เงาห่มผ้าห่อศพที่ริมบึง

ตอนที่ 5 / 42

ตอนที่ 5 — สัญญาณอันตรายจากอดีต

เช้าวันรุ่งขึ้น น็อตตื่นขึ้นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เขาพบว่าตัวเองนอนขดตัวอยู่บนเตียง เหงื่อยังคงซึมเต็มร่างกาย ราวกับเขาเพิ่งจะวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาตลอดทั้งคืน ฝันร้ายเมื่อคืนยังคงหลอกหลอนเขาจนไม่อาจลืมเลือน ภาพเงาตะคุ่มๆ ที่ขยับเข้ามาหาเขา ยังคงติดตาจนเขากลัวที่จะหลับตาลงอีก "ฉันคงจะคิดมากไปเอง" น็อตพึมพำกับตัวเอง เขาพยายามปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความเครียดและความเสียใจจากการสูญเสียใบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู มีสายที่ไม่ได้รับหลายสายจากแก้มและโอม เขารีบโทรกลับไปหาแก้ม "แก! แกเป็นอะไรรึเปล่าเมื่อคืน?" เสียงแก้มถามด้วยความเป็นห่วงทันทีที่รับสาย "ฉัน...ฉันฝันร้ายนิดหน่อย" น็อตตอบเสียงแผ่ว "แกกับโอมเป็นไงบ้าง" "ก็...ไม่ค่อยดีเหมือนกัน" แก้มถอนหายใจ "ฉันฝันถึงใบอีกแล้ว ฉันเห็นเธออยู่ในน้ำ แล้วก็มีเงาอะไรบางอย่างกำลังดึงเธอลงไป" น็อตขนลุกซู่ เขาไม่ได้เล่าเรื่องฝันร้ายของตัวเองให้แก้มฟัง เขาไม่อยากให้แก้มยิ่งหวาดกลัวไปกว่านี้ "เรา...เราควรจะไปเจอกันที่ร้านกาแฟแถวๆ มหา'ลัยไหม" น็อตเสนอ "เราจะได้คุยกัน" "ได้สิ" แก้มตอบรับ "เดี๋ยวฉันจะโทรบอกโอม" เมื่อมาถึงร้านกาแฟ ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะมุมร้าน บรรยากาศรอบตัวยังคงเต็มไปด้วยความอึมครึม พวกเขายังคงอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกจากการสูญเสียใบ "ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง" โอมพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน "เราจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ไม่ได้" "ทำอะไรอย่างนั้นเหรอ" แก้มถาม "เราจะไปทำอะไรได้ในเมื่อเราก็ไม่รู้อะไรเลย" "เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรกันแน่ที่มันเกิดขึ้นกับใบ" น็อตกล่าวเสียงหนักแน่น "ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป" "แต่เราจะหาคำตอบได้จากไหน" แก้มถามอย่างสิ้นหวัง "เราไปที่นั่นแค่ไม่กี่คน แล้วเราก็เห็นแค่...แค่บางอย่างที่อธิบายไม่ได้" "ฉันจำได้ว่าตอนที่เราเข้าไปในสุสาน" โอมพูดขึ้น "มีป้ายเก่าๆ เขียนติดอยู่ตรงทางเข้า" "ป้ายอะไร?" น็อตถาม "ป้ายที่บอกว่าห้ามเข้า" โอมอธิบาย "แล้วก็มีตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนว่า 'คำเตือน' อะไรสักอย่างนี่แหละ" "ใช่! ฉันจำได้!" แก้มอุทาน "มันมีเขียนอะไรเกี่ยวกับประวัติของที่นี่ด้วย ฉันเห็นแวบๆ ตอนที่เราเดินผ่าน" "บางที...ประวัติของที่นี่อาจจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับใบก็ได้" น็อตคิด "เราน่าจะลองกลับไปดูอีกครั้ง" "กลับไปเหรอ!" แก้มร้องเสียงหลง "แกจะบ้าเหรอ! หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น แกยังอยากจะกลับไปที่นั่นอีกเหรอ" "เราต้องทำนะแก" น็อตยืนกราน "ถ้าเราไม่หาคำตอบ เราก็จะไม่มีวันได้หยุดฝันร้ายพวกนี้" "ฉันก็คิดว่าเราควรจะไปนะ" โอมเสริม "ถึงแม้ว่าฉันจะกลัวแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่อยากให้ใบตายฟรี" แก้มมองเพื่อนทั้งสองด้วยความลังเล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แต่เมื่อนึกถึงใบ เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น "ก็ได้" แก้มถอนหายใจ "แต่เราต้องไปด้วยกันทั้งหมด แล้วก็ต้องระวังตัวให้มากที่สุด" ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะกลับไปยังสุสานร้างแห่งนั้นอีกครั้ง พวกเขาตั้งใจจะกลับไปตอนกลางวัน เพื่อที่จะได้สำรวจและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของสถานที่แห่งนี้ โดยหวังว่าจะมีเบาะแสบางอย่างที่จะไขปริศนาการตายอันน่าสยดสยองของใบได้ เมื่อกลับมาถึงบริเวณสุสาน แก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเปิดแผนที่ เขาจำได้ว่าตอนที่พวกเขาเข้ามาครั้งแรก พวกเขาขับรถเข้ามาตามถนนลูกรังเส้นเล็กๆ ที่เลาะเลียบไปตามริมบึง "ทางเข้าสุสานมันอยู่ตรงนี้นี่นา" แก้มพูดพลางชี้ไปยังทางเข้าที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าขึ้นรก พวกเขาเดินลงจากรถ และค่อยๆ ก้าวเข้าไปในสุสานอีกครั้ง บรรยากาศในตอนกลางวันดูแตกต่างจากตอนกลางคืนอย่างสิ้นเชิง แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ลดลงไปบ้าง แต่ความรู้สึกวังเวงก็ยังคงมีอยู่ "ไหนตรงที่นายบอกว่ามีป้ายน่ะ" น็อตถาม "อยู่ตรงโน้น" แก้มชี้ไปที่ทางเข้าด้านหน้า "จำได้ว่ามีป้ายไม้เก่าๆ ติดอยู่" ทั้งสามคนเดินไปที่ทางเข้า พวกเขาเห็นป้ายไม้เก่าผุพังที่ยังคงปักอยู่ริมทางเข้า ข้อความบนป้ายเลือนรางจนอ่านแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังพอเห็นตัวหนังสือบางส่วน "ห้ามเข้า" น็อตอ่านออกเสียง "ที่นี่เป็นเขต...หวงห้าม" "แล้วตรงนั้นล่ะ" โอมชี้ไปที่มุมหนึ่งของป้าย "มีเขียนอะไรไว้อีก" แก้มพยายามเพ่งมอง "เหมือนจะเขียนว่า 'คำเตือน' แล้วก็... 'ผู้ใดฝ่าฝืน...อาจถึงแก่ความตาย' อะไรประมาณนี้" "น่ากลัวชะมัด" แก้มพูดเสียงสั่น "แล้วก็มีอีกแผ่นหนึ่งอยู่ข้างๆ" โอมบอก "อันนั้นน่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของที่นี่" พวกเขาเดินไปดูแผ่นป้ายอีกแผ่นที่ปักอยู่ข้างๆ กัน ข้อความบนแผ่นป้ายนั้นดูใหม่กว่าแผ่นแรกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีร่องรอยของความเก่าแก่ "ที่นี่คือ...สุสานประจำตระกูล..." แก้มเริ่มอ่าน "สุสานประจำตระกูล... 'เมฆา' " "เมฆา? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลนี้เลย" น็อตพูด "ฉันก็เหมือนกัน" โอมเสริม "แล้วก็มีเขียนอะไรต่ออีก" แก้มอ่านต่อ "สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ...ปี พ.ศ. 2480... เพื่อใช้ฝังร่างของผู้ที่...เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ...อันน่าสยดสยอง...ที่เกิดขึ้นกับ...เรือเมฆา...อับปางลงในบึงแห่งนี้..." ทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง "เรืออับปางในบึงเหรอ" น็อตทวนคำ "แล้ว...แล้วทำไมถึงต้องมาฝังศพในสุสานที่อยู่บนบกด้วยล่ะ" "อาจจะเพราะ...หาศพไม่เจอ หรือไม่ก็...มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณที่ตามหลอกหลอนก็ได้" โอมคาดเดา "แล้วทำไมต้องมีคำเตือนถึงแก่ความตายด้วยล่ะ" แก้มถาม "มันเกี่ยวอะไรกับการตายของใบ" "ฉันว่า...เราต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ 'เรือเมฆา' ให้มากกว่านี้" น็อตพูด "บางที...คำตอบอาจจะซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ของเรือลำนั้นก็ได้" พวกเขาตัดสินใจที่จะกลับมาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสุสานและเรือเมฆาที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย พวกเขารู้สึกว่ากำลังเดินเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหวาดกลัวก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ พวกเขาไม่รู้เลยว่าการสืบหาความจริงครั้งนี้ อาจจะนำพาพวกเขาไปสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินออกจากสุสาน แก้มเหลือบไปเห็นแท่นศิลาโบราณแท่นหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย บริเวณนั้นดูเหมือนจะเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของสุสาน "นั่นมันอะไรน่ะ" แก้มชี้ไปที่แท่นศิลา ทั้งสามคนเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พวกเขาพบว่ามันเป็นแท่นศิลาขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปทรงประหลาด คล้ายกับรูปคลื่นทะเลที่กำลังปั่นป่วน "ดูเหมือนจะเป็นแท่นบูชาอะไรสักอย่าง" โอมกล่าว น็อตลองกวาดสายตามองไปรอบๆ แท่นศิลา เขาเห็นรอยสลักบางอย่างที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่เขาสามารถมองเห็นเป็นรูปคล้ายกับ...ใบหน้าของคนกำลังกรีดร้อง "นี่มัน...เหมือนใบหน้าของคนกำลังเจ็บปวดเลย" น็อตพูด ทันใดนั้นเอง ลมเย็นยะเยือกก็พัดโชยมาอย่างแรง ทั้งๆ ที่อากาศภายนอกยังคงร้อนอบอ้าว แสงแดดที่เคยส่องสว่างพลันมืดครึ้มลงอย่างน่าประหลาด "ฉันว่าเราควรจะไปได้แล้ว" แก้มพูดเสียงสั่น ทั้งสามคนรีบเดินออกจากสุสานร้างแห่งนั้นทันที โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย แต่ภาพของแท่นศิลาแกะสลักรูปคลื่นและใบหน้ากรีดร้องนั้น ก็ยังคงติดตาตรึงใจพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

5,639 ตัวอักษร