ตอนที่ 32 — ฝ่าดงหนามสู่ห้วงมืด
ปากอุโมงค์ลับถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้กองใบไม้แห้งและซากปรักหักพังของอาคารเก่าแก่ ประตูเหล็กที่ผุกร่อนถูกค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดหายเข้าไปในความมืดมิด อากาศเย็นชื้นปะทะใบหน้าเมื่อก้าวแรกเข้าไปภายใน
"ระวังตัวให้มาก" ปรานปรามกระซิบสั่งขณะที่เขาเป็นคนนำขบวน "พื้นข้างในอาจจะลื่นและไม่มั่นคง"
เหล่าทหารทั้งห้าคนทยอยกันเข้าไปในอุโมงค์ แสงไฟจากไฟฉายที่พวกเขาสะพายไว้ฉายลอดผ่านความมืด เผยให้เห็นผนังหินที่ชื้นแฉะ และหยากไย่ที่ปกคลุมไปทั่ว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยของพื้นที่ใต้ดิน แต่ในครานี้กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจ
"รู้สึกถึงความแตกต่างไหม?" ทหารคนหนึ่งชื่อ "ชัย" เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "อากาศที่นี่... มันหนักกว่าปกติ"
"นั่นอาจจะเป็นเพราะเรากำลังเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่ศัตรูควบคุม" นนท์ตอบ เขาเป็นหน่วยสนับสนุนหลักของปรานปราม มีหน้าที่ในการดูแลการสื่อสารและข้อมูล "ยิ่งเราเข้าใกล้เขตของศัตรูมากเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งจะมีกลิ่นอายของการปนเปื้อนจากกิจกรรมของพวกมันมากขึ้น"
พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เส้นทางเริ่มคดเคี้ยวและแคบลง บางช่วงต้องคลานไปตามพื้น บางช่วงต้องปีนป่ายผ่านโขดหินขนาดใหญ่ เสียงน้ำหยดดังเป็นจังหวะ สลับกับเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ย่ำไปบนพื้นกรวด
"เรากำลังจะเข้าสู่ระบบถ้ำหลักแล้ว" ปรานปรามหยุดเดิน เขาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุด "ทุกคนเตรียมพร้อม ระดับการรับรู้ต้องสูงขึ้น"
เมื่อเข้าสู่โถงถ้ำที่กว้างขึ้น พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่กว่าเดิม เพดานถ้ำสูงขึ้นไปจนลับสายตา รูปทรงของหินงอกหินย้อยสร้างความอลังการแต่ก็แฝงไว้ด้วยอันตราย บางจุดมีน้ำขังขนาดใหญ่ที่ต้องหาทางอ้อม บางจุดมีโพรงที่มืดสนิทจนไม่สามารถมองเห็นทะลุไปได้
"มีเสียงอะไรบางอย่าง" ทหารชื่อ "มานพ" กระซิบเตือน เขาเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีความชำนาญในการสอดแนมและการต่อสู้ระยะประชิด
ทุกคนหยุดนิ่ง เงี่ยหูฟัง เสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังมาจากทางด้านขวา เป็นเสียงขูดของวัตถุบางอย่างกับหิน
"ศัตรู?" ชัยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
"ไม่แน่" ปรานปรามตอบ "อาจจะเป็นสัตว์ป่า หรืออาจจะเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ จงตั้งท่าให้พร้อม"
พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามเสียงนั้นอย่างระมัดระวัง ไฟฉายส่องไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และเมื่อแสงไฟส่องไปถึงต้นเสียง ภาพที่ปรากฏก็ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้าง
มันคือสัตว์ประหลาดคล้ายแมงมุมขนาดใหญ่ มีลำตัวสีดำสนิท ปกคลุมไปด้วยขนหยาบๆ และมีขาแหลมคมหลายคู่ที่ใช้ในการยึดเกาะกับผนังถ้ำ ดวงตาหลายดวงของมันสะท้อนแสงไฟวูบวาบ แสดงถึงความก้าวร้าว มันกำลังใช้ก้ามหนีบขนาดใหญ่ของมันขูดกับก้อนแร่ที่เกาะอยู่บนผนังถ้ำ
"นี่มันอะไรกัน?" นนท์อุทานด้วยความตกใจ
"ไม่เคยเห็นมาก่อน" ปรานปรามตอบ "แต่มันดูอันตรายมาก จงอย่าเข้าใกล้"
สัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ยินเสียงของพวกเขาแล้ว มันหันมาทางกลุ่มทหาร ดวงตาหลายดวงจ้องมองมาอย่างมุ่งร้าย มันส่งเสียงขู่คำรามต่ำๆ ในลำคอ ก่อนจะกระโดดลงมาจากผนังถ้ำอย่างรวดเร็ว
"ถอย!" ปรานปรามตะโกนสั่ง "อย่าให้มันเข้ามาใกล้!"
เหล่าทหารถอยร่นอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ขาแหลมคมของมันตะกุยพื้นหินจนเกิดประกายไฟ มานพรีบยกปืนขึ้นเล็งและยิงสกัด แต่กระสุนดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก สัตว์ประหลาดเพียงแค่ส่ายหัวเล็กน้อย
"มันแข็งแกร่งมาก!" มานพตะโกน "กระสุนธรรมดาเอาไม่อยู่!"
"ใช้ระเบิดควัน!" ปรานปรามสั่ง "สร้างความสับสนให้มัน!"
ชัยรีบหยิบระเบิดควันออกมาจากกระเป๋า เขาจุดชนวนและโยนมันออกไป ทันใดนั้น ควันสีขาวหนาทึบก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดดูเหมือนจะตกใจกับควัน มันหยุดชะงักและเริ่มส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราด
"ใช้จังหวะนี้! หนี!" ปรานปรามอธิบาย
พวกเขาอาศัยจังหวะนั้น วิ่งลึกเข้าไปในโพรงถ้ำด้านอื่นที่มืดมิดกว่า เสียงสัตว์ประหลาดไล่ตามมาเป็นระยะๆ พวกเขาวิ่งไปตามทางที่มืดและแคบอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งเสียงไล่ตามเริ่มห่างออกไป
"เราเกือบแย่แล้ว" ชัยหอบหายใจ "ถ้าไม่มีระเบิดควันของนาย เราคงไม่รอด"
"แค่นี้สบายมาก" มานพตอบ เขาเช็ดเหงื่อที่ไหลอาบแก้ม "แต่ก็เป็นบทเรียนว่าในถ้ำแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ศัตรูที่เป็นมนุษย์เท่านั้นที่เราต้องระวัง"
พวกเขาพักหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกเดินทางต่อ การเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดในครั้งนี้ทำให้พวกเขาตระหนักถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเส้นทางนี้มากขึ้น ความเหน็ดเหนื่อยเริ่มสะสม แต่จิตใจยังคงมุ่งมั่นต่อภารกิจ
"เราต้องไปต่อ" ปรานปรามกล่าว "เวลาของเรามีจำกัด"
พวกเขาเดินทางต่อผ่านระบบถ้ำที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งต้องปีนป่ายผ่านช่องแคบๆ ที่แทบจะลอดตัวเข้าไปได้ บางครั้งต้องเดินผ่านสะพานหินธรรมชาติที่ทอดข้ามเหวลึก เสียงน้ำตกดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง ทำให้บรรยากาศยิ่งดูน่าขนลุก
"ดูนี่สิ" นนท์ชี้ไปยังผนังถ้ำ เขาพบกับสัญลักษณ์แปลกๆ ที่ถูกสลักไว้ เป็นสัญลักษณ์ที่ดูโบราณและไม่คุ้นตา
"นี่คือสัญลักษณ์ของชนเผ่าโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในแถบนี้" ประจักษ์เคยอธิบายไว้เมื่อครั้งฝึกอบรม "พวกเขาเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เป็นทางเชื่อมต่อกับโลกใต้ดิน"
"ดูเหมือนว่าเรากำลังเดินทางเข้าสู่ใจกลางของถ้ำจริงๆ" ปรานปรามกล่าว "หวังว่าเราจะเจอทางออกสู่พื้นผิวด้านบนเร็วๆ นี้"
หลังจากเดินทางต่อไปอีกหลายชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ได้ยินเสียงที่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ใช่เสียงน้ำ หรือเสียงสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแว่วมาแต่ไกล
"เสียงเครื่องยนต์!" ชัยอุทาน "นั่นหมายความว่าเราใกล้จะถึงเขตของศัตรูแล้ว!"
"ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม" ปรานปรามกล่าว "เราจะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามเสียงนั้น และพยายามหาที่ซ่อนตัวที่เหมาะสม"
พวกเขาเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบตามเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปากทางออกถ้ำที่เล็กกว่าเดิมมาก แสงสว่างจากภายนอกส่องลอดเข้ามา เป็นแสงสว่างในยามพลบค่ำ
เมื่อค่อยๆ โผล่หน้าออกไปดู ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของพวกเขากระตุกวูบ
พวกเขาอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ มองเห็นค่ายทหารขนาดใหญ่ของศัตรูตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง กองกำลังทหารจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวไปมา มีรถถังและยานพาหนะทางทหารจอดเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ แสงไฟสว่างจ้าจากเสาไฟส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่แสดงถึงอำนาจและการครอบงำของศัตรู
"นั่นไง... คลังแสง" ปรานปรามพึมพำ ชี้ไปยังอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของค่าย ซึ่งมีทหารยามคอยเฝ้าตรวจตราอย่างเข้มงวด
"เป้าหมายของเรา" มานพกล่าว "แต่การจะเข้าไปที่นั่น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย"
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้" ปรานปรามตอบ ดวงตาของเขามุ่งมั่น "เราต้องหาทางเข้าไปให้ได้"
5,378 ตัวอักษร