เมื่อพ่อต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 9 / 47

ตอนที่ 9 — ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้น

หลังจากอรวรรณกลับไป ภาคย์ก็นั่งนิ่งอยู่กับลูกแก้วในห้องนั่งเล่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดโดยไม่ต้องใช้คำพูด “พ่อคะ” ลูกแก้วเป็นคนแรกที่เอ่ยทำลายความเงียบ “หนู... หนูไม่โกรธแม่แล้วค่ะ” ภาคย์หันไปมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจ “ไม่โกรธแล้วเหรอจ้ะ” “ค่ะ” ลูกแก้วพยักหน้า “หนูเข้าใจแล้วว่าแม่รักหนูกับพ่อมากแค่ไหน” เธอเอามือลูบจี้รูปดาวที่คอ “แม่คงอยากให้เรามีความสุข” ภาคย์ยิ้มให้ลูกสาว เขาดีใจที่ลูกแก้วสามารถเข้าใจและยอมรับความจริงได้ “พ่อก็ดีใจนะลูก” เขากล่าว “พ่อรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” “แล้วพ่อล่ะคะ” ลูกแก้วถาม “พ่อไม่โกรธแม่เหรอคะ” ภาคย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พ่อ... ไม่โกรธนะลูก” เขาตอบ “พ่อเข้าใจแม่ พ่อรู้ว่าแม่ก็เจ็บปวดเหมือนกัน” เขาเอื้อมมือไปกอดลูกสาว “พ่อแค่อยากให้หนูมีความสุข” “หนูก็อยากให้พ่อมีความสุขเหมือนกันค่ะ” ลูกแก้วสวมกอดพ่อตอบ “พ่อจะมีความสุขนะ” ภาคย์กระชับอ้อมกอด “ถ้าลูกแก้วมีความสุข” วันเวลาผ่านไป ภาคย์เริ่มปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้ดีขึ้น เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกว่ามันคือหน้าที่ที่เขาเต็มใจจะทำเพื่อคนที่เขารัก เขายังคงพยายามสอนลูกแก้วเรื่องการควบคุมอารมณ์ และการแก้ไขปัญหาด้วยสติ แต่ครั้งนี้เขามีความมั่นใจมากขึ้น เพราะลูกแก้วเองก็ดูจะเข้าใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ “พ่อว่านะลูก” ภาคย์พูดขณะที่พวกเขากำลังนั่งเล่นกันอยู่หลังบ้าน “การเป็นพ่อกับแม่ มันก็เหมือนกันนะ” “เหมือนกันยังไงเหรอคะ” ลูกแก้วเงยหน้าถาม “ก็... ทั้งสองคนก็ต้องรักลูกมากๆ ต้องคอยดูแล ต้องคอยสอน คอยให้กำลังใจ” ภาคย์อธิบาย “แค่... วิธีการอาจจะต่างกันไปบ้าง” “แล้วพ่อเป็นได้ทั้งสองอย่างเลยเหรอคะ” ลูกแก้วตาโต “ถ้าหนูให้กำลังใจพ่อ พ่อก็ทำได้ทุกอย่างแหละจ้ะ” ภาคย์ยิ้ม “เพราะพ่อมีลูกแก้วอยู่ข้างๆ” “หนูจะอยู่ข้างๆ พ่อตลอดไปค่ะ” ลูกแก้วตอบอย่างหนักแน่น ความสัมพันธ์ระหว่างภาคย์กับลูกแก้วค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเรียนรู้ที่จะสื่อสารกันมากขึ้น เข้าใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น แม้ว่าบางครั้งจะยังมีความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่พวกเขาก็สามารถหาทางออกร่วมกันได้เสมอ ภาคย์เริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น เขาออกไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง และเริ่มกลับไปทำงานที่ค้างคาไว้ เขาไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับความเศร้าโศกอีกต่อไป แต่กลับใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง วันหนึ่ง ขณะที่ภาคย์กำลังเดินไปส่งลูกแก้วที่โรงเรียน เขาเห็นผู้ปกครองคนอื่นๆ กำลังยืนรอรับลูกๆ ของพวกเขาอยู่ มีทั้งพ่อและแม่ที่มาด้วยกัน แต่ก็มีพ่อหรือแม่ที่มาคนเดียวเช่นกัน ภาคย์รู้สึกว่าเขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นๆ เลย “พ่อคะ” ลูกแก้วเรียก “เพื่อนหนูอยากชวนหนูไปเที่ยวบ้านเขาเย็นนี้ค่ะ” ภาคย์มองดูลูกสาว “ได้สิลูก ถ้าเพื่อนหนูสะดวก” “แล้วพ่อจะไปรับหนูตอนไหนคะ” “เดี๋ยวพ่อไปรับนะ” ภาคย์ตอบ “แต่ถ้าหนูอยากค้างคืนที่บ้านเพื่อน พ่อก็อนุญาตนะ ถ้าผู้ปกครองของเพื่อนหนูสะดวก” ลูกแก้วยิ้มกว้าง “จริงเหรอคะพ่อ! ขอบคุณค่ะ!” ภาคย์หัวเราะเบาๆ เขาดีใจที่ลูกสาวของเขากำลังเติบโตขึ้น และมีความสุขกับชีวิตในแบบของเธอ เมื่อกลับถึงบ้าน ภาคย์ก็เตรียมอาหารเย็นสำหรับตัวเอง เขารู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยที่สุด เขาก็สามารถดูแลลูกสาวของเขาให้มีความสุขได้ เขาหยิบจดหมายของแพรวขึ้นมาอ่านอีกครั้ง คำพูดของเธอค่อยๆ ทำให้เขามีความหวังมากขึ้น “จงใช้ชีวิตต่อไปเพื่อลูกแก้ว และอย่าลืมว่า... ฉันรักคุณเสมอ” ภาคย์วางจดหมายลง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีครามสดใส ทำให้เขารู้สึกถึงพลังชีวิตที่กลับมาอีกครั้ง เขาอาจจะไม่ได้เป็นทั้งพ่อและแม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ใครๆ คาดหวัง แต่เขาก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ลูกสาวของเขากำลังเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและมีความสุข ภาคย์เชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ของเขากับลูกแก้ว จะแข็งแกร่งพอที่จะผ่านทุกอุปสรรคไปได้ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ตราบใดที่ยังมีรักและความเข้าใจเป็นเครื่องนำทาง

3,271 ตัวอักษร