ตอนที่ 22 — คำกล่าวอันน่ากังวลของนักบวช
นักบวชอาวุโสยิ้มบางๆ "เรา... เราสามารถหยุดยั้งภัยร้ายได้แล้ว" เสียงของท่านแหบพร่าเล็กน้อยจากการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เต็มไปด้วยความโล่งอก ชาวบ้านที่ยืนรออยู่หน้าปากทางเข้าวิหารใต้ดินต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่การรอคอยอันแสนยาวนานและความหวังอันริบหรี่ได้ผลิดอกออกผลเสียที ภูผายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บที่ยังไม่ทันหายดี และความรู้สึกโล่งใจที่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ได้สำเร็จลุล่วงไปอีกขั้น
"เป็นเพราะท่านอัศวินภูผาและความกล้าหาญของพวกเราทุกคน" หัวหน้าชาวบ้านกล่าวเสริม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ เขาหันไปมองภูผา "ข้าขอขอบคุณท่านจากใจจริง ท่านได้ช่วยปกป้องพวกเราจากหายนะ"
ภูผาพยักหน้ารับเล็กน้อย "ข้าเพียงทำหน้าที่ของข้า" เขาตอบอย่างถ่อมตน สายตาของเขากวาดมองไปยังชาวบ้านที่เหลืออยู่ มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนเดิมก่อนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น
วายุซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ภูผา ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความรู้สึกของเขา "แม้จะมีความสูญเสียไปบ้าง แต่ก็ยังดีที่เรายังรักษาชีวิตของคนสำคัญไว้ได้" เขาพยายามปลอบใจ
นักบวชอาวุโสพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว วายุพูดถูก" ท่านก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย พยายามรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ "พลังของจิตวิญญาณโบราณได้ถูกผนึกไว้ในที่ของมันแล้ว ผาหินศักดิ์สิทธิ์จะปลอดภัยอีกครั้ง"
แต่แล้ว จู่ๆ ใบหน้าของนักบวชอาวุโสก็ซีดเผือดลง ดวงตาของท่านเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด "แต่... แต่ข้า... ข้าสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... บางสิ่งที่ผิดปกติ"
ทุกคนหันมามองท่านด้วยความสงสัย ภูผาซึ่งกำลังจะก้าวเดินต่อไปก็ชะงัก เขาเห็นแววตาของนักบวชอาวุโสที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ท่านนักบวช เกิดอะไรขึ้นอีกหรือ?" หัวหน้าชาวบ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
"พลัง... พลังที่ข้าผนึกไว้... มันกำลังถูกกัดกร่อน" นักบวชอาวุโสพูดเสียงสั่น "ไม่ใช่จากภายใน แต่จากภายนอก... มีบางสิ่งกำลังพยายามจะเจาะทะลวงเข้ามา..."
คำพูดของนักบวชอาวุโสทำให้บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความโล่งใจเมื่อครู่ กลับกลายเป็นความตึงเครียดอีกครั้ง ชาวบ้านเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความหวาดกลัว ภูผาขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น การผนึกควรจะแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานสิ่งใดๆ ได้ไม่ใช่หรือ
"เป็นไปได้อย่างไร?" ภูผาถาม "ข้าคิดว่าเราได้ผนึกพลังแห่งความมืดนั้นไว้แล้ว"
"มันไม่ใช่พลังแห่งความมืดที่เราเคยเผชิญ" นักบวชอาวุโสส่ายหน้าช้าๆ "มันเป็นพลังที่ต่างออกไป... แตกต่างอย่างสิ้นเชิง" ท่านเงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆ ยามใกล้ค่ำ "ข้ารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากทิศตะวันตก... ทิศที่ไม่มีใครเคยคาดคิด"
วายุขมวดคิ้ว "ทิศตะวันตก? หมายถึงอาณาจักรที่อยู่ไกลออกไปนั่นหรือ? พวกเขาจะมาทำอะไรที่นี่"
"ข้าไม่แน่ใจ" นักบวชอาวุโสตอบ "แต่พลังที่ข้าสัมผัสได้นั้น... มันไม่เหมือนกับพลังที่พวกเราเคยใช้ในการปกป้องผาหินนี้มาก่อน มันมีความโบราณ... และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า"
ภูผารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปตามสันหลัง เขาเข้าใจว่านี่อาจไม่ใช่จุดจบของภัยคุกคาม แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและน่ากลัวกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ "ท่านนักบวช ท่านบอกว่าพลังนั้นกำลังถูกกัดกร่อน หมายความว่าการผนึกกำลังอ่อนแอลงใช่หรือไม่?"
"ใช่" นักบวชอาวุโสพยักหน้า "หากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ ไม่นานการผนึกก็จะพังทลายลง พลังที่ถูกกักขังไว้ก็จะหลุดออกมา และครั้งนี้... มันอาจจะอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า"
"แล้วเราจะทำอย่างไร?" หัวหน้าชาวบ้านถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นักบวชอาวุโสหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมสมาธิ "เราต้อง... เราต้องเสริมสร้างการผนึกอีกครั้ง" ท่านกล่าว "แต่พลังของข้า... ได้หมดสิ้นไปแล้วจากการทำพิธีครั้งก่อน"
"แต่ท่านนักบวช ท่านพูดว่าท่านได้ผนึกพลังไว้แล้ว" ภูผาท้วง "แล้วทำไมถึงต้องทำอีกครั้ง?"
"การผนึกครั้งก่อนเป็นการผนึกพลังแห่งความมืดที่เกิดจากภายใน" นักบวชอาวุโสอธิบาย "แต่การผนึกครั้งนี้... เป็นการผนึกพลังที่มาจากภายนอก ซึ่งมีอานุภาพที่แข็งแกร่งกว่ามาก และมันกำลังกัดกร่อนการผนึกเก่าอยู่"
"แล้วใครเล่าจะช่วยเสริมสร้างการผนึกครั้งใหม่นี้ได้?" วายุถาม
นักบวชอาวุโสลืมตาขึ้น มองไปยังภูผา ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความหวังอันริบหรี่ "มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดของผู้พิทักษ์ที่แท้จริงเท่านั้น ที่จะสามารถเชื่อมต่อกับพลังของผาหินศักดิ์สิทธิ์ และเสริมสร้างการผนึกได้..."
คำพูดของนักบวชอาวุโสทำให้ภูผาใจหล่นวูบ เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นอย่างถ่องแท้ แต่เขาก็ยังคงมีคำถามมากมายในใจ
"หมายความว่า... ข้าต้องทำอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?" ภูผาถามเสียงเครียด
"ใช่... ภูผา" นักบวชอาวุโสตอบ "เจ้าคือความหวังสุดท้ายของเรา"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านไปเท่านั้นที่ดังเป็นระยะ ภูผายืนนิ่ง เขารู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เขายังไม่ทันได้พักฟื้นจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ และตอนนี้เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่มองไม่เห็นอีกครั้ง
"แต่... ข้าเพิ่งจะ..." ภูผาพยายามจะอธิบายถึงสภาพร่างกายของตนเอง
"ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อย" นักบวชอาวุโสแทรกขึ้น "และข้าก็รู้ดีว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บ" ท่านก้าวไปแตะที่ไหล่ของภูผาเบาๆ "แต่ถึงแม้ร่างกายของเจ้าจะอ่อนล้า จิตวิญญาณของเจ้าก็ยังแข็งแกร่งอยู่"
"แต่หากข้าทำไม่สำเร็จเล่า?" ภูผาถาม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ภูผา" นักบวชอาวุโสกล่าวเสียงหนักแน่น "หากเราไม่ทำเช่นนี้ โลกทั้งใบก็จะตกอยู่ในอันตราย"
หัวหน้าชาวบ้านและชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ได้ยินบทสนทนา ต่างก็มองมาที่ภูผาด้วยความหวังและความเป็นห่วง ภูผารู้สึกถึงสายตาเหล่านั้นที่กดดันเขา เขาถอนหายใจยาว
"ข้าจะลองดู" ภูผาตอบเสียงหนักแน่น "แต่ข้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับพลังที่กำลังโจมตีนี้"
"ดีมาก" นักบวชอาวุโสกล่าว "เราจะกลับเข้าไปในวิหารอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เราจะเข้าไปเพื่อศึกษาพลังที่กำลังคุกคามเรา และหาวิธีที่จะเสริมสร้างการผนึกให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ภูผาพยักหน้า แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเองอีกครั้ง เขาจะไม่ยอมให้ความพยายามของทุกคนต้องสูญเปล่า
5,152 ตัวอักษร