราะสีดำสนิท กำลังวิ่งกรูกันเข้ามา ล้อมกรอบพวกเขาเอาไว้ “ใครน่ะ!” ร้อยโทมาร์คัสตะโกนถามพร้อมชักดาบออกมา “เราคือหน่วยพิทักษ์แห่งองค์ราชา! และเราได้รับคำสั่งให้จับกุมพวกเจ้าทั้งหมด!” ชายผู้เป็นหัวหน้าหน่วยสวมหมวกเกราะที่บดบังใบหน้า ประกาศเสียงก้อง “หน่วยพิทักษ์แห่งองค์ราชา?” เซอร์กริฟฟินถามด้วยความประหลาดใจ “เป็นไปได้อย่างไร? พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะมาจับกุมเรานอกเขตแดนของปราสาท!” “นั่นสินะ” เอลาร่าพึมพำ “ใครกันที่ออกคำสั่งนี้?” “มันคือแผนของเจ้าสินะ!” เลดี้เอลิเซียตะโกนใส่เซอร์กริฟฟิน “เจ้าทรยศพวกเรา! เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับคนพวกนี้!” เซอร์กริฟฟินมองเลดี้เอลิเซียด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เลดี้เอลิเซีย… ข้า…” “อย่าแก้ตัว!” เธอตะคอก “ข้าเห็นสายตาของเจ้าตั้งแต่แรก! เจ้าเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ! เจ้าต้องการขายพวกเรา!” เอลาร่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้าเธอ เซอร์กริฟฟิน… อัศวินผู้กล้าหาญ ผู้ที่เธอเคยไว้ใจและมองว่าเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด กำลังจะหักหลังเธออย่างนั้นหรือ? “เซอร์กริฟฟิน… ทำไม?” เธอถามเสียงสั่นเครือ เซอร์กริฟฟินถอนหายใจหนัก “เอลาร่า… ข้าขอโทษ” เขาพูด “ข้าไม่มีทางเลือก… ข้าถูกบีบบังคับ” “ถูกบีบบังคับ? โดยใคร!” “โดยองค์ราชาเอง” เซอร์กริฟฟินตอบ “พระองค์ทรงทราบถึงคำสาปของเจ้า… และทรงต้องการตัวเจ้า… ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือ… แต่เพื่อใช้พลังของเจ้า… ในการก่อสงคราม” “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” เอลาร่าอุทาน “องค์ราชาไม่เคยเป็นคนแบบนี้!” “ในอดีตอาจจะใช่” เซอร์กริฟฟินกล่าว “แต่ตอนนี้… อิทธิพลของที่ปรึกษาบางคนได้เปลี่ยนพระองค์ไปแล้ว… พวกเขาเห็นพลังของเจ้าเป็นภัยคุกคาม… หรือไม่ก็เป็นเครื่องมือที่จะใช้ได้” “ถ้าอย่างนั้น… เลดี้เอลิเซีย… ท่านทราบเรื่องนี้มาก่อน?” เอลาร่าหันไปถามนักเวทสาว “ข้าไม่ทราบเรื่องการจับกุม” เลดี้เอลิเซียตอบ “แต่ข้าสงสัยในตัวเซอร์กริฟฟินมาตลอด… พลังของเจ้า… มันเป็นที่ต้องการของหลายฝ่าย… ข้ากลัวว่าจะมีคนใช้เจ้าเป็นเครื่องมือ” “เจ้าหนูเอลาร่า!” เสียงหัวหน้าหน่วยทหารม้าดังขึ้น “อย่าดื้อรั้นไปเลย! มอบตัวเสีย! หากเจ้าให้ความร่วมมือ องค์ราชาจะทรงเมตตาเจ้า” “ข้าไม่เคยทำสิ่งใดผิด!” เอลาร่าตะโกนกลับ “ข้าออกเดินทางเพื่อปลดปล่อยตัวเอง! ไม่ใช่เพื่อตกเป็นเครื่องมือของใคร!” “ถ้าเช่นนั้น… ก็จงเตรียมรับมือ!” หัวหน้าหน่วยตะโกนสั่ง “จับกุมพวกมันให้ได้! อย่าให้ใครหนีรอดไปได้!” ทหารม้าพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาร่าอย่างรวดเร็ว เซอร์กริฟฟินยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขาไม่ได้ขยับเข้าโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “เซอร์กริฟฟิน! เจ้าจะยืนอยู่เฉยๆ อย่างนั้นหรือ!” เลดี้เอลิเซียตะโกนด้วยความโกรธ “เจ้าจะปล่อยให้พวกมันจับพวกเราไปอย่างนั้นหรือ!” “ข้า… ข้าทำอะไรไม่ได้” เซอร์กริฟฟินตอบเสียงแผ่วเบา “หากข้าขัดคำสั่ง… ข้าจะถูกประหาร…” “เจ้ามันขี้ขลาด!” เลดี้เอลิเซียกล่าวหยัน “ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ!” เอลาร่ามองเซอร์กริฟฟินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในตัวเธออีกครั้ง มันไม่ใช่พลังงานลบที่เคยรู้สึก แต่มันเป็นพลังที่อบอุ่นและทรงพลังกว่าเดิม ราวกับว่าการทรยศครั้งนี้ ได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเธอให้ตื่นขึ้น “พวกเจ้าจะจับข้าไปไม่ได้!” เอลาร่าตะโกนเสียงดัง พลางยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเหล่าทหารม้า “ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าใช้ข้าเป็นเครื่องมือ!” ทันใดนั้น แสงสีขาวเจิดจ้าก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของเอลาร่า มันสว่างจ้าเสียจนเหล่าทหารม้าต้องยกแขนขึ้นบังตา “นี่มันอะไรกัน!” หัวหน้าหน่วยร้องถาม “พลังของนาง… มันแข็งแกร่งเกินไป!” เซอร์กริฟฟินมองเอลาร่าด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่พลังของคำสาป แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “เอลาร่า…” เขาพึมพำ “นี่คือพลังที่แท้จริงของเจ้า… พลังที่ถูกปลดปล่อย…” “รีบหนีไป!” เลดี้เอลิเซียตะโกนบอกเอลาร่า “ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอง!” เธอกล่าวพลางร่ายมนตร์ป้องกันตัวขึ้นมา “ข้าจะไปกับท่าน!” เอลาร่าตอบ “เราต้องไปด้วยกัน!” ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เอลาร่าและเลดี้เอลิเซียตัดสินใจที่จะไม่ยอมจำนน พวกเขาพุ่งทะยานหนีไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับป้อมปราการโบราณ ทิ้งให้เซอร์กริฟฟินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความผิดหวังและความขัดแย้งในใจ ท่ามกลางเสียงดาบที่เริ่มปะทะกัน และเสียงตะโกนก้องของเหล่าทหาร การเดินทางของอัศวินผู้แบกรับคำสาป ได้นำพาเธอเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและบททดสอบที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าเดิม

4,693 ตัวอักษร