เสียงเพรียกจากอัศวินผู้ถูกลืม

ตอนที่ 28 / 43

ตอนที่ 28 — แผ่นดินสีทองและการเยียวยาที่เริ่มขึ้น

เบื้องหน้าพวกเขาคือผืนดินที่เคยแห้งแล้งและเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน บัดนี้กลับกลายเป็นทุ่งหญ้าสีทองอร่ามที่พลิ้วไหวตามสายลม แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบยอดหญ้า ทำให้ดูราวกับทองคำมีชีวิตชีวา ดอกไม้ป่านานาชนิดผลิบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่งแต้มสีสันให้ทิวทัศน์ที่เคยหดหู่ กลับกลายเป็นภาพแห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ ลำธารสายเล็กๆ ที่เคยแห้งเหือด บัดนี้มีน้ำใสไหลเอื่อย ส่งเสียงใสขับกล่อมราวบทเพลงแห่งธรรมชาติ ก้องยืนนิ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่กับดินแดนแห่งนี้ แต่รวมถึงภายในใจของเขาเองด้วย ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินจิตใจมาตลอด บัดนี้เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงกระซิบของเหล่าอัศวินผู้ถูกลืมได้จางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่เต็มไปด้วยความสงบ ลิร่าเดินมาหยุดยืนเคียงข้างก้อง ดวงตาของนางเป็นประกายเมื่อมองดูความงามที่ปรากฏเบื้องหน้า "นี่เป็นภาพที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ก้อง" ก้องพยักหน้าช้าๆ "ข้าไม่เคยคิดว่าดินแดนที่เคยถูกสาปจะกลับมามีชีวิตได้ถึงเพียงนี้" "มันเป็นเพราะท่านค่ะ" ลิร่ากล่าวเสียงนุ่ม "ท่านได้ปลดปล่อยพันธนาการที่ผูกมัดเหล่าดวงวิญญาณเหล่านั้น ปลดปล่อยความมืดที่เกาะกินที่นี่" "ข้าเพียงทำในสิ่งที่ต้องทำ" ก้องตอบ เขาก้มมองมือของตัวเอง สัมผัสถึงพลังที่สงบลงแล้ว "กฎเหล็กของเหล่าอัศวินผู้ถูกลืมสอนให้ข้าเข้าใจถึงความสมดุล ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการเยียวยา" "ท่านทำได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ" ลิร่ายิ้มให้เขา "ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องเดินทางต่อแล้ว เราควรจะกลับไปยังอาณาจักร เพื่อแจ้งข่าวดีนี้" ก้องครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก่อนที่เราจะกลับ เราควรจะสำรวจบริเวณนี้ให้แน่ใจเสียก่อน บางทีอาจยังมีสิ่งใดหลงเหลือจากอดีตอันมืดมิดอยู่" "ท่านกังวลเรื่องอะไรคะ" ลิร่าถาม "ความทรงจำของข้า...มันยังไม่สมบูรณ์นัก" ก้องยอมรับ "ข้ารู้สึกว่ายังมีบางส่วนที่ถูกปิดกั้นไว้ ข้ากลัวว่าปีศาจร้ายตนนั้นอาจจะทิ้งร่องรอยบางอย่างเอาไว้" ลิร่ากุมมือของเขาไว้เบาๆ "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะเผชิญหน้าไปด้วยกันค่ะ" ก้องมองเข้าไปในดวงตาของลิร่า ความอบอุ่นแผ่ซ่านในใจ "ข้าโชคดีเหลือเกินที่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง" พวกเขาเริ่มเดินสำรวจไปตามทุ่งหญ้าสีทอง กลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดลอยมาตามลม เสียงแมลงร้องระงมเป็นบทเพลงแห่งชีวิตใหม่ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสงบ แต่ก้องยังคงตั้งสติระวังภัยอยู่ตลอดเวลา เขาสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างที่ถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณอันเขียวชอุ่ม มันคือซากปรักหักพังของอาคารเก่าแก่ที่ดูเหมือนจะเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญ "ที่นี่...ข้าเคยมา" ก้องพึมพำ ราวกับความทรงจำบางส่วนกำลังจะผุดขึ้นมา "มันคือหอคอยแห่งการสังเกตการณ์" "หอคอยแห่งการสังเกตการณ์?" ลิร่าทวนคำ "ใช่" ก้องอธิบาย "มันถูกใช้ในการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของอาณาจักรต่างๆ และใช้ในการทำนายโชคชะตาของดวงดาว" พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ซากปรักหักพังนั้นมากขึ้น หินที่เคยเรียงตัวกันอย่างมั่นคง บัดนี้แตกหักและผุกร่อนไปตามกาลเวลา แต่โครงสร้างบางส่วนยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้พอจะเห็นเค้าโครงเดิมได้ ก้องสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ยังคงค้างอยู่ ณ ที่แห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานด้านลบ แต่เป็นพลังงานที่เก่าแก่และลึกลับ "ดูนี่สิคะ" ลิร่าชี้ไปยังแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ตกอยู่บนพื้น แผ่นหินนั้นถูกสลักลวดลายที่ซับซ้อนและสวยงามไว้ เป็นรูปดวงดาวที่เรียงตัวกันเป็นกลุ่มและมีสัญลักษณ์บางอย่างที่ไม่คุ้นตา ก้องก้มลงไปพิจารณาลวดลายเหล่านั้น เขาเคยเห็นสัญลักษณ์เหล่านี้มาก่อน แต่มันเลือนรางมาก ราวกับความฝัน "สัญลักษณ์เหล่านี้...มันคือภาษาแห่งดวงดาว" "ภาษาแห่งดวงดาว?" ลิร่าถามอย่างสงสัย "ใช่" ก้องตอบ "มันเป็นภาษาโบราณที่ใช้สื่อสารกับพลังจักรวาล ใช้ในการทำนายและควบคุมชะตาชีวิต" เขายืดตัวขึ้น มองไปยังท้องฟ้าที่กระจ่างใส "บางที...ที่นี่อาจมีบางสิ่งที่ปีศาจตนนั้นไม่สามารถทำลายไปได้" ก้องเดินสำรวจรอบๆ หอคอยอย่างละเอียด เขาเดินเข้าไปในส่วนที่ยังคงหลงเหลือเป็นห้องโถงกว้าง เพดานส่วนใหญ่พังทลายลงมา เหลือเพียงช่องว่างที่ให้แสงแดดสาดส่องเข้ามา ก้องเดินไปหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงนั้น เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มาจากพื้น "มีบางอย่างอยู่ที่นี่" ก้องพูด เขาคุกเข่าลง สัมผัสกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ "มันซ่อนอยู่ใต้พื้นนี่เอง" ลิร่ารีบเข้ามาช่วยก้อง พวกเขาช่วยกันขยับหินที่ปิดทับพื้นอยู่ เผยให้เห็นแผ่นหินอีกแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ลึกลงไป แผ่นหินนั้นมีขนาดเล็กกว่าแผ่นที่อยู่ด้านนอก และถูกสลักลวดลายที่เหมือนกัน แต่มีความสมบูรณ์มากกว่า "มันคือ...กลไกบางอย่าง" ก้องกล่าวขณะที่เขากำลังสำรวจแผ่นหินนั้น "มันถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการสัมผัสที่ถูกต้อง" ก้องลองใช้นิ้วลากไปตามลวดลายต่างๆ บนแผ่นหินนั้น เขาพยายามนึกถึงความทรงจำที่เคยมีเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ สัญลักษณ์แห่งดวงดาวต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเขา ราวกับกำลังนำทางให้เขา ทันใดนั้น แผ่นหินก็เรืองแสงขึ้นมาเป็นสีฟ้าอ่อนๆ ลวดลายที่สลักไว้ส่องประกายราวกับดวงดาวที่กำลังเต้นระบำ เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นเบาๆ จากใต้พื้นหิน "ท่านทำสำเร็จแล้ว!" ลิร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น แผ่นหินค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องว่างใต้พื้น ที่มีบันไดหินทอดลงไปสู่ความมืดเบื้องล่าง บรรยากาศที่เย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากช่องนั้น "ดูเหมือนว่าเราจะได้พบกับความลับอีกอย่างแล้ว" ก้องพูด เขาหยิบผลึกแสงขึ้นมาส่องนำทาง "เจ้าพร้อมหรือไม่ ลิร่า?" "พร้อมเสมอค่ะ" ลิร่าตอบอย่างมั่นใจ ก้องก้าวลงบันไดไปก่อน ตามด้วยลิร่า พวกเขาเดินลงสู่ความมืดที่ค่อยๆ หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลงมาถึงด้านล่าง พวกเขาก็พบกับห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ผนังห้องเป็นหินสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงเอาไว้ ตรงกลางห้องมีแท่นบูชาหินตั้งอยู่ บนแท่นบูชามีวัตถุบางอย่างวางอยู่ มันคือคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง ที่มีปกหนังสีดำสนิทปั๊มตราสัญลักษณ์รูปดวงดาวสีเงิน "นี่มัน..." ก้องเอ่ยเสียงสั่นเครือ "นี่คือบันทึกของเหล่าผู้วิเศษ! บันทึกที่เคยสูญหายไปนานแสนนาน" "บันทึกของเหล่าผู้วิเศษ?" ลิร่าถาม พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง "แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ?" "ข้าคิดว่า...ที่นี่คือห้องสมุดลับของหอคอยแห่งการสังเกตการณ์" ก้องอธิบาย "มันถูกซ่อนไว้เพื่อปกป้องความรู้จากผู้ไม่ประสงค์ดี" ก้องเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างระมัดระวัง เขายกคัมภีร์เล่มนั้นขึ้นมาอย่างนุ่มนวล หนักอึ้งกว่าที่คิดไว้ แต่เมื่อสัมผัสกับคัมภีร์เล่มนี้ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์และทรงพลังแผ่ซ่านออกมา "ในบันทึกนี้...อาจมีคำตอบที่เรากำลังตามหาอยู่" ก้องกล่าว "คำตอบเกี่ยวกับอะไรคะ?" ลิร่าถาม "เกี่ยวกับ...อดีตที่แท้จริงของข้า" ก้องตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวัง "และอาจจะเป็นหนทางในการคืนความสงบสุขอย่างแท้จริงให้กับอาณาจักรของเรา" แสงจากผลึกของก้องสาดส่องไปบนหน้าปกคัมภีร์ สัญลักษณ์รูปดวงดาวสีเงินดูเหมือนจะเรืองรองขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับกำลังตอบรับการกลับมาของสิ่งที่ถูกลืมไปนานแสนนาน

5,617 ตัวอักษร