ตอนที่ 25 — รอยแผลเป็นที่ถูกลืม
ย่าบุญล้อมพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของนางมองลึกลงไปในดวงตาของชา ราวกับจะอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น "ดีมากหลานรัก การเตรียมใจคือสิ่งสำคัญที่สุด ในสถานการณ์แบบนี้ ความกลัวมักจะนำพาความผิดพลาดมาสู่เราเสมอ"
"ผมเข้าใจครับย่า" ชาตอบรับ น้ำเสียงหนักแน่น แม้ภายในใจจะยังมีความสั่นคลอนอยู่บ้าง "แต่ผมยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเงาปรางทองถึงยอมปล่อยผมออกมาได้เมื่อคืน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น… มันดูเหมือนจะมุ่งร้ายกับผมมาก"
ย่าบุญล้อมเดินไปหยิบห่อผ้าเก่าๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง "บางที… วิญญาณก็มีเหตุผลของมันเองนะหลาน" นางค่อยๆ แกะห่อผ้านั้นออก เผยให้เห็นวัตถุโบราณหลายชิ้น บางชิ้นเป็นเครื่องราง บางชิ้นเป็นเครื่องประดับโบราณที่ดูมีอายุขัยยาวนาน "สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง มันอาจจะกำลังบอกเราถึงสิ่งที่มันต้องการ หรืออาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะสามารถเข้าไปใกล้ความจริงได้มากขึ้น"
ชาเดินเข้าไปใกล้ มองดูสิ่งของเหล่านั้นอย่างพิจารณา "ย่าครับ… วัตถุเหล่านี้… มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของวิญญาณปรางทองใช่ไหมครับ"
"ใช่" ย่าบุญล้อมตอบ "พวกมันคือเครื่องรางที่ใช้ป้องกันภัย และเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับดวงวิญญาณ เครื่องรางบางชิ้นมีพลังในการสะท้อน หรือแม้แต่ผลักไสพลังงานด้านลบได้ บางชิ้นก็เป็นเหมือนกุญแจที่จะไขเข้าไปสู่ความทรงจำที่ถูกซ่อนเร้น" นางหยิบสร้อยคอเส้นหนึ่งขึ้นมาเป็นสร้อยเงินเก่าแก่ มีจี้รูปดอกบัวสีดำแกะสลักอย่างประณีต "นี่คือสร้อยของปรางทองสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่ มันเคยมีความผูกพันกับเธอมาก"
"แล้ว… มันจะช่วยอะไรพวกเราได้บ้างครับ" ชาถามด้วยความหวัง
"มันจะช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมเธอถึงอาฆาตแค้นถึงเพียงนี้" ย่าบุญล้อมอธิบาย "และความแค้นนั้น… มันผูกติดกับอะไรกันแน่" นางมองไปที่ชาด้วยสายตาที่จริงจัง "เมื่อคืน… เจ้าเห็นอะไรในตัวปรางทองบ้าง"
ชาครุ่นคิดถึงภาพเมื่อคืน ความรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด "ผม… ผมเห็นความเศร้าครับย่า เห็นความเจ็บปวด เห็นความเสียใจ… แต่ก็มีบางอย่างที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ความเศร้าธรรมดา มันเหมือนมีความผิดหวังที่ฝังลึกอยู่ข้างใน"
"ความผิดหวัง… ใช่แล้ว" ย่าบุญล้อมพยักหน้าเนิบๆ "ความผิดหวังที่ทำให้เธอไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ ความผิดหวังที่กัดกินจิตใจจนกลายเป็นความอาฆาต" นางวางสร้อยคอลงบนฝ่ามือของชา "ลองจับมันดูสิหลาน จับมันแล้วนึกถึงปรางทอง นึกถึงเรื่องราวของเธอ แล้วเจ้าอาจจะได้รับรู้ในสิ่งที่เจ้าไม่เคยรู้มาก่อน"
ชาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสกับสร้อยคอเย็นเฉียบ เมื่อนิ้วของเขาสัมผัสกับจี้รูปดอกบัวสีดำ ไอเย็นยะเยือกก็แล่นปราดเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที ภาพในหัวของเขาเริ่มพร่ามัว ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้ง ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามฉุดกระชากเขาให้จมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความมืด
"ย่า… ผม… รู้สึกไม่ดีเลยครับ" ชาพึมพำ เสียงสั่นเครือ
"อดทนไว้นะหลาน" ย่าบุญล้อมเสียงเข้ม "นี่คือการเริ่มต้นของการรับรู้ เจ้าต้องผ่านมันไปให้ได้"
ภาพในหัวของชาเริ่มชัดเจนขึ้น เขาเห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้างดงามราวกับภาพวาด สวมชุดที่ดูเก่าแก่ เธอคนนั้นคือปรางทอง แต่ในภาพนี้ เธอไม่ได้ดูเศร้าหมองหรือหวาดกลัว เธอมีรอยยิ้มที่ดูสดใส แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวลบางอย่าง
"เธอ… เธอกำลังคุยกับใครบางคน" ชาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว "เสียง… เสียงที่เธอคุยด้วย… ฟังดู… คุ้นๆ"
"ใครกัน" ย่าบุญล้อมถามเสียงกระซิบ
"ผม… ผมไม่แน่ใจครับ" ชาตอบ "แต่เหมือนจะเป็นผู้ชาย… เสียงดูอ่อนโยน… แต่ก็แฝงไปด้วยความ… ยโส"
ภาพหมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ชาเห็นปรางทองกำลังเดินเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง ห้องนั้นดูหรูหราโอ่อ่า เต็มไปด้วยข้าวของมีค่า แสงไฟสีส้มสลัวๆ ส่องให้เห็นเงาของชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ ชายคนนั้นหันหน้ามาหาปรางทอง ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความพึงพอใจ "เจ้ามาแล้วหรือที่รัก"
"ที่รัก…" ชาอุทานออกมาเบาๆ "เขาเรียกปรางทองว่าที่รักอย่างนั้นหรือครับ"
"แล้วเจ้าเห็นอะไรอีก" ย่าบุญล้อมเร่งถาม
"เขา… เขามอบถุงผ้าใบหนึ่งให้ปรางทอง" ชาพูดต่อ "ข้างใน… เป็นเงินจำนวนมาก… แล้วเขาก็บอกว่า… "นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการ… เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป"
"เงิน… เพื่ออะไร" ย่าบุญล้อมถามอย่างสงสัย
"ผม… ผมไม่รู้ครับ" ชาเริ่มรู้สึกมึนงงมากขึ้น "แต่ปรางทอง… เธอไม่ได้ดูดีใจเลยครับ… เธอ… เธอดูเหมือน… ถูกบังคับ… แล้วเธอก็พูดว่า… "ท่านจะให้ข้าทำเรื่องที่ข้าไม่อยากทำอีกแล้วใช่ไหม"
"เรื่องที่ไม่อยากทำ…" ย่าบุญล้อมทวนคำ ใบหน้าของนางเริ่มเคร่งเครียดขึ้น "อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้น"
"ชายคนนั้น… เขายิ้ม… แล้วก็พูดว่า… "เจ้าไม่มีทางเลือก ปรางทอง… เจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่ง… เพื่อครอบครัวของเจ้า…" " ชาเอ่ยคำพูดนั้นออกมา เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ "ผม… ผมรู้สึกได้ถึงความกลัวของปรางทอง… เธอ… เธอดูหมดหนทาง… แล้วภาพก็… ภาพก็ตัดไป"
ชาสะดุ้งเฮือก หายใจหอบแรง สร้อยคอหลุดจากมือของเขากระทบพื้นไม้เสียงดัง "ย่าครับ… ผม… ผมเห็น… ผมเห็นบางอย่างที่น่ากลัวมาก"
ย่าบุญล้อมรีบเข้าไปประคองเขา "ใจเย็นๆ หลาน พักก่อน" นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผากของชา "สิ่งที่เจ้าเห็น… คือส่วนหนึ่งของความจริงแล้วล่ะ"
"แต่… แต่ใครคือผู้ชายคนนั้นครับ" ชาถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน "แล้วทำไมเขาถึงพูดว่าครอบครัวของปรางทอง… มันเกี่ยวอะไรกันครับ"
"ผู้ชายคนนั้น… น่าจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด" ย่าบุญล้อมกล่าว "ส่วนเรื่องครอบครัว… เป็นสิ่งที่ปรางทองหวงแหนที่สุด เธออาจจะถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการเพื่อแลกกับความปลอดภัยของครอบครัว"
"แล้ว… สิ่งที่เธอถูกบังคับให้ทำ… มันคืออะไรครับ" ชาถามต่อ ความสงสัยและความสยดสยองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
"บางที… สิ่งนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องกลายเป็น… "ผ้าห่อศพ" อย่างที่เล่าขานกันมา" ย่าบุญล้อมตอบเสียงเบา "และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่สามารถไปสู่ภพภูมิที่ดีได้"
ชาตัวสั่นสะท้าน เขาคิดถึงเสียงร่ำไห้ที่ได้ยินจากกลางบึง เสียงนั้นอาจไม่ใช่เสียงของปรางทองที่กำลังเสียใจ แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่กำลังถูกกระทำ หรืออาจเป็นเสียงที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดที่เธอต้องแบกรับ
"ผม… ผมต้องรู้ให้ได้ครับย่า ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปรางทองจริงๆ" ชาพูดด้วยแววตาที่มุ่งมั่น "ผมจะหาทางช่วยเพื่อนๆ ของผม และผมจะช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณของปรางทองด้วย"
"ดีมากหลาน" ย่าบุญล้อมยิ้มบางๆ "แต่เจ้าต้องระวังให้มาก สิ่งที่เจ้าเห็นเป็นเพียงภาพสะท้อนบางส่วน เจ้ายังต้องค้นหาความจริงให้ครบถ้วน แล้วบางที… เราอาจจะได้พบกับสิ่งที่คาดไม่ถึง"
5,200 ตัวอักษร