ตอนที่ 16 — คำตอบที่บีบคั้นหัวใจ
หนูนาวาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง “แ... แม่คะ พ่อบอกว่า...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ดวงตากลมโตฉายแววกังวลระคนสับสน เธอเงยหน้ามองคุณอรุณีที่นั่งรออยู่ด้วยความหวัง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของแม่ “พ่อเขา... เขาบอกว่า... พ่อจะคิดดูก่อนค่ะ” คำพูดสุดท้ายหลุดออกจากปากเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมลงบนหัวใจของคุณอรุณี
คุณอรุณีหลับตาลงช้าๆ กลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอพยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะซ่อนความผิดหวังที่ฉายชัดออกมา “คิดดูก่อน... หมายความว่ายังไงจ๊ะหนูนาวา” เสียงของเธอสั่นพร่าจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก
หนูนาวาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งสั่นเครือกว่าเดิม “พ่อบอกว่า... พ่อจะพิจารณาคำขอของหนูนะ แต่มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ พ่อบอกว่าหนูยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจเรื่องทั้งหมด” เธอขยับเข้ามาใกล้แม่มากขึ้น กุมมือของคุณอรุณีแน่น “แต่หนูนาวาก็อยากให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันนะคะ”
คุณอรุณีลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆ พยายามรวบรวมสติ “ลูกพ่อเก่งมากนะที่กล้าไปคุยกับคุณพ่อตรงๆ แบบนั้น” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ภายในใจของเธอกลับปวดร้าวเหลือเกิน คำว่า "คิดดูก่อน" ของคุณภาคย์ มันมีความหมายอะไรบ้าง? เขากำลังประวิงเวลา หรือกำลังหาทางออกที่แท้จริง? เธอไม่รู้เลยจริงๆ
“แล้วพ่อ... พ่อไม่ได้บอกอะไรอีกเลยเหรอจ๊ะ” คุณอรุณีถามต่อ พยายามสอดส่องหาความหวังเล็กๆ น้อยๆ จากคำพูดของลูกสาว
หนูนาวาเขย่าศีรษะช้าๆ “พ่อเขาดูเหนื่อยๆ นะคะแม่ พ่อบอกว่าพ่อรักหนูนะ แล้วก็กอดหนูแน่นมากเลย” เธอเล่าพลางยกมือขึ้นสัมผัสแก้มของตัวเอง ราวกับจะสัมผัสถึงไออุ่นจากอ้อมกอดของพ่อที่เพิ่งได้รับมา
“พ่อรักหนู... พ่อก็รักลูกมากนะจ๊ะ” คุณอรุณีพึมพำ พูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับลูกสาว น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอเช็ดมันอย่างลวกๆ พยายามไม่ให้ลูกน้อยเห็น “เอาล่ะนะลูก วันนี้ลูกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำ แล้วลงมากินข้าวเถอะนะ”
หนูนาวาพยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอเดินออกจากห้องไป ทิ้งคุณอรุณีไว้กับความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก คำว่า "คิดดูก่อน" ของคุณภาคย์ มันช่างเป็นคำตอบที่คลุมเครือและบีบคั้นหัวใจเหลือเกิน เธอหันไปมองภาพถ่ายครอบครัวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน เห็นรอยยิ้มของตัวเองที่แนบชิดอยู่ระหว่างพ่อกับแม่ในวันวาน น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลทะลัก
"คุณภาคย์... คุณกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่" คุณอรุณีเอ่ยถามลมไปเบาๆ
อีกด้านหนึ่ง คุณภาคย์นั่งนิ่งอยู่ในห้องทำงาน แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนแว่นตาที่เขาถอดวางไว้บนโต๊ะ มือเรียวยาวกุมขมับแน่น ภาพใบหน้าของหนูนาวาที่อ้อนวอนขอให้เขากับมาคืนดีกับแม่ ยังคงฉายชัดอยู่ในมโนสำนึก
"คิดดูก่อน... ฉันบอกเธอไปแบบนั้นจริงๆ เหรอ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า
การตัดสินใจที่เคยคิดว่าเด็ดขาด กลับกลายเป็นความลังเลที่กัดกินหัวใจ เขาไม่เคยคิดว่าคำพูดของเด็กน้อยคนหนึ่ง จะมีพลังมากถึงเพียงนี้ หนูนาวาไม่ใช่แค่ลูก แต่เธอคือศูนย์กลางของโลกทั้งใบของเขา การต้องเลือกระหว่างความสุขของลูก กับความรู้สึกที่แตกสลายของตัวเอง มันเป็นสิ่งที่ยากลำบากเหลือเกิน
เขาหยิบรูปถ่ายของหนูนาวาที่แนบมากับมือถือขึ้นมาดู รอยยิ้มสดใสของลูกสาวทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่ต้องทำให้เธอผิดหวัง
"พ่อจ๋า... แม่จ๋า อย่าทะเลาะกันนะ" เสียงเล็กๆ ของหนูนาวาดังก้องอยู่ในหู
คุณภาคย์ถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าการแยกทางกันนั้นส่งผลกระทบต่อลูกสาวมากเพียงใด เขาเห็นความพยายามของหนูนาวามาตลอด การที่เธอวิ่งไปหาเขาที่ห้องทำงาน การที่เธอพยายามอ้อนวอนขอให้เขากลับบ้าน ล้วนแล้วแต่มาจากหัวใจที่บริสุทธิ์ของเด็กน้อย
"ฉันจะทำยังไงดี" เขาถามตัวเองอีกครั้ง
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกบ้าน เห็นคุณอรุณีกำลังยืนคุยกับหนูนาวาอยู่ตรงสนามหญ้า ใบหน้าของคุณอรุณีดูเศร้าสร้อย เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจได้มากขนาดนี้
"ความผิดทั้งหมดมันอยู่ที่ฉันเอง" เขาพึมพำ
เขาจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ เขาเคยให้สัญญาอะไรกับคุณอรุณีไว้บ้าง สัญญาว่าจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอต้องผิดหวัง
แต่แล้ว ความทะเยอทะยานและเป้าหมายในชีวิต ก็ทำให้เขาละเลยหน้าที่สามีและบิดาไปทีละน้อย เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน หลงลืมความสำคัญของครอบครัวไป จนกระทั่งวันที่ทุกอย่างมันสายเกินไป
"ฉันมันเห็นแก่ตัวจริงๆ" คุณภาคย์ต่อว่าตัวเอง
เขากลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน หยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับแผนการย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังต่างประเทศ ที่เขาเพิ่งอนุมัติไปเมื่อไม่นานมานี้
"ถ้าฉันไปจริงๆ... หนูนาวาจะรู้สึกยังไง" เขาถามตัวเอง
ความคิดที่อยากจะหลีกหนีปัญหาทั้งหมด กำลังจะทำให้เขาก่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาจะเสียลูกสาวไปตลอดกาล
คุณภาคย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขโทรศัพท์ของคุณอรุณี แต่แล้วก็ชะงักมือ เขากำลังจะพูดอะไร? เขาจะขอโทษ? เขาจะบอกว่าเขาจะกลับบ้าน? หรือเขาจะบอกว่าเขาต้องการเวลา?
"ไม่... ฉันต้องคุยกับเธอต่อหน้า" เขาตัดสินใจ
เขาเก็บรูปถ่ายของหนูนาวาใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป เขาเห็นคุณอรุณียังคงนั่งอยู่ที่เดิม ดวงตาแดงก่ำ
"คุณอรุณี" เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
คุณอรุณีสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองเขาด้วยแววตาที่สับสน
"ผม... ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ" คุณภาคย์พูดต่อ น้ำเสียงของเขาดูจริงจังผิดปกติ
คุณอรุณีพยักหน้า เธอรอฟังคำพูดของคุณภาคย์อย่างใจจดใจจ่อ
"ผมคิดทบทวนแล้ว... หลังจากที่หนูนาวามาคุยกับผม" เขาหยุดเล็กน้อย มองเข้าไปในดวงตาของคุณอรุณี "ผม... ผมคิดว่าผมอาจจะยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้"
คำพูดของคุณภาคย์ทำให้หัวใจของคุณอรุณีหล่นวูบ เธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างจัง
"คุณภาคย์! นี่คุณหมายความว่ายังไง!" น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกร้าว "หนูนาวาเขาอุตส่าห์ไปอ้อนวอนคุณแทบตาย คุณยังจะ... คุณยังจะใจร้ายอีกเหรอ!"
"ใจเย็นก่อนครับคุณอรุณี" คุณภาคย์พยายามระงับอารมณ์ "ผมไม่ได้ใจร้าย ผมแค่... ผมแค่ต้องการเวลา ผมต้องการคิดให้รอบคอบจริงๆ"
"คิดอะไรอีก! เรื่องมันชัดเจนอยู่แล้ว! คุณจะปล่อยให้ลูกต้องทนทุกข์แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่!" น้ำตาของคุณอรุณีเริ่มไหลอีกครั้ง
"ผมรู้ว่ามันยาก" คุณภาคย์พูดเสียงอ่อนลง "แต่ผมก็ยังหาทางออกที่ดีที่สุดไม่ได้"
"ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็คือการแยกทางใช่ไหม!" คุณอรุณีตะคอกใส่เขา "คุณก็ไปใช้ชีวิตของคุณ ส่วนฉันกับหนูนาวาก็อยู่กันไปแบบนี้! คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด!"
"ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น" คุณภาคย์ปฏิเสธเสียงเครือ "ผมแค่... ผมแค่ไม่อยากให้ใครต้องเสียใจไปมากกว่านี้"
"แล้วตอนนี้คุณคิดว่าใครกำลังเสียใจ! ฉันเสียใจ! หนูนาวาก็เสียใจ! แล้วคุณล่ะ! คุณไม่เสียใจเลยเหรอ!" คุณอรุณีถามกลับด้วยน้ำเสียงสะอื้น
คุณภาคย์ยืนนิ่ง เขามองเข้าไปในดวงตาของคุณอรุณี เขาเห็นความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น ความผิดที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
"ผม... ผมขอโทษ" เขาพูดเสียงเบา "ผมขอโทษที่ทำให้คุณกับหนูนาวาต้องเจ็บปวด"
แต่คำขอโทษนั้น มันไม่สามารถเยียวยาบาดแผลที่กรีดลึกในใจของคุณอรุณีได้เลย เธอหันหลังให้กับเขา เดินกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คุณภาคย์ยืนนิ่งอยู่กับความรู้สึกผิดและความสับสนของตัวเอง
5,770 ตัวอักษร