ตอนที่ 1 — พายุหมุนก่อตัว ณ ชายแดน
สายลมพัดแรงเสียดแทงใบหน้าอย่างไม่ปรานี ไอเย็นยะเยือกจากขุนเขาหิมาลัยโอบล้อมร่างของสายลม ราวกับจะเตือนให้รู้ว่านี่คือชายแดนสุดท้ายของอาณาจักรอาร์คาเดีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยความสงบสุขมานานนับศตวรรษ แต่บัดนี้ กำลังมีเงาแห่งความมืดคืบคลานเข้ามา สายลมสวมชุดเกราะหนังสีน้ำตาลเข้มที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของอัศวินผู้พิทักษ์แห่งอาร์คาเดียที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม ดาบยาวที่เหน็บอยู่ที่เอวสะท้อนแสงจันทร์สีเงินยวง มันคือ "วายุภัค" ดาบประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ว่ากันว่ามันถือกำเนิดขึ้นจากใจกลางของพายุหมุนโบราณ และมีพลังอำนาจในการควบคุมสายลม
"ท่านอัศวิน รู้สึกถึงความผิดปกติบ้างหรือไม่" เสียงทุ้มแหบพร่าของทหารยามที่ยืนประจำการอยู่บนเชิงเทินดังขึ้นมา สายลมเหลือบมองขึ้นไปบนยอดกำแพงหินที่แข็งแกร่งของป้อมปราการ "ไม่เลย ท่านทหาร ข้าเพียงรู้สึกถึงลมที่แรงขึ้นผิดปกติ" สายลมตอบพร้อมกับกุมด้ามดาบวายุภัคแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา มันไม่ใช่แค่ลมที่แรงขึ้น แต่มันคือลางสังหรณ์ถึงภัยพิบัติที่จะมาถึง
"ข้าคงคิดมากไปเอง" ทหารยามกล่าวอย่างไม่ค่อยแน่ใจ "แต่ก็ดีแล้วที่ท่านอัศวินมาประจำการที่นี่ ข้าจะได้สบายใจขึ้น"
สายลมพยักหน้าให้ เขาเข้าใจดีว่าความกังวลของทหารยามนั้นมีเหตุผล ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการหายตัวไปอย่างลึกลับของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามชายแดนเป็นระยะๆ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีคำขอความช่วยเหลือ และไม่มีแม้แต่เศษเสื้อผ้าตกหล่นอยู่เลย ราวกับว่าพวกเขาถูกดูดหายไปในอากาศธาตุ
"ข้าจะเฝ้าระวังให้ดีที่สุด" สายลมกล่าว "ท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ หากมีสิ่งใดผิดปกติ ข้าจะส่งสัญญาณทันที"
ทหารยามโค้งคำนับแล้วเดินจากไป ทิ้งให้สายลมยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านยอดสนเท่านั้น สายลมเงยหน้ามองดูดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า มันส่องแสงสีเงินนวลตา แต่ในความรู้สึกของเขากลับมีบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป ราวกับว่าแสงจันทร์นั้นกำลังถูกบดบังด้วยบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น
"สัญญาของบรรพบุรุษ..." สายลมพึมพำกับตัวเอง เขาจำคำสั่งเสียของบิดาได้ดี "หากเงาโบราณตื่นขึ้น เจ้าต้องปกป้องอาณาจักรของเราด้วยพลังแห่งวายุภัค"
พลังแห่งวายุภัค พลังที่เขาเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุม มันเป็นพลังที่ซับซ้อนและอันตรายเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ บ่อยครั้งที่ความโกรธหรือความตื่นเต้นของเขาทำเอาสายลมที่อยู่รอบกายปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ ครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบจะทำลายลานฝึกซ้อมของเหล่าทหารด้วยพลังที่พลั้งเผลอ
"ข้าต้องทำได้" สายลมกล่าวปลอบใจตัวเอง "ข้าคือทายาทคนสุดท้ายที่แบกรับภาระนี้"
ทันใดนั้นเอง หูของเขาก็ได้ยินเสียงประหลาด เสียงเหมือนกิ่งไม้แห้งหักดังมาจากป่าทึบเบื้องหน้า สายลมหรี่ตาลง เขายกมือขวาขึ้นช้าๆ ลมรอบตัวเขาเริ่มหมุนวนอย่างแผ่วเบา
"ใครอยู่ตรงนั้น!" เขาส่งเสียงเรียกอย่างดัง
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ สายลมตัดสินใจไม่รอช้า เขาชักดาบวายุภัคออกจากฝัก ดาบยาวสีเงินส่องประกายเจิดจ้าภายใต้แสงจันทร์ มันเปล่งเสียงหึ่งๆ ราวกับจะตอบรับเจ้าของ
"ปรากฏตัวออกมาเสียดีๆ" สายลมกล่าว พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
เขาเดินลึกเข้าไปในป่าได้ไม่นานนัก แสงจันทร์ก็เริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ เมื่อถูกบดบังด้วยกิ่งก้านของต้นไม้ที่หนาทึบ แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเขาเย็นเฉียบ
เบื้องหน้าเขา กลุ่มหมอกสีดำทะมึนกำลังลอยวนอย่างเชื่องช้า มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่เป็นหมอกที่มีชีวิต ราวกับมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายในนั้น และที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ กลิ่นอายของความตายที่คละคลุ้งออกมาจากกลุ่มหมอกนั้น มันเป็นกลิ่นที่สายลมไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน แต่กลับคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"นี่มัน..." สายลมแทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ทัน
จู่ๆ ร่างเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากกลุ่มหมอกนั้น มันเป็นร่างที่ผอมสูง ผิวหนังซีดขาว ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังคุ เขาสวมชุดคลุมสีดำทะมึนที่ดูราวกับถูกถักทอขึ้นจากเงามืด
"อัศวินแห่งอาร์คาเดีย..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากร่างเงา "เจ้ามาขวางทางข้า"
สายลมตั้งท่าเตรียมพร้อม เขาจับด้ามดาบวายุภัคไว้แน่น "เจ้าเป็นใคร! และมาทำอะไรที่นี่!"
"ข้าคือผู้ส่งสารแห่งรัตติกาล" ร่างเงากล่าว "และข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไป"
"เจ้าหมายถึงอะไร!" สายลมถามด้วยความสงสัย
"อาณาจักรนี้เคยเป็นของพวกเรามาก่อน" ร่างเงากล่าวพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ก่อนที่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอของเจ้าจะเข้ามาครอบครอง"
ทันใดนั้นเอง ร่างเงาก็พุ่งเข้าใส่สายลมด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ สายลมเบิกตากว้าง เขาพยายามตั้งดาบรับ แต่ร่างเงาตรงหน้ากลับเร็วกว่านั้นมาก
"วูมมม!"
สายลมรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ต้นแขน เขาถูกผลักกระเด็นไปข้างหลังหลายเมตร ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
"นี่มันพลังอะไรกัน!" สายลมอุทานด้วยความตกใจ
"เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป" ร่างเงากล่าว "แต่ไม่เป็นไร ข้าจะมอบบทเรียนให้เจ้าเอง"
กลุ่มหมอกสีดำเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย สายลมพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับปวดระบมไปหมด เขาเงยหน้ามองร่างเงาที่กำลังลอยเข้ามาใกล้
"ข้าจะไม่ยอมแพ้!" สายลมตะโกนก้อง เขาเงื้อดาบวายุภัคขึ้นสุดแขน
"ฟู่!!!!"
สายลมเรียกใช้พลังแห่งวายุภัค ลมรอบตัวเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุหมุนขนาดย่อม พุ่งเข้าปะทะกับร่างเงา
"อั่ก!"
ร่างเงาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกกระแสลมอันแหลมคมกรีดแทง แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
"เจ้าทำได้ดี..." ร่างเงากล่าวพลางยิ้มเยาะ "แต่มันยังไม่พอ"
ร่างเงายื่นมือที่ซีดขาวออกมา มือของเขากลายเป็นเงาดำทะมึนที่ยื่นยาวออกไปหลายเมตร พุ่งเข้าคว้าคอดาบวายุภัคของสายลม
"นี่มันอะไรกัน!" สายลมตกใจ เขาพยายามดึงดาบกลับ แต่กลับไม่ขยับเลย ราวกับว่ามันถูกตรึงไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น
"เจ้าคิดว่าแค่พลังลมจะเอาชนะข้าได้งั้นรึ" ร่างเงากล่าว "พวกเจ้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพลังที่แท้จริงนั้นคืออะไร"
"ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น!"
ร่างเงาออกแรงดึงดาบวายุภัคของสายลม ทำให้สายลมเสียหลักเซถลาไปข้างหน้า
"ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา!"
เสียงดาบวายุภัคถูกดึงออกจากมือสายลมดังลั่น สายลมเสียการทรงตัว ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า
"เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" สายลมตะโกน
"ข้าไม่ใช่ปีศาจ..." ร่างเงากล่าวพลางหัวเราะ "ข้าคือผู้ที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในดินแดนนี้ ก่อนที่พวกเจ้าจะมาทำลายทุกสิ่ง"
ร่างเงากระชากดาบวายุภัคเข้ามาหาตัว พลางใช้มืออีกข้างที่กลายเป็นเงาดำทะมึนพุ่งเข้าใส่สายลม
"อั่ก!"
สายลมถูกกระแทกเข้าที่หน้าท้องอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เขาจุกจนแทบจะสำลักลมหายใจ
"นี่คือบทเรียนแรกของเจ้า อัศวินแห่งอาร์คาเดีย" ร่างเงากล่าว "จงจำไว้ว่า พลังที่แท้จริงนั้นมีอยู่มากมาย และเจ้ายังห่างไกลจากมันนัก"
ร่างเงาหันหลังให้สายลมที่นอนแผ่อยู่บนพื้น แล้วค่อยๆ เดินหายเข้าไปในกลุ่มหมอกสีดำ ทิ้งไว้เพียงความมืดมิด และความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากไปทั่วร่างของสายลม
"ข้า... ข้าจะต้องกลับมาแข็งแกร่งกว่านี้" สายลมพึมพำอย่างแผ่วเบา "ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำลายอาณาจักรของข้าเด็ดขาด!"
พายุหมุนที่เคยปั่นป่วนรอบกายเขาได้สงบลงไปแล้ว เหลือเพียงสายลมที่พัดผ่านป่าอย่างเงียบเชียบ ราวกับจะเย้ยหยันความพ่ายแพ้ของอัศวินหนุ่ม
5,927 ตัวอักษร