ตอนที่ 16 — การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายภายใต้ฟ้าคะนอง
"ท่านผู้การครับ... เรามาถึงแล้ว..." สารวัตรทหารหนุ่มกล่าวเสียงหอบเหนื่อย ดวงตาที่ยังคงฉายแววตื่นตระหนกมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา แสงไฟฉายที่สั่นไหวสะท้อนกับหยาดฝนที่ตกพรำๆ เผยให้เห็นภาพความเสียหายอันน่าสะพรึงกลัวทั่วบริเวณ ‘สมรภูมิสุดท้าย’ ที่พวกเขาตั้งใจจะใช้กลับกลายเป็นเพียงเศษซากของอาคารที่เคยสง่างาม หลงเหลือเพียงโครงเหล็กที่บิดเบี้ยวและคอนกรีตที่แตกกระจาย พายุยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุด ราวกับจะประกาศศักดาแห่งธรรมชาติให้มนุษย์ตระหนักถึงความต่ำต้อยของตนเอง เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งดังครืนครั่น ผสมผสานกับเสียงลมหวีดหวิวที่เสียดแทงโสตประสาทจนแทบแยกไม่ออก
ผู้การชาติ นาวาโทเดชพล สูดลมหายใจลึกพยายามกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่จุกแน่นในอก ภาพของฐานทัพที่เขาทุ่มเททั้งชีวิตและจิตวิญญาณให้ ยืนหยัดปกป้องมาตลอด บัดนี้กลับอยู่ในสภาพที่แทบไม่เหลือเค้าเดิม "สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เราคิดไว้มาก" เขากล่าวเสียงเครียด มือหนากำปืนพกประจำกายแน่น ราวกับจะหาความมั่นคงจากวัตถุเย็นเฉียบในมือ "ดูเหมือนว่าศัตรูจะเตรียมการมาอย่างดี และพวกเขาไม่ได้ต้องการแค่สมบัติในคลังแสงอีกต่อไป"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อครับท่านผู้การ?" จ่าสิบเอกคมศักดิ์ นายทหารช่างผู้มากประสบการณ์และเป็นกำลังหลักของทีม ถามขึ้น น้ำเสียงของเขายังคงความเด็ดเดี่ยว แม้จะเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังก็ตาม "เรามีกำลังพลเพียงไม่กี่คน และอาวุธก็เริ่มร่อยหรอเต็มที"
"เราไม่มีทางเลือกอื่น" ผู้การชาติหันกลับมามองลูกทีมทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ใบหน้าของทุกคนมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาของพวกเขายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น "เรามาถึงจุดนี้แล้ว เราจะถอยไม่ได้ หน้าที่ของเราคือต้องปกป้องฐานทัพแห่งนี้จนถึงที่สุด ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
"แต่ท่านผู้การ..." อาสาสมัครหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "เราจะสู้กับใคร? พวกมันมีกำลังพลมากกว่าเราหลายเท่า และดูเหมือนจะมีอาวุธที่ทันสมัยกว่าด้วย"
"ใช่... พวกมันมีกำลังพลมากกว่าเรา" ผู้การชาติยอมรับ "แต่เรามีสิ่งที่พวกมันไม่มี"
"อะไรครับ?" ลูกทีมทุกคนมองมาที่เขาอย่างคาดหวัง
"ความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้" ผู้การชาติกล่าวหนักแน่น "ความภักดีต่อหน้าที่ และความรักในผืนแผ่นดินของเรา นี่คือสิ่งที่จะเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา" เขาหยุดพักหายใจ มองไปรอบๆ ท่ามกลางสายฝนและเสียงลมพายุ "ศัตรูอาจจะบุกเข้ามาจากทุกทิศทาง แต่เราจะตั้งรับที่นี่ จุดนี้คือแนวป้องกันสุดท้ายของเรา"
ทันใดนั้น เสียงปืนกลดังขึ้นจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นสัญญาณว่าศัตรูได้เข้ามาใกล้กว่าที่คาดคิด "พวกมันมาแล้ว!" จ่าสิบเอกคมศักดิ์ตะโกนขึ้น พร้อมกับตั้งปืนไรเฟิลเข้าประจำที่ "เตรียมพร้อม!"
ผู้การชาติพยักหน้า "กระจายกำลังออกไป ระวังการโจมตีจากด้านข้างและด้านหลัง" เขากระชับปืนในมือ "จำไว้ เราจะสู้จนกว่าลมหายใจสุดท้าย"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กลุ่มควันสีดำลอยคุกรุ่นขึ้นมาบนท้องฟ้าที่มืดมิด สัญญาณบ่งบอกถึงการโจมตีที่รุนแรงและเป็นระบบ ลูกทีมทั้งห้ากระจายตัวออกไปตามคำสั่งของผู้การชาติ พวกเขาใช้เศษซากปรักหักพังที่เหลืออยู่เป็นที่กำบัง สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกลายเป็นทั้งอุปสรรคและเพื่อนร่วมรบในเวลาเดียวกัน
"ท่านผู้การครับ! พวกมันกำลังบุกเข้ามาจากทางสะพาน!" เสียงของจ่าสิบเอกคมศักดิ์ดังขึ้นผ่านเครื่องสื่อสาร เขาอยู่ประจำตำแหน่งทางฝั่งตะวันตกที่สามารถมองเห็นเส้นทางเข้าหลักของฐานทัพได้
"รับทราบ" ผู้การชาติตอบกลับ "ระวังให้ดี พวกมันอาจจะใช้ยานพาหนะหุ้มเกราะ"
"มีรถถังครับท่าน! อย่างน้อยสองคัน!" เสียงของจ่าสิบเอกคมศักดิ์สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นปนหวาดกลัว "พวกมันยิงทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!"
"ไอ้พวกสารเลว!" ผู้การชาติสบถ เขาเหลือบมองไปยังคลังแสงใต้ดินที่อยู่ไม่ไกล "เราต้องหยุดมันให้ได้" เขาหันไปสั่งการลูกทีมที่เหลือ "ใครมีระเบิดต่อต้านรถถังบ้าง?"
"ผมมีครับท่าน!" อาสาสมัครหนุ่มคนหนึ่งตอบ "แต่เหลือแค่ลูกเดียว"
"ดีมาก" ผู้การชาติกล่าว "ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด" เขามองไปยังเส้นทางที่คาดว่ารถถังจะเคลื่อนผ่าน "เราจะล่อพวกมันเข้ามา แล้วค่อยจัดการ"
ผู้การชาติและลูกทีมอีกสองนายเคลื่อนที่ไปประจำตำแหน่งที่เหมาะสม พวกเขาอาศัยความมืดและสภาพอากาศที่เลวร้ายเป็นม่านบังตา เสียงฝนที่ตกหนักช่วยกลบเสียงฝีเท้าที่ย่องไปตามซากอาคาร รถถังสองคันเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ ปืนใหญ่ของมันสาดกระสุนเข้าใส่ทุกสิ่งอย่างที่ขยับได้ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินสั่นสะเทือน
"มาแล้ว..." ผู้การชาติพึมพำขณะที่รถถังคันแรกเคลื่อนเข้ามาใกล้ "เตรียมตัวให้พร้อม"
ทันใดนั้นเอง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวทางด้านหลังของผู้การชาติ "แย่แล้ว! พวกมันส่งหน่วยแทรกซึมเข้ามาจากทางทะเล!" เสียงของสารวัตรทหารหนุ่มดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก "พวกเขาบุกเข้ามาทางแนวชายฝั่งแล้ว!"
ผู้การชาติรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง "เป็นไปไม่ได้! เราตั้งแนวป้องกันชายฝั่งไว้แน่นหนาแล้วนี่นา!" เขาหันไปมองทางที่สารวัตรทหารบอก เสียงปืนกลเบาดังแว่วมาแต่ไกล "แสดงว่า... พวกมันมีแผนสำรอง"
"ท่านผู้การครับ! พวกเราโดนโอบล้อมแล้ว!" จ่าสิบเอกคมศักดิ์รายงานเสียงเครียด "ศัตรูมาจากทุกทิศทุกทาง!"
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว แผนการที่วางไว้กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ผู้การชาติกัดฟันกรอด "พวกมันฉลาดกว่าที่เราคิด" เขาครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว "เราต้องแยกกำลังสกัดกั้น"
"ผมจะนำทีมไปสกัดกั้นหน่วยแทรกซึมทางชายฝั่งครับท่าน!" จ่าสิบเอกคมศักดิ์เสนอตัว "ส่วนท่านคุมแนวหน้า สกัดรถถังไว้"
"ไม่" ผู้การชาติปฏิเสธทันควัน "นายอยู่กับฉัน เราต้องจัดการรถถังให้ได้ก่อน ไม่งั้นทุกอย่างจบ" เขาหันไปมองสารวัตรทหารหนุ่ม "นายกับอาสาสมัครอีกสองคน ไปจัดการพวกที่บุกเข้ามาทางชายฝั่ง ใช้ทุกอย่างที่มี สกัดพวกเขาไว้ให้ได้นานที่สุด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจครับท่าน!" สารวัตรทหารรับคำอย่างหนักแน่น แม้จะรู้ว่านี่อาจจะเป็นภารกิจที่ไม่มีวันหวนกลับ
"ไปเถอะ" ผู้การชาติกล่าว "เอาชีวิตรอดให้ได้"
ทั้งสามนายรีบแยกตัวออกไปทันที ทิ้งให้ผู้การชาติกับจ่าสิบเอกคมศักดิ์เผชิญหน้ากับรถถังสองคันที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างไม่ลดละ พายุยังคงโหมกระหน่ำ ความมืดมิดปกคลุมไปทั่ว ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
"เอาล่ะ จ่า" ผู้การชาติกล่าวขึ้น "นี่คงเป็นเวลาของเราแล้ว"
"ผมพร้อมเสมอครับท่าน" จ่าสิบเอกคมศักดิ์ตอบ พลางยกปืนไรเฟิลขึ้นเล็งไปยังรถถังคันแรก
"จำไว้... เราสู้เพื่อปกป้อง" ผู้การชาติกล่าวเสียงหนักแน่น ก่อนจะประทับปืนพกเข้าที่ไหล่ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายภายใต้ฟ้าคะนอง
5,279 ตัวอักษร