สมรภูมิแห่งอัศวินมายา

ตอนที่ 7 / 45

ตอนที่ 7 — การโจมตีที่ไม่คาดฝัน

แสงสีแดงส้มอ่อนๆ เริ่มแต้มขอบฟ้า สาดประกายผ่านม่านหมอกยามเช้าที่ปกคลุมสมรภูมิ ทิวายืนนิ่งอยู่บนกำแพงปราการแห่งพิทักษ์ ดวงตาจับจ้องไปยังค่ายศัตรูเบื้องหน้า ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเมื่อครู่ยิ่งชัดเจนขึ้นภายใต้แสงแรกของวัน มันไม่ใช่เพียงแค่การเตรียมพร้อม แต่เป็นการระดมพลครั้งใหญ่ที่บ่งบอกถึงเจตนาอันร้ายกาจที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ เขาเห็นภาพของเหล่านักรบเงาทมิฬที่กำลังรวมกลุ่มกันเป็นระเบียบ แต่มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม ปกติแล้วพวกมันจะเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับเงาที่ไร้ตัวตน แต่ครั้งนี้ พวกมันกลับดูหนักแน่น แข็งแกร่ง ราวกับว่าพวกมันได้หลอมรวมพลังบางอย่างเข้าไปในร่างของตนเอง "พวกมันกำลังจะบุก" เสียงแหบพร่าของอาร์เธอร์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทิวาหันไปมอง เขาเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของแม่ทัพหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล แขนข้างหนึ่งของอาร์เธอร์ถูกพันผ้าหนา แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าเห็นความผิดปกตินั่นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คิดว่าพวกมันจะซุ่มโจมตีในเวลากลางคืนเสียอีก" ทิวาพยักหน้า "การโจมตีในยามรุ่งอรุณเช่นนี้เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ พวกมันต้องการใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เราอ่อนล้าจากการเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน" เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ค่ายของตนเอง "ทหารของเราพร้อมหรือยัง?" "พร้อมเสมอ" อาร์เธอร์ตอบเสียงหนักแน่น "แม้จะเหนื่อยล้า แต่ทุกคนก็ยังยืนหยัด พวกเขารู้ว่ากำลังปกป้องอะไรอยู่" เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นกึกก้องไปทั่วปราการ เสียงแตรศึกที่ดังแหลมราวกับจะแหวกอากาศ ส่งสัญญาณให้ทหารทุกนายเตรียมพร้อม เสียงฝีเท้าที่ดังกระหึ่มเริ่มดังมาจากแนวรบเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารธรรมดา แต่เป็นเสียงที่หนักหน่วง ย่ำลงบนพื้นดินราวกับพื้นดินกำลังสั่นสะเทือน ทิวามองเห็นเงาตะคุ่มๆ ที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างประหลาดๆ ท่ามกลางม่านหมอกที่กำลังจางหายไป พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าทหารปกติหลายเท่า และดูเหมือนจะเปล่งประกายสีดำสนิทออกมาจากภายใน "พวกมันใช้... อสูรกายเงา" อาร์เธอร์อุทานด้วยความตกใจ "ไม่เคยมีรายงานว่าพวกมันมีอสูรกายแบบนี้มาก่อน" ทิวารู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา มันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่เป็นความตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะเผชิญ "ภาพลวงตาของข้าอาจจะไม่ได้ผลกับพวกมันโดยตรง" เขากล่าว "พลังของอสูรกายเงาพวกนี้แข็งแกร่งเกินไป" "แล้วเราจะทำอย่างไร?" ทหารยามคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทิวาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามรวบรวมสมาธิ เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับอสูรกายเหล่านี้ได้โดยตรง แต่เขามีสิ่งที่พวกมันไม่มี นั่นคือ "สมอง" และ "มายา" "เราจะทำให้พวกมันสับสน" เขาตอบ "เราจะสร้างความกลัวให้พวกมันเอง" "ท่านหมายถึงอะไร?" อาร์เธอร์ถาม "ข้าจะสร้างภาพลวงตาขนาดใหญ่" ทิวาอธิบาย "ภาพลวงตาที่จะบดบังการมองเห็นของพวกมัน ทำให้พวกมันเห็นในสิ่งที่พวกมันกลัวที่สุด" "แต่มันจะพอเหรอ?" อาร์เธอร์ถามด้วยความกังวล "พวกมันมีจำนวนมาก และแข็งแกร่ง" "มันอาจจะไม่พอที่จะหยุดยั้งพวกมันได้ทั้งหมด" ทิวายอมรับ "แต่เราต้องลอง มันจะซื้อเวลาให้ทหารของเราตั้งรับ และหาจุดอ่อนของพวกมัน" ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบที่เหลืออยู่ อสูรกายเงาตัวแรกพุ่งทะยานออกมาจากแนวหมอก มันมีรูปร่างคล้ายก้อนหินขนาดมหึมาที่บิดเบี้ยว เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำที่สะท้อนแสงสลัวๆ ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดที่แท้จริง "เตรียมตัว!" อาร์เธอร์ตะโกนสั่ง พลางชักดาบออกมาจากฝัก ด้ามดาบของเขาถูกพันด้วยผ้าสีแดงสด สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของกองทัพแห่งอาณาจักร ทิวายกมือขึ้น เขาเริ่มร่ายเวทมนตร์ การเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่นุ่มนวลปรากฏขึ้นรอบๆ ฝ่ามือของเขา แสงนั้นค่อยๆ ขยายตัวออกไป กลายเป็นกลุ่มหมอกสีฟ้าเรืองรองที่ล่องลอยไปตามลม หมอกนั้นไม่ได้หนาทึบเหมือนหมอกยามเช้า แต่มันมีประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวเล็กๆ นับพันรวมตัวกันอยู่ภายใน "จงจงใจจงใจ!" ทิวาพึมพำ เขาเพ่งสมาธิไปที่อสูรกายเงาที่กำลังพุ่งเข้ามา "จงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากลัวที่สุด!" ภาพลวงตาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตาธรรมดาที่บิดเบือนรูปร่าง แต่เป็นการฉายภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของอสูรกายเหล่านั้น ทิวาสัมผัสได้ถึงพลังงานด้านลบที่แผ่ออกมาจากพวกมัน และเขาใช้มันเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างภาพลวงตา อสูรกายเงาตัวแรกที่พุ่งเข้ามา ชะงักกึกกลางอากาศ ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะท้าน ดวงตาที่ไม่มีรูปทรงชัดเจนของมันเบิกกว้าง ราวกับกำลังเห็นภาพบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด มันคำรามโหยหวน ไม่ใช่เสียงคำรามแห่งการโจมตี แต่เป็นเสียงคำรามแห่งความหวาดกลัว "มันได้ผล!" อาร์เธอร์อุทานด้วยความยินดี แต่แล้ว ภาพที่ปรากฏขึ้นก็ยิ่งน่ากลัวยิ่งขึ้น อสูรกายเงาจำนวนมากเริ่มปรากฏตัวออกมาจากแนวหมอก พวกมันไม่ได้วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเหมือนก่อน แต่บางตัวเริ่มลังเล บางตัวเริ่มถอยหลัง บางตัวก็หมอบลงกับพื้น ราวกับกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างคุกคาม "ท่านสร้างภาพลวงตาของอะไรกันแน่?" อาร์เธอร์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "ข้าทำให้พวกมันเห็น... ความว่างเปล่า" ทิวาตอบ "ความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ความว่างเปล่าที่พวกมันมาจาก และที่พวกมันจะต้องกลับไป" ภาพลวงตาที่ทิวาสร้างขึ้นไม่ใช่ภาพของปีศาจร้าย หรือสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว แต่เป็นภาพของความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปทรง ไร้เสียง ไร้ความรู้สึก มันคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากเงามืด การเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดคือสิ่งที่พวกมันไม่สามารถทนรับได้ อสูรกายเงาตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้แนวปราการมากที่สุด เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างกายของมันเริ่มยุบตัวลง ราวกับกำลังถูกดูดเข้าไปในหลุมดำที่มองไม่เห็น มันกรีดร้องด้วยเสียงที่ฟังดูเหมือนการสลายตัว ก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย "เยี่ยมมากทิวา!" อาร์เธอร์ตะโกน "พวกมันกำลังเสียขวัญ! ทหารทุกหน่วย! โจมตี!" เสียงโห่ร้องกึกก้องดังขึ้นจากภายในปราการ ทหารกล้าหาญจำนวนมากพากันวิ่งออกมาจากประตู วิ่งเข้าไปสู่สมรภูมิที่กำลังจะปะทุ อาวุธของพวกเขาเปล่งประกายภายใต้แสงอรุณที่เริ่มสว่างจ้า ธนูถูกยิงออกไป ลูกธนูพุ่งตรงไปยังกลุ่มอสูรกายเงาที่กำลังสับสน ดาบและหอกถูกชักออกมา ทหารบางส่วนที่ใช้เวทมนตร์แสงก็เริ่มร่ายคาถา สร้างคลื่นพลังงานสีขาวที่สาดส่องเข้าใส่พวกมัน แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ท่ามกลางฝูงอสูรกายเงาที่กำลังแตกตื่น มีเงาดำอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น พวกมันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนอสูรกายเงา แต่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ เพียงแต่ร่างกายของพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำสนิทราวกับเงาที่แข็งตัว ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังคุโชน พวกมันไม่ได้มีอสูรกายเงาตัวใหญ่ แต่ละตัวมีขนาดเท่ากับทหารปกติ แต่ดูอันตรายยิ่งกว่า "พวกนั้นคือใคร?" อาร์เธอร์ถามด้วยความประหลาดใจ "นักรบเงามรณะ" ทิวาตอบอย่างเย็นชา "ข้าเคยเห็นบันทึกเกี่ยวกับพวกมัน พวกมันคือผู้ที่หลอมรวมจิตวิญญาณของตนเองเข้ากับพลังแห่งเงา พวกมันแข็งแกร่ง และน่ากลัวยิ่งกว่าอสูรกายเงาเสียอีก" นักรบเงามรณะเหล่านั้นไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อภาพลวงตาของทิวาแต่อย่างใด พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดาบสีดำสนิทในมือของพวกมันสาดประกายวูบวาบขณะที่ฟาดฟันเข้าใส่ทหารของอาณาจักร พวกมันโจมตีอย่างโหดเหี้ยม ไม่มีความลังเล หรือความลังเลใดๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกมัน "แผนของข้า... ใช้ไม่ได้ผลกับพวกมัน" ทิวาพูดเสียงแผ่วเบา เขาเห็นทหารของตนเองล้มลงทีละคน ทีละคนภายใต้การโจมตีของนักรบเงามรณะ ร่างกายของพวกเขาถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ราวกับถูกกรงเล็บของสัตว์ร้าย "อย่าเพิ่งหมดหวังทิวา!" อาร์เธอร์ตะโกน เขากระโดดลงจากกำแพง ปลายดาบของเขาสะท้อนแสงอรุณ "เรายังมีเวลา! เราต้องหาทางรับมือกับพวกมัน!" ทิวาพยักหน้าอย่างหนักแน่น เขารู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ เขารู้ว่าเขามีหน้าที่ต้องปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ภาพลวงตาของเขาอาจจะไม่ได้ผลกับนักรบเงามรณะ แต่เขาจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา เขาจะใช้ปัญญา และพลังของเขาเพื่อพลิกสถานการณ์นี้ให้ได้

6,663 ตัวอักษร