รหัสลับในสายลม

ตอนที่ 10 / 41

ตอนที่ 10 — การต่อสู้ในห้องปฏิบัติการ

แสงไฟจากฉายฉุกเฉินที่ติดเพดานสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นร่างเงาของชายฉกรรจ์หลายคน กำลังเดินเข้ามาในห้องปฏิบัติการที่มืดสลัว ภารวัตตั้งปืนเล็งไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น หัวใจของเขากระหน่ำเต้นแรง รู้สึกได้ถึงอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน ร่างกายของเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง “ใครพวกแก! ต้องการอะไร!” ภารวัตตะโกนถามอีกครั้ง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ก่อนหน้านี้เขากำลังจดจ่ออยู่กับการถอดรหัสข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของ ดร.วิชิต โดยมีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอเป็นเพื่อน แต่แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ย่างเข้ามา หนึ่งในชายฉกรรจ์เหล่านั้นก้าวออกมาข้างหน้า เขาอยู่ในชุดดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ดูน่ากลัว เขายิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม “แกมันก็แค่ปลวกตัวหนึ่งที่บังอาจไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่ใช่ของแก” เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย็นชา “ฉันไม่รู้ว่าพวกแกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” ภารวัตตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “แต่ถ้าพวกแกคิดจะทำร้ายฉัน หรือจะมาเอาข้อมูลอะไรไปละก็ ฝันไปเถอะ” “หึๆๆ” ชายชุดดำหัวเราะเบาๆ “แกคิดว่ามีปืนในมือแล้วจะสู้กับพวกเราได้งั้นเหรอ? อย่าหลงตัวเองนักเลย” ก่อนที่ภารวัตจะทันได้โต้ตอบ ชายชุดดำอีกคนก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาพกพาอาวุธบางอย่างที่สะท้อนแสงสลัว ภารวัตตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาใช้โต๊ะทำงานเป็นที่กำบัง ยิงปืนออกไปหนึ่งนัด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในพื้นที่ปิด กระสุนเฉี่ยวแขนของชายชุดดำคนแรกไปเล็กน้อย เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าเข้ามา ภารวัตรู้ดีว่าการยิงปะทะตรงๆ ในพื้นที่ที่จำกัดเช่นนี้ เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับเขา เพราะมีศัตรูมากกว่าหนึ่งคน “คิดจะทำอะไรน่ะ! พวกแกมันพวกเดียวกับ ‘อาร์คาน่า’ ใช่ไหม!” ภารวัตตะโกนถามขณะที่เขาพยายามหาจังหวะในการหลบหลีก “พวกแกฆ่า ดร.วิชิต! แล้วก็มาตามล่าข้อมูลนี้!” “ปากดีนักนะ!” ชายชุดดำหัวหน้าทีมตะคอก “แกไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องพวกนั้น!” การปะทะเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ภารวัตใช้ความคล่องแคล่วและความคุ้นเคยกับห้องปฏิบัติการให้เป็นประโยชน์ เขาเคลื่อนไหวไปมาระหว่างชั้นวางอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ โต๊ะทดลอง และตู้เก็บสารเคมี เพื่อหลบหลีกการโจมตีและหาจังหวะสวนกลับ เสียงปืนดังเป็นระยะๆ ผสมผสานกับเสียงของวัตถุที่แตกกระจาย หนึ่งในชายชุดดำพยายามจะเข้ามาทางด้านหลัง ภารวัตได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหมุนตัวอย่างรวดเร็ว เขาเตะก้านคอของศัตรูอย่างแรง ทำให้คนนั้นเซถอยหลังไป ชายชุดดำอีกคนใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าใส่ ภารวัตต้องทิ้งปืนที่กำลังจะยิงไป และใช้หมัดเข้าปะทะแทน “แกมันไม่ใช่นักฆ่ามืออาชีพนี่หว่า!” ภารวัตพึมพำกับตัวเองขณะที่หมัดของเขาปะทะเข้ากับกำปั้นของศัตรูอย่างจัง “แต่พวกแกก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน” เขาเห็นโอกาสเมื่อชายชุดดำคนนั้นเสียหลักจากการชก ภารวัตคว้าเอาหลอดแก้วที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา เขาไม่แน่ใจว่าข้างในคืออะไร แต่ตอนนี้มันคืออาวุธเดียวที่เขามี เขาฟาดหลอดแก้วใส่ใบหน้าของคู่ต่อสู้ เสียงหลอดแก้วแตกละเอียด และชายชุดดำคนนั้นก็ร้องโหยหวนล้มลงไป “อั๊ค!” “ยังไม่จบแค่นี้!” ชายชุดดำหัวหน้าทีมตะโกน “จัดการมันซะ!” ภารวัตหันไปมอง ทราบดีว่าการสู้แบบตัวต่อตัวในระยะประชิดเช่นนี้ คือจุดอ่อนของเขา เขาต้องหาทางออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด เขาเหลือบไปเห็นประตูทางออกฉุกเฉินที่อยู่ไม่ไกลนัก “แกจะหนีไปไหนไม่ได้!” ชายชุดดำคนเดิมพูด ก่อนจะยิงปืนใส่ ภารวัตกลิ้งตัวหลบกระสุนที่เฉี่ยวผ่านอากาศไปอย่างฉิวเฉียด เขาเห็นปืนที่ตกอยู่บนพื้น จึงพุ่งเข้าไปคว้ามันขึ้นมา “ฉันไม่หนีหรอก” ภารวัตพูดขณะที่เขาเริ่มยิงตอบโต้ “แต่พวกแกนี่แหละที่จะต้องหนีกลับไป!” เขาใช้ปืนเป็นเครื่องมือในการถ่วงเวลา ยิงใส่ทิศทางที่เห็นการเคลื่อนไหว ทำให้ศัตรูต้องระแวดระวังและไม่กล้าบุกเข้ามาอย่างเต็มที่ ภารวัตอาศัยจังหวะที่ศัตรูชะงัก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูทางออกฉุกเฉิน เหวี่ยงมันเปิดออก และวิ่งออกไปทันที เสียงตะโกนด่าทอและเสียงปืนดังไล่หลังมา แต่ภารวัตไม่หยุด เขาพุ่งทะยานไปตามทางเดินมืดๆ ของอาคาร เป็นที่โชคดีที่ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินของอาคารยังทำงานอยู่ ทำให้เขามองเห็นทางที่จะวิ่งไปได้ เขามาถึงโถงทางเดินหลักของอาคาร แต่เขาก็ยังไม่ปลอดภัย ชายชุดดำสองคนปรากฏตัวขึ้นขวางทางอยู่ข้างหน้า ภารวัตตัดสินใจว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ต่อ เขาหันกลับไปมองทางที่เขาเพิ่งวิ่งออกมา เห็นเงาของศัตรูที่กำลังไล่ตามมา “ถอยไปซะ!” ภารวัตตะโกน “ฉันไม่อยากทำร้ายพวกแก!” “แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งพวกเรา!” ชายชุดดำคนหนึ่งตอบ พร้อมกับยกปืนขึ้น ภารวัตรู้ว่าคำพูดไม่มีความหมายอีกต่อไป เขาเตรียมพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในโถงทางเดินอันเงียบสงัดของอาคารที่มืดมิดแห่งนี้.

3,840 ตัวอักษร