ผู้พิทักษ์ผาหินศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 13 / 46

ตอนที่ 13 — การโจมตีที่ไม่คาดฝันในป่าสน

เสียงกระซิบของลมที่เสียดสีกับใบสนเขียวครึ้มเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าแห่งนี้ ภูผาเดินนำหน้า ฝีเท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบสนแห้งอย่างแผ่วเบา ดาบยาวคู่ใจที่เหน็บอยู่ข้างเอวสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามบ่ายที่ลอดผ่านกิ่งก้านสาขาลงมา ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศอย่างระแวดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเตรียมพร้อม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ หรือนักรบที่กำลังระวังภัย "ดูเหมือนว่าเราจะเข้ามาลึกเกินไปแล้ว" เอลาร่ากล่าว เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ก็ดังพอให้ภูผาได้ยิน "ความรู้สึกไม่สบายใจกำลังคืบคลานเข้ามา" ภูผาพยักหน้าเห็นด้วย เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน อากาศรอบตัวรู้สึกเย็นเยียบอย่างประหลาด ทั้งที่แดดยังคงส่องสว่างอยู่ กลิ่นอายของพลังงานบางอย่างที่ชั่วร้ายกำลังแผ่ซ่านออกมาจากใจกลางของป่าแห่งนี้ เขาชะลอฝีเท้าลงและยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้คณะเดินทางหยุดพัก "ระวังตัวด้วย ทุกคน" ภูผาเอ่ยเสียงเข้ม "ดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังจับตามองเราอยู่" พลัน เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากเบื้องบนของภูผา เขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางหมู่ใบสนหนาทึบนั้น มีเงาร่างสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ผอมเกร็งผิดปกติ แขนขายาวเหยียดราวกับกิ่งไม้แห้ง ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านที่กำลังคุ ลมหายใจของมันพ่นออกมาเป็นไอเย็นยะเยือก "พวกมันมาแล้ว!" นักรบคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เงาร่างเหล่านั้นร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ราวกับก้อนหิน พวกมันมีจำนวนมากกว่าที่คาดคิด และดูเหมือนจะปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทุกทาง ร่างกายของพวกมันคล้ายคลึงกับสิ่งที่ภูผาเคยเห็นในนิมิตของเขา วิญญาณร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล "ตั้งแถว! ป้องกันตัวเอง!" ภูผาสั่งเสียงดัง เขาชักดาบออกมาจากฝัก ดาบที่สลักเสลาด้วยอักขระโบราณส่องแสงเรืองรองราวกับจะตอบรับคำสั่งของนาย เอลาร่ารีบหยิบไม้เท้าคู่ใจออกมาเช่นกัน แสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มส่องสว่างจากปลายไม้เท้าของเธอ "พวกมันคืออสูรเงา! ได้ยินมาว่าพวกมันจะปรากฏตัวเมื่อพลังงานของผาหินเริ่มสั่นคลอน" "อสูรเงาอย่างนั้นหรือ?" ภูผาพึมพำขณะปัดป้องการโจมตีจากอสูรเงาตนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว "พวกมันน่ากลัวกว่าที่คิด" การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกัน เสียงกู่ร้องของอสูรเงา และเสียงตะโกนสั่งการของภูผา ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ อสูรเงาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและว่องไว ร่างกายของพวกมันสามารถรวมตัวและแยกออกจากกันได้ราวกับหมอกควัน ทำให้ยากต่อการโจมตีให้โดนตัว "พวกมันไม่มีจุดอ่อนที่ชัดเจน!" ทหารนายหนึ่งตะโกนขณะที่เขาพยายามฟันดาบใส่ร่างของอสูรเงา แต่คมดาบกลับทะลุผ่านร่างของมันไปราวกับไม่มีอะไรอยู่ "อย่าโจมตีที่ร่าง! โจมตีที่พลังงานที่หล่อเลี้ยงพวกมัน!" เอลาร่าตะโกนบอก พลางร่ายเวทย์มนตร์ใส่กลุ่มอสูรเงา ทำให้พวกมันชะงักงันไปชั่วขณะ "พวกมันถูกสร้างขึ้นจากความมืดและความสิ้นหวัง พลังงานของแสงและเจตจำนงที่แข็งแกร่งจะทำลายพวกมันได้!" ภูผาเข้าใจในทันที เขาเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ เขาไม่พยายามฟันดาบใส่ร่างของพวกมันอีกต่อไป แต่พุ่งเป้าไปที่การขัดขวางการเคลื่อนไหวและทำลายการรวมตัวของพวกมัน เขาใช้ดาบของเขาปัดป้องการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว สร้างช่องว่างให้ทหารคนอื่นๆ ได้โจมตี "เอลาร่า! ช่วยฉันด้วย!" ภูผาตะโกน ขณะที่เขากำลังต่อสู้กับอสูรเงาหลายตนพร้อมกัน เอลาร่ารีบวิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับร่ายเวทย์มนตร์ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ ก่อนจะพุ่งออกไปเป็นลำแสงที่สาดส่องเข้าใส่กลุ่มอสูรเงา ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและถอยร่นไป "พวกมันกำลังจะล่าถอย!" ภูผาเห็นโอกาส เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับผู้นำของอสูรเงาที่ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันมีขนาดใหญ่กว่าอสูรเงาตนอื่นๆ และมีรัศมีของความมืดที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน "ข้าจะจัดการหัวหน้าของพวกมัน! พวกเจ้าถ่วงเวลาพวกที่เหลือไว้!" ภูผาวิ่งฝ่าวงล้อมของอสูรเงา มุ่งหน้าไปยังร่างที่ใหญ่ที่สุด เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม ดาบในมือเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าที่เคย "เจ้าคือผู้ใดกัน? กล้าดียังไงมายุ่งกับทางของเรา!" เสียงแหบพร่าดังออกมาจากร่างของหัวหน้าอสูรเงา ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหลุมศพ "ข้าคือภูผา ผู้พิทักษ์แห่งผาหินศักดิ์สิทธิ์!" ภูผาประกาศก้อง "และเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาคุกคามอาณาจักรนี้!" เขาพุ่งเข้าใส่หัวหน้าอสูรเงาอย่างไม่ลังเล การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย หัวหน้าอสูรเงาแข็งแกร่งกว่าอสูรเงาทั่วไปมาก การโจมตีของมันรุนแรงและเต็มไปด้วยพลังแห่งความมืด ภูผารู้สึกได้ถึงพลังงานที่พยายามจะดูดกลืนจิตวิญญาณของเขา "เจ้าจะปกป้องสิ่งที่จะสูญสลายไปไม่ได้!" หัวหน้าอสูรเงาเยาะเย้ย "ผาหินศักดิ์สิทธิ์กำลังจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของนายท่านของเรา!" "ไม่มีทาง!" ภูผาตอบโต้ เขาใช้ทักษะทั้งหมดที่มี บวกกับพลังจากดาบของเขา พุ่งเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง การปะทะกันระหว่างแสงสว่างและความมืดสร้างประกายไฟระยิบระยับไปทั่วบริเวณ ในขณะเดียวกัน เอลาร่าและทหารที่เหลือก็กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง พวกเขาพยายามปกป้องภูผาจากการถูกล้อมโจมตีจากอสูรเงาตนอื่นๆ "เราต้องช่วยท่านภูผา!" เอลาร่ากล่าวกับทหารที่อยู่ใกล้ๆ "หากท่านภูผาพ่ายแพ้ เราทุกคนก็จะตกอยู่ในอันตราย!" "เข้าใจแล้ว!" ทหารตอบรับ พวกเขารวมกลุ่มกันและมุ่งหน้าไปยังจุดที่ภูผาต่อสู้อยู่ เมื่อเห็นการสนับสนุนจากพวกพ้อง ภูผาก็มีกำลังใจขึ้นอย่างท่วมท้น เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พุ่งดาบของเขาเข้าใส่จุดศูนย์กลางของหัวหน้าอสูรเงา ดาบของเขาสว่างวาบขึ้นอย่างเจิดจ้า สร้างคลื่นพลังงานที่ผลักดันความมืดของอสูรเงาออกไป "นี่คือพลังแห่งผู้พิทักษ์!" ภูผาตะโกนสุดเสียง การโจมตีครั้งสุดท้ายของภูผาประสบผลสำเร็จ หัวหน้าอสูรเงาคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มสลายกลายเป็นไอสีดำก่อนจะจางหายไปในอากาศ เมื่อหัวหน้าอสูรเงาหายไป อสูรเงาตนอื่นๆ ที่เหลือก็เริ่มสั่นคลอนและค่อยๆ สลายตัวไปเช่นกัน ความเงียบเข้าปกคลุมป่าสนอีกครั้ง เหลือเพียงแต่กลุ่มของภูผาที่ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของใบสนที่ถูกทำลาย "เราทำสำเร็จแล้ว" เอลาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น" ภูผามองไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม "ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น" เขากล่าว "การเดินทางของเรายังอีกยาวไกล"

5,116 ตัวอักษร