เสียงเพรียกจากอัศวินผู้ถูกลืม

ตอนที่ 31 / 43

ตอนที่ 31 — เสียงกระซิบจากหุบเหวอเวจี

"ร่องรอยของพลังเวทมนตร์ของนางเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ลิร่า" ก้องเอ่ยขึ้น สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ ป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ แสงตะวันแทบจะสาดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน บรรยากาศรอบกายเย็นเยียบราวกับถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ทั้งที่ในความเป็นจริง อุณหภูมิก็ไม่ได้ต่ำขนาดนั้น มันเป็นความรู้สึกเย็นเยียบที่มาจากภายใน เป็นความเย็นเยียบที่เกิดจากความดำมืดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของผืนป่าแห่งนี้ ลิร่าขยับแว่นตาที่สวมอยู่บนดวงตาข้างหนึ่งของนางพลางพยักหน้าเห็นด้วย "ข้ารู้สึกได้ถึงมันเช่นกัน ก้อง พลังของแม่มดแห่งเงา... มันช่างบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ราวกับมันกำลังกัดกินทุกสรรพสิ่งรอบตัวเรา" พวกเขาเดินต่อไปอย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังแผ่วเบาบนใบไม้แห้งที่ทับถมกันอยู่บนพื้นดิน ก้องกุมด้ามดาบไว้แน่น มือที่เคยสั่นคลอนเมื่อครั้งเผชิญหน้ากับปีศาจตนก่อนๆ บัดนี้กลับมั่นคงอย่างน่าประหลาด ราวกับความมุ่งมั่นที่จะยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้หล่อหลอมเขาให้แข็งแกร่งขึ้น "ท่านแน่ใจหรือว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย?" ลิร่าถาม เสียงของนางแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความกังวล ก้องหยุดเดิน หันมามองหน้านางด้วยแววตาที่ฉายประกายบางอย่างที่ยากจะตีความ "ข้าไม่รู้ ลิร่า แต่ข้าต้องทำ หากนางยังคงมีชีวิตอยู่ ความมืดมิดนี้ก็จะไม่มีวันสิ้นสุด และผู้บริสุทธิ์อีกมากมายจะต้องตกเป็นเหยื่อ" "แต่ท่านได้ปลดปล่อยพันธนาการแห่งปราการทมิฬแล้ว ได้ช่วยดินแดนอันไกลโพ้นให้กลับคืนสู่แสงสว่างแล้ว ท่านไม่คิดว่านั่นเพียงพอแล้วหรือ?" ลิร่ายังคงตั้งคำถาม "เพียงพอสำหรับใครบางคน แต่ไม่เพียงพอสำหรับข้า" ก้องตอบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่น "ข้าเคยเป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิดนั้น ลิร่า ข้าเคยทำให้ผู้คนต้องเจ็บปวด ข้าไม่สามารถปล่อยให้นางยังคงลอยนวลต่อไปได้ การกระทำของข้าในอดีต... ข้าต้องชดใช้ให้หมดสิ้น" "แต่ท่านได้ชดใช้ไปมากแล้วนะก้อง" ลิร่าเอ่ย "การเสียสละของท่าน การต่อสู้เพื่อผู้อื่น... สิ่งเหล่านั้นมันมีค่ามากขนาดไหน ท่านรู้ไหม?" "ข้ารู้... และข้าก็ขอบคุณในความเชื่อมั่นของเจ้า ลิร่า" ก้องยิ้มบางๆ "แต่ยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องสะสางให้เสร็จสิ้น ก่อนที่ข้าจะสามารถก้าวต่อไปได้อย่างแท้จริง" พวกเขาเดินกันต่อ ลึกเข้าไปในป่าทึบมากขึ้นเรื่อยๆ ความมืดมิดยิ่งหนาแน่นขึ้นจนแทบจะมองเห็นทาง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมานั้นดูราวกับแสงดาวที่ริบหรี่ในคืนเดือนดับ ทันใดนั้น ก้องก็หยุดชะงัก เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ลิร่าหยุดตาม "เกิดอะไรขึ้น?" ลิร่าถาม "ข้าได้ยิน... เสียง" ก้องเอ่ยเสียงเบา "เสียงอะไร?" "เสียง... เพรียกหา" ก้องตอบ พลางหลับตาลง พยายามจับเสียงที่แผ่วเบานั้นให้ชัดเจนขึ้น "เสียงของเหล่าอัศวิน... อัศวินผู้ถูกลืม" ลิร่าเบิกตากว้าง "ท่านหมายถึง... เหล่าผู้ที่เสียสละตัวเองในอดีต? ผู้ที่ถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะวีรบุรุษ แต่กลับถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา?" "ใช่" ก้องพยักหน้า "เสียงของพวกเขากำลังเรียกหาข้า... พวกเขากำลังขอความช่วยเหลือ" "แต่... จะช่วยได้อย่างไร? พวกเขาได้จากไปนานแล้ว" "บางที... พวกเขาอาจจะไม่ได้จากไปไหนเลย" ก้องพูด พลางลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความเข้าใจใหม่ "บางที... พลังของพวกเขายังคงอยู่ อาจจะถูกผนึกไว้ที่ไหนสักแห่ง รอคอยใครสักคนที่จะปลดปล่อยมันออกมา" "แล้ว... ท่านคิดว่าอยู่ที่ไหน?" ก้องหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ "ที่นั่น... ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่พลังของแม่มดแห่งเงา แต่มันก็ไม่ใช่พลังแห่งแสงสว่างเช่นกัน มันเป็นพลังที่... บริสุทธิ์ แต่กลับถูกบิดเบือน" "หุบเหวอเวจี" ลิร่าเอ่ยชื่อออกมาอย่างแผ่วเบา ก้องหันไปมองนาง "ท่านรู้จักที่นั่น?" "ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าจากตำราโบราณ" ลิร่าอธิบาย "หุบเหวอเวจี... เป็นสถานที่ที่ว่ากันว่าพลังงานแห่งความตายและความสิ้นหวังมารวมตัวกัน เป็นที่ที่เหล่าวิญญาณที่ไม่สงบสุขจะถูกดึงดูดไปรวมตัวกัน และว่ากันว่า... ที่นั่นคือที่ที่เหล่านักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่เสียชีวิตในสนามรบโดยไม่มีผู้ใดจดจำ จะถูกกักขังไว้" "นั่นแหละ!" ก้องอุทาน "ข้าสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกของพวกเขาจากที่นั่น! พวกเขากำลังถูกทรมาน ถูกบิดเบือนโดยพลังงานบางอย่าง!" "แต่... ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พลังของแม่มดแห่งเงาก็อาจจะอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน" ลิร่าแสดงความกังวล "แน่นอน" ก้องเห็นด้วย "ข้าเชื่อว่านางกำลังพยายามใช้พลังของเหล่าอัศวินที่ถูกลืมเหล่านั้น เพื่อเป้าหมายของนางเอง" "แล้วเราจะทำอย่างไร?" "เราจะเข้าไป" ก้องตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "เราจะเข้าไปช่วยเหลือเหล่าอัศวินที่ถูกลืม และเราจะเผชิญหน้ากับแม่มดแห่งเงาให้จบสิ้นไปเสียที" "แต่... สถานที่นั้นอันตรายอย่างยิ่งนะก้อง" "ข้ารู้" ก้องตอบ "แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผู้ที่เคยเป็นถึงอัศวิน ผู้ที่เคยอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่น" ก้องเริ่มเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว ลิร่ารีบเดินตามไปติดๆ "เดี๋ยวก่อน ก้อง! ท่านจะรีบร้อนไปไหน?" "ข้าต้องรีบ" ก้องตอบ "ทุกวินาทีที่ผ่านไป อาจหมายถึงความทรมานที่เพิ่มขึ้นสำหรับพวกเขา" พวกเขาเร่งฝีเท้า สองร่างของอัศวินและนักปราชญ์ค่อยๆ เลือนหายไปในป่าทึบที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เสียงกระซิบของเหล่าอัศวินผู้ถูกลืมดังแว่วมาตามลม ราวกับบทเพลงแห่งโศกนาฏกรรมที่ก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของก้อง เป็นเสียงเรียกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เป็นภาระหน้าที่ที่เขาต้องแบกรับไว้ ระหว่างทาง ก้องรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเอง พลังงานที่เคยสั่นคลอน ปั่นป่วนภายในตัวเขากลับค่อยๆ สงบลง ราวกับว่าการตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริงทั้งหมดนี้ ได้ชำระล้างจิตใจของเขาให้บริสุทธิ์ขึ้น "ข้า... ข้ารู้สึกได้" ก้องเอ่ยขึ้น "รู้สึกถึงอะไร?" ลิร่าถาม "ความสงบ" ก้องตอบ "ข้า... ข้าคิดว่าข้าพร้อมแล้ว" ลิร่ามองดูก้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น ก้อง" เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปลึกขึ้นอีก หมอกก็หนาแน่นขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย แสงสว่างจากภายนอกเลือนหายไปจนหมดสิ้น ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ที่นี่นั้นแตกต่างจากความมืดมิดในป่า มันเป็นความมืดมิดที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความอ้างว้าง และความสิ้นหวัง "ข้างหน้า... ข้าสัมผัสได้ถึงประตู" ก้องกระซิบ "ประตู?" ลิร่าถาม "ใช่ ประตูสู่หุบเหวอเวจี" ก้องตอบ พลางชี้ไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งมีเงารางๆ ของบางสิ่งบางอย่างตั้งตระหง่านอยู่ ท่ามกลางหมอกหนาทึบนั้น มันดูราวกับปากทางของถ้ำขนาดใหญ่ที่มืดมิด และจากปากทางนั้น เสียงแว่วๆ ดังออกมาเป็นเสียงคร่ำครวญที่น่าขนลุก "เราพร้อมแล้วใช่ไหม?" ก้องหันมาถามลิร่า ลิร่าพยักหน้าอย่างหนักแน่น "พร้อมเสมอ ก้อง" ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ประตูนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ราวกับมันกำลังดูดกลืนเอาความอบอุ่นทั้งหมดออกจากร่างกาย พวกเขาได้ยินเสียงเหล่านั้นชัดเจนขึ้น เป็นเสียงของเหล่าทหาร เสียงของเหล่าอัศวินที่ถูกลืม กำลังร้องเรียกหาความยุติธรรม กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์

5,656 ตัวอักษร