อัศวินดำ ทลายป้อมมาร

ตอนที่ 8 / 46

ตอนที่ 8 — การไล่ล่าในอุโมงค์ลึก

ความมืดมิดโอบล้อมคาลอสทันทีที่เขาพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์ ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงกว่าในห้องโถงเสียอีก กลิ่นอายของความเก่าแก่และความลึกลับคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังตามมาติดๆ จากด้านหลัง และเสียงการต่อสู้ของไรอันที่ดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ "ไรอัน...ข้าหวังว่าเจ้าจะปลอดภัย" เขาพึมพำกับตัวเอง คาลอสเร่งฝีเท้า เขาไม่รู้ว่าอุโมงค์นี้จะนำไปสู่ที่ใด หรือมีความอันตรายอะไรรอเขาอยู่ แต่เขารู้เพียงว่าต้องตามให้ทันศัตรูที่กำลังหลบหนีไปพร้อมกับคัมภีร์แห่งความมืดนั้นให้ได้ ผนังอุโมงค์เป็นหินขรุขระ มีหยากไย่เกาะหนาเตอะ บางช่วงมีเถาวัลย์ประหลาดสีดำสนิทเลื้อยพันอยู่ แสงสว่างเดียวที่พอจะมองเห็นได้มาจากผลึกสีดำขนาดเล็กที่ประปรายอยู่ตามผนังเป็นระยะๆ แต่แสงนั้นก็ริบหรี่เหลือเกิน "หยุดนะ!" เสียงหัวหน้าทหารดังมาจากด้านหลัง "เจ้าไม่มีทางหนีไปไหนได้!" คาลอสหันไปมอง เห็นเงาตะคุ่มๆ ของทหารชุดเกราะดำหลายนายกำลังเร่งตามมาติดๆ ดวงตาสีแดงของพวกมันส่องประกายราวกับจะเผาไหม้ความมืดมิดตรงหน้า "ข้าไม่คิดอย่างนั้น" คาลอสสวนกลับพลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น อุโมงค์เริ่มคดเคี้ยวและลาดลงเรื่อยๆ บางช่วงมีแอ่งน้ำขังที่สะท้อนแสงสีม่วงอ่อนๆ จากผลึก ทำให้เกิดภาพลวงตาที่น่าขนลุก คาลอสสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากใต้ฝ่าเท้าเป็นระยะๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างขนาดมหึมา กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง "ที่นี่มัน...ไม่ธรรมดาเลย" คาลอสคิด เขาไม่เคยพบเจอสถานที่แบบนี้มาก่อน พลังงานที่แผ่ออกมาจากผลึกพวกนี้ มันไม่ใช่พลังงานธรรมชาติอย่างแน่นอน มันแฝงไปด้วยมนต์ดำบางอย่าง ทันใดนั้น พื้นอุโมงค์ข้างหน้าคาลอสก็ทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน กลายเป็นหลุมลึกที่เต็มไปด้วยหมอกสีดำ เขาต้องรีบกระโดดข้ามไปอย่างฉิวเฉียด "เกือบไปแล้ว!" "ถึงคราวที่เจ้าต้องยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว" เสียงหัวหน้าทหารดังขึ้นอีกครั้ง "อุโมงค์นี้มีกับดักนับไม่ถ้วน แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่อาจผ่านไปได้" "ข้าไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอ" คาลอสตอบขณะที่เขากำลังพิจารณาหาทางข้ามหลุมพรางนี้ เขาเห็นว่ามีคานหินยื่นออกมาจากผนังสองฝั่งตรงข้าม เขาสามารถใช้มันเป็นที่พยุงตัวเพื่อกระโดดข้ามไปได้ "แล้วเราจะทำอย่างไรดีครับท่านคาลอส?" เสียงของไรอันดังขึ้นมาจากด้านหลัง เขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบาดแผลเล็กน้อยตามใบหน้าและแขน "ผมจัดการพวกที่เหลือได้แล้ว แต่พวกเขา...พวกเขาเข้ามาทางนี้ได้ยังไง" "ไม่สำคัญแล้วไรอัน" คาลอสตอบ "ตอนนี้เราต้องรีบตามพวกมันไป" เขาหันไปมองไรอัน "เจ้าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง" "เล็กน้อยครับท่าน" ไรอันตอบ "ผมไหว" "ดี" คาลอสกล่าว "ดูเหมือนว่าอุโมงค์นี้จะถูกควบคุมด้วยพลังงานบางอย่าง เราต้องระมัดระวังให้มาก" ทั้งสองตัดสินใจกระโดดข้ามหลุมพรางไปพร้อมๆ กัน คาลอสใช้พละกำลังและความแม่นยำของเขา ส่วนไรอันใช้ความคล่องแคล่วว่องไวที่ได้จากการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ทั้งสองลงสู่พื้นอุโมงค์อีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย "พวกมันไปทางนี้ครับ!" ไรอันชี้ไปยังรอยเท้าที่ทิ้งไว้บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ การไล่ล่าดำเนินต่อไปในความมืดมิด ทิวทัศน์ของอุโมงค์เริ่มเปลี่ยนไป ผนังหินเริ่มกลายเป็นโลหะสีดำขลับที่มีลวดลายประหลาดสลักอยู่ทั่ว พื้นอุโมงค์เริ่มเรียบเนียนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ากำลังจะพาพวกเขาไปสู่สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต "สถานที่แห่งนี้...มันดูเหมือนฐานทัพลับ" ไรอันกล่าว "แต่ใครกันที่จะสร้างมันขึ้นมาใต้ป้อมปราการที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้" "นั่นคือคำถามที่เราต้องหาคำตอบ" คาลอสกล่าว "และดูเหมือนว่าเรากำลังจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ" พวกเขามาถึงทางแยกของอุโมงค์ มีทางเดินสามทางที่ทอดออกไป แต่ละทางล้วนทอดเข้าสู่ความมืดมิด และมีกลิ่นอายของพลังงานที่แตกต่างกันไป "ทางไหนดีครับท่านคาลอส?" ไรอันถาม คาลอสหลับตาลงอีกครั้ง สัมผัสถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ "ทางขวา" เขาตอบ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เข้มข้นที่สุดจากทางนั้น" ทั้งสองเลือกเดินไปตามทางเดินด้านขวา อุโมงค์เริ่มแคบลงเรื่อยๆ จนทั้งสองต้องเดินเรียงแถวกันไป ความรู้สึกอึดอัดและกดดันเริ่มถาโถมเข้ามา "ท่านคาลอสครับ" ไรอันเอ่ยขึ้นเสียงเบา "ผมรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องตลอดเวลา" "ข้ารู้" คาลอสตอบ "ที่นี่ไม่ใช่แค่ฐานทัพ แต่เป็นเหมือนเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบผู้ที่เข้ามา" ทันใดนั้น แสงสว่างสีเขียวฉูดฉาดก็สาดส่องออกมาจากด้านหน้า พร้อมกับเสียงคำรามอันดุดัน "ระวัง!" คาลอสตะโกน เขาผลักไรอันหลบไปด้านข้าง ก่อนที่ดาบสีดำขนาดมหึมาจะฟาดลงมายังจุดที่ทั้งสองเคยยืนอยู่ สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดยักษ์ที่มีเกล็ดสีเขียวเข้มและดวงตาสีแดงก่ำปรากฏตัวขึ้น มันยืนขวางทางเดินอยู่ ร่างกายของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง และมีเปลวไฟสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากปากเป็นระยะๆ "อสูรกายแห่งอุโมงค์" คาลอสพึมพำ "นี่คือยามเฝ้าสมบัติสินะ" "เราต้องสู้กับมันหรือครับ!" ไรอันถามด้วยความตื่นตระหนก "หลบไป!" คาลอสสั่ง "ให้ข้าจัดการเอง" คาลอสตั้งท่าเตรียมพร้อม ดาบเงินในมือของเขาส่องประกายดุจแสงดาวท่ามกลางความมืด อสูรกายคำรามลั่นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่คาลอสด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ คาลอสหลบหลีกการโจมตีอย่างฉิวเฉียด เขาเห็นว่าเกล็ดสีเขียวบนลำตัวของอสูรกายนั้นแข็งแกร่งมาก การโจมตีธรรมดาคงไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ "จุดอ่อนของมันอยู่ตรงไหนกันนะ" คาลอสคิดขณะที่เขาต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของอสูรกาย เขาเหลือบไปเห็นผลึกสีดำขนาดเล็กที่ฝังอยู่ที่หน้าผากของอสูรกาย "นั่นแหละ!" ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ คาลอสใช้จังหวะที่อสูรกายกำลังอ้าปากจะปล่อยเปลวไฟ เขากระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน แล้วใช้ดาบของเขาแทงเข้าใส่ผลึกสีดำนั้นอย่างสุดแรง เสียงดังเปรี๊ยะ! ผลึกสีดำแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ อสูรกายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างกายอันใหญ่โตของมันจะทรุดลงกับพื้นและกลายเป็นฝุ่นผงสีเขียว "สำเร็จแล้วครับท่านคาลอส!" ไรอันวิ่งเข้ามาหา "ยังไม่จบ" คาลอสกล่าวพลางกวาดตามองไปรอบๆ "เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล" เบื้องหน้าพวกเขาคือทางเดินที่ทอดหายไปในความมืด กับปริศนาที่ยังคงรอการคลี่คลาย

4,921 ตัวอักษร