ตอนที่ 17 — ย่าพาไปพบผู้รู้
หลังจากที่ย่าของชาได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคำสาปที่ริมบึงให้ชาฟังแล้ว ชาก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลีย แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความเป็นห่วงเมย์ก็ทำให้เขามีแรงขึ้น “ย่าครับ ผมอยากไปดูแผนที่เก่าที่ย่าบอก” ชาพูด “แผนที่เก่า? ชาจำได้ด้วยเหรอ” ย่าถามด้วยความประหลาดใจ “จำได้ครับ มันเป็นแผนที่ที่ย่าเคยให้ผมดูตอนเด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องเล่าของริมบึงนี่ใช่ไหมครับ” ชาถาม “ใช่แล้วลูก มันเป็นแผนที่เก่ามากที่ตกทอดกันมาในตระกูลย่า” ย่าตอบ “ผมอยากเห็นครับย่า บางทีมันอาจจะมีอะไรที่ช่วยเราได้” ชาคะยั้นคะยอ “ก็ได้ๆ แต่ชาต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้ก่อนนะ” ย่าบอก “ผมไม่เป็นไรแล้วครับย่า” ชาประท้วง “ไม่ได้นะลูก หมอสั่งให้พักผ่อนเต็มที่” ย่าพูดอย่างเด็ดขาด ชาเห็นว่าการเถียงย่าคงไม่ได้ผล เขาจึงยอมนอนพักผ่อนต่อตามที่ย่าบอก แต่ใจก็ยังคงคิดถึงเรื่องแผนที่และเรื่องราวของวิญญาณร้ายที่ย่าเล่า “ชา… ชา… ตื่นได้แล้วลูก” เสียงย่าปลุกให้ชาตื่นจากภวังค์ “ย่า… ผมหลับไปนานแค่ไหนแล้วครับ” ชาถาม “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกลูก แต่ย่าว่าถึงเวลาที่เราจะไปหาผู้รู้เรื่องแล้วนะ” ย่าบอก “ผู้รู้เรื่อง? ใครครับ” ชาถาม “ก็คุณตาบุญไงลูก เขาเป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้เรื่องราวเก่าแก่ต่างๆ และอาจจะรู้วิธีจัดการกับเรื่องนี้ได้” ย่าตอบ “แล้ว… ย่าจะให้ผมไปด้วยไหมครับ” ชาถามอย่างมีความหวัง “แน่นอนสิลูก แต่ต้องเดินช้าๆ นะ” ย่าตอบ ชาดีใจมาก เขาพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้ร่างกายของเขาก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “ค่อยๆ นะลูก” ย่าประคองแขนชา “ผมไหวครับย่า” ชาตอบยิ้มๆ ทั้งสองคนค่อยๆ เดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านของคุณตาบุญที่อยู่ไม่ไกลนัก บ้านของคุณตาบุญเป็นบ้านไม้เก่าแก่ ตั้งอยู่ริมทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบ คุณตาบุญเป็นชายชราผอมสูง ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลา ดวงตาฉายแววเฉลียวฉลาด “ตาบุญ… ข้ามีเรื่องจะมาขอคำปรึกษาหน่อย” ย่าของชาทักทาย “เชิญเลยยาย มานั่งก่อนสิ” ตาบุญเชื้อเชิญ “เรื่องมันยาวหน่อยนะตา” ย่าเริ่มเล่าเรื่องราวของชาและเพื่อนๆ ที่ไปสุสานร้างริมบึง และการหายตัวไปของเมย์ “อ้อ… เรื่องที่ริมบึงนั่นเอง” ตาบุญพยักหน้า “เรื่องนี้ข้าพอจะทราบอยู่บ้าง” “แล้ว… มันคืออะไรกันแน่ตา” ย่าถาม “มันคือคำสาปของหญิงสาวที่ตายอย่างอนาถนั่นแหละยาย” ตาบุญอธิบาย “เธอถูกสามีทำร้ายจนเสียชีวิตในบึงแห่งนั้น ด้วยความแค้นที่ฝังใจ เธอจึงกลายเป็นวิญญาณพยาบาท สิงสู่อยู่ในบึงนั้น” “แล้ว… แล้วเมย์ล่ะตา จะเป็นอะไรไป” ชารีบถาม “นั่นแหละที่ข้ากำลังจะบอก” ตาบุญหันมามองชา “ถ้าเมย์ถูกพรากไปโดยวิญญาณตนนั้น ก็แสดงว่าเธอได้ปลุกความแค้นของนางขึ้นมา” “แล้วเราจะช่วยเมย์ได้ไหมครับ” ชาถามเสียงสั่น “เรื่องนี้ไม่ง่ายนักนะหลาน” ตาบุญตอบ “วิญญาณตนนั้นแข็งแกร่งมาก เพราะมีความแค้นเป็นพลัง” “แต่… ต้องมีวิธีสิครับ” ชาคะยั้นคะยอ “วิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้ก็มีอยู่ แต่ต้องอาศัยของบางอย่าง” ตาบุญพูด “ของอะไรครับ” ย่าถาม “ก็คือแผนที่เก่าที่ยายบอกนั่นแหละ” ตาบุญตอบ “แผนที่นั่นมีพลังบางอย่างที่สามารถสะกดวิญญาณร้ายได้” “แต่… แผนที่นั้นอยู่ที่ไหนล่ะตา” ย่าถาม “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันยาย แต่ถ้าจำไม่ผิด มันน่าจะถูกเก็บซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้านของยาย” ตาบุญตอบ “ในบ้านของข้า? อยู่ที่ไหนกัน” ย่าทวนคำ “ข้าจำได้รางๆ ว่ามันถูกซ่อนไว้ในหีบไม้ใบเก่า ที่อยู่ใต้พื้นห้องใต้ดิน” ตาบุญบอก “ห้องใต้ดิน… มีหีบไม้อยู่ใต้พื้นจริงๆ ด้วย” ย่าอุทาน “ถ้าอย่างนั้น… เราต้องรีบไปค้นหากันแล้ว” ชาพูด “ใจเย็นๆ ก่อนหลาน” ตาบุญบอก “การจะเอาแผนที่ออกมานั้น ต้องทำพิธีบางอย่างก่อน ไม่อย่างนั้นวิญญาณร้ายอาจจะรู้ตัว และจะยิ่งทำให้เรื่องมันแย่ลงไปอีก” “แล้วต้องทำพิธีอะไรครับ” ชาถาม “พิธีบูชายัญเล็กๆ เพื่อขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน” ตาบุญตอบ “ย่า… ผมอยากไปช่วยหาแผนที่ครับ” ชาบอก “ไม่ไหวหรอกลูก ร่างกายนายยังไม่พร้อม” ย่าปฏิเสธ “แต่ผมอยากช่วยเมย์นะครับ” ชาคะยั้นคะยอ “ตาบุญ… ให้เด็กหนุ่มไปด้วยเถอะ” ย่าขอร้อง “ก็ได้ แต่ต้องระวังตัวนะ” ตาบุญยอม “เอาล่ะ… ข้าจะเตรียมของสำหรับพิธี แล้วเราค่อยไปที่บ้านยายกัน” ตาบุญบอก ชารู้สึกมีความหวังมากขึ้น เขามั่นใจว่าแผนที่เก่าจะต้องเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเมย์ได้
3,365 ตัวอักษร