ตอนที่ 32 — ปริศนาใหม่ใจกลางตลาด
หลังจากการอพยพออกจากอุโมงค์อย่างทุลักทุเล ก้องและผู้การกฤษณะได้นำทีมตำรวจพร้อมผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุม ออกมายังพื้นที่ปลอดภัยภายนอกตลาดเก่าที่ถูกปิดล้อมไว้ บรรยากาศรอบตัวยังคงเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงไซเรนดังระงม เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบความเสียหายและควบคุมสถานการณ์
"เป็นไปได้อย่างไรกัน?" ผู้การกฤษณะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าฉงนสงสัย เขาหันไปมองทางปากอุโมงค์ที่บัดนี้ถูกปิดกั้นด้วยเศษหินที่ร่วงหล่นลงมา "พลังงานนั่นมันมาจากไหน? แล้วทำไมมันถึงได้รุนแรงขนาดนั้น?"
ก้องมองไปยังกำไลโบราณที่ข้อมือของเขา มันยังคงมีความอบอุ่นจางๆ อยู่ แต่แสงสีฟ้าอมม่วงได้หายไปแล้ว "ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับท่าน" เขาตอบ "แต่ผมรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับรอยสลักที่เราเจอในอุโมงค์"
"รอยสลักนั่นน่ะเหรอ?" ผู้การกฤษณะทวนคำ "นายแน่ใจนะว่ามันไม่ใช่แค่ลวดลายประดับ? รูปแบบมันดูโบราณมากๆ"
"ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เชื่อมโยงกับมันครับ" ก้องยืนยัน "เหมือนกับกำไลนี่... ผมรู้สึกว่ามันกำลังพยายามสื่อสารบางอย่าง"
ในขณะที่ก้องกำลังครุ่นคิด ชายชุดดำที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้เริ่มมีปฏิกิริยา เขาพยายามดิ้นรนขัดขืนเจ้าหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาฉายแววของความหวังที่กลับมาอีกครั้ง
"ปลดปล่อยข้า! เจ้าโง่!" ชายชุดดำตะโกนเสียงดัง "เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป! เจ้าได้ปลุกสิ่งที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นแล้ว!"
"เงียบปากไปซะ!" เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งพยายามควบคุมเขา "การพูดพล่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไรนายหรอก"
"ข้าไม่ได้พูดพล่อย!" ชายชุดดำตะคอก "เจ้าไม่รู้หรือไงว่าพลังที่เจ้ากำลังเผชิญอยู่นั้นร้ายกาจเพียงใด! ข้าพยายามควบคุมมันเพื่อป้องกันหายนะ แต่พวกเจ้ากลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง!"
ก้องหันมามองชายชุดดำด้วยความสงสัย "คุณพูดถึงอะไร? คุณบอกว่าพยายามควบคุมพลังนี้เพื่อป้องกันหายนะ?"
"แน่นอน!" ชายชุดดำหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าคิดว่าข้าต้องการทำลายตลาดนี้งั้นหรือ? เจ้าคิดผิด! ข้าเพียงต้องการรวบรวมพลังงานนั้นไว้ก่อนที่มันจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้! แต่เจ้า... เจ้าดันไปขัดขวางข้า!"
"ขัดขวางคุณ?" ก้องเลิกคิ้ว "คุณต่างหากที่พยายามใช้พลังนี้เพื่อจุดประสงค์ส่วนตัว! คุณต่างหากที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง!"
"เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย!" ชายชุดดำตะคอก "พลังงานที่เจ้าได้ปลุกขึ้นมานั้น... มันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง! และข้า... ข้าคือคนเดียวที่จะหยุดมันได้!"
ผู้การกฤษณะเข้ามาแทรกกลาง "พอได้แล้ว! เราจะคุยเรื่องนี้กันในห้องสอบสวน" เขาหันไปสั่งลูกน้อง "พาตัวผู้ต้องสงสัยไปที่สถานีทันที"
เมื่อชายชุดดำถูกพาตัวออกไป ก้องก็หันไปถามผู้การกฤษณะ "ท่านครับ ผมคิดว่าเราต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้ง"
"กลับไปที่อุโมงค์นั่นนะเหรอ?" ผู้การกฤษณะถามด้วยความกังวล "มันอันตรายเกินไปนะ ก้อง"
"แต่ผมรู้สึกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่นั่นครับ" ก้องยืนกราน "รอยสลักนั่น... และพลังงานที่กำลังปั่นป่วนอยู่ ผมคิดว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดและเมืองของเราได้"
"แล้วเราจะเข้าไปยังไง? อุโมงค์มันถล่มไปแล้วนี่"
"ผมจะหาทางครับ" ก้องกล่าวอย่างมั่นใจ "ผมมีข้อมูลบางอย่างที่จะช่วยให้เราเข้าถึงส่วนที่ลึกกว่าเดิมได้"
ก้องนึกถึงแผนผังตลาดเก่าที่เขาได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ เขามีความทรงจำที่แจ่มชัดเกี่ยวกับทางลับและช่องทางใต้ดินที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจจะเชื่อมต่อไปยังส่วนลึกของอุโมงค์ที่อยู่ภายใต้โบราณสถานแห่งนี้
"ผมเชื่อว่ามีทางเข้าลับอีกทางหนึ่งครับท่าน" ก้องกล่าว "ซึ่งอาจจะนำเราไปสู่ใจกลางของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น"
ผู้การกฤษณะมองก้องด้วยความเชื่อมั่น แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่เขาก็ไว้ใจในสัญชาตญาณของนักสืบหนุ่มผู้นี้ "เอาล่ะ ก้อง ถ้าแกแน่ใจ งั้นเราก็ไปกัน"
ทั้งสองคนได้รวบรวมทีมเฉพาะกิจขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนพิเศษที่ไว้ใจได้ไม่กี่นาย และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีที่ถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยถอดรหัสรอยสลัก
หลังจากทำการตรวจสอบแผนผังตลาดเก่าอย่างละเอียด ก้องก็นำทีมไปยังห้องเก็บของเก่าที่อยู่ใต้ดินของอาคารประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดสดมากนัก
"ผมเชื่อว่าทางเข้าลับอยู่ที่นี่" ก้องกล่าว เขาชี้ไปยังผนังด้านหนึ่งของห้องเก็บของ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากผนังส่วนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีได้ตรวจสอบบริเวณนั้นอย่างละเอียด "ใช่แล้ว! ตรงนี้มีร่องรอยการก่อสร้างที่แตกต่างออกไป" เขากล่าว "เหมือนถูกปิดทับมานานมาก"
ด้วยความช่วยเหลือของอุปกรณ์พิเศษ ทีมงานสามารถเปิดผนังที่ปิดทับอยู่ได้ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวลงไปสู่ความมืดมิด
"ดูเหมือนว่าทางเดินนี้จะเชื่อมต่อไปยังส่วนลึกของอุโมงค์เดิม" ก้องกล่าว "แต่มันดูอันตรายกว่าเดิมมาก"
"เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกอย่าง" ผู้การกฤษณะกล่าว "ก้อง แกนำทีมไป ฉันจะคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง"
ก้องพยักหน้า เขาเดินนำทีมเข้าสู่ทางเดินแคบๆ นั้น ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด แสงไฟฉายส่องนำทางไปบนผนังหินที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำ และกลิ่นอับชื้นที่โชยมา
ขณะที่พวกเขาเดินลึกลงไปเรื่อยๆ ก้องก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่กระจายออกมาจากเบื้องลึก มันไม่ใช่พลังงานที่รุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นพลังงานที่รู้สึกถึงความเก่าแก่ ความลี้ลับ และ... ความโกรธแค้น
"ผมรู้สึกว่าเรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายแล้วครับท่าน" ก้องกระซิบ
"ระวังตัวให้มากนะ" ผู้การกฤษณะตอบรับ
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ ซึ่งมีความกว้างขวางกว่าอุโมงค์เดิมมาก ผนังของห้องโถงแห่งนี้เต็มไปด้วยรอยสลักโบราณที่สลับซับซ้อน และตรงกลางห้องนั้น มีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นนั้นคือ...
"นั่นมันอะไรน่ะ?" ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีอุทานเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่บนแท่นหิน
มันคือดวงตาแก้วขนาดมหึมา สีเขียวมรกตเรืองรอง มันดูเหมือนดวงตาของสัตว์ในตำนาน เปล่งประกายราวกับมีชีวิต จ้องมองมายังพวกเขาอย่างไม่กระพริบ
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" ก้องพึมพำ เขาไม่เคยเห็นสิ่งใดประหลาดเท่านี้มาก่อน
"ดูเหมือนว่าเราจะมาถึงต้นกำเนิดของพลังงานนั้นแล้ว" ผู้การกฤษณะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดหวั่น
ทันใดนั้นเอง ดวงตาแก้วสีเขียวมรกตก็เริ่มเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังงานสีฟ้าอมม่วงที่เคยปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ บัดนี้ไหลออกมาจากดวงตานั้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับมันกำลังจะระเบิดออกมา
"เราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" ผู้การกฤษณะตะโกน "พลังงานมันกำลังจะทะลักออกมาแล้ว!"
แต่ก้องกลับยืนนิ่ง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากดวงตาแก้วนั้น มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว แต่กลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง
"เดี๋ยวก่อนครับท่าน" ก้องกล่าว "ผมคิดว่า... ผมต้องลองคุยกับมัน"
"คุยกับมันเนี่ยนะ!?" ผู้การกฤษณะตาโต "แกจะบ้าไปแล้วเหรอ ก้อง!?"
"ผมรู้สึกได้ครับ" ก้องกล่าว "มันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเรา มันเพียงแต่... ถูกปลุกขึ้นมา"
ขณะที่ก้องกำลังจะก้าวเข้าไปใกล้ดวงตาแก้ว ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าอมม่วงก็พุ่งตรงออกมาจากดวงตาแก้วนั้น แต่ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่ก้องหรือทีมของเขา แต่มันพุ่งตรงไปยังทิศทางอื่น... ทิศทางที่เชื่อมต่อไปยังตลาดเก่า
"ไม่นะ!" ก้องร้องอุทาน "แผนของมัน... มันไม่ได้ต้องการทำลายอุโมงค์ แต่มันต้องการทำลายตลาด!"
5,782 ตัวอักษร