ตอนที่ 13 — รหัสลับบทเพลงจักรวาล
“จำรหัสที่ ดร.วิชิต เคยให้ไว้ได้ไหม? รหัสที่เป็นเหมือนโน้ตดนตรี” ดร.อานนท์ถาม เสียงของเขามีความหวังเจือปนอยู่เล็กน้อย ภารวัตพยักหน้าช้าๆ “จำได้ครับ ผมคิดว่าผมคงไม่มีวันลืมมันได้เลย มันเป็นตัวเลขที่ดูไม่มีความหมายในตอนแรก แต่เมื่อนำมาเรียงต่อกัน มันกลับกลายเป็นท่วงทำนองที่คุ้นเคย”
“ถูกต้อง” ดร.อานนท์เสริม “ดร.วิชิตเป็นอัจฉริยะจริงๆ เขาไม่เพียงแต่เก่งด้านวิทยาศาสตร์ แต่ยังมีความเข้าใจในศาสตร์อื่นๆ อย่างลึกซึ้ง เขามักจะเปรียบเทียบการเข้ารหัสข้อมูลกับบทเพลงเสมอ เขากล่าวว่าจักรวาลนี้เต็มไปด้วยบทเพลงที่มองไม่เห็น และข้อมูลลับที่เขาพัฒนาขึ้นก็คือส่วนหนึ่งของบทเพลงนั้น”
ภารวัตเริ่มไล่นิ้วไปบนแผงควบคุม พยายามนึกถึงลำดับของตัวเลขที่ ดร.วิชิต เคยให้ไว้ “ผมจำได้ว่ามันเริ่มต้นด้วย 3-5-8-13-21… เหมือนเป็นลำดับฟีโบนัชชี”
“ใช่แล้ว” ดร.อานนท์ตาเป็นประกาย “และต่อจากนั้นมันจะมีการเปลี่ยนคีย์ไปเรื่อยๆ โดยอิงจากค่าของสสารมืด ที่ ดร.วิชิต วัดค่าได้จากดาวเทียมที่เขาพัฒนาร่วมกับเรา”
ภารวัตขมวดคิ้ว “แต่ผมไม่เห็นตัวเลขเหล่านั้นบนหน้าจอเลยครับ มีแต่ตัวอักษรและสัญลักษณ์แปลกๆ”
“เพราะมันถูกแปลงเป็นรหัสดาวอีกที” ดร.อานนท์อธิบาย “ดร.วิชิตเชื่อว่าข้อมูลที่เขาสร้างขึ้นนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเก็บไว้ในรูปแบบเดียว เขามักจะพูดถึง 'อาร์คาน่า' บ่อยๆ ใช่ไหม? เขาบอกว่ามันคือศาสตร์แห่งความลับสูงสุดที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่ง”
“ใช่ครับ เขาเคยบอกว่าอาร์คาน่าคือหัวใจของโปรเจ็กต์นี้” ภารวัตพึมพำ เขาก้มลงมองแผงควบคุมอีกครั้ง ดวงตาของเขากวาดไปตามตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ “แล้วเราจะแปลงมันกลับมาได้อย่างไรครับ?”
“เราต้องใช้ 'กุญแจ' ที่ ดร.วิชิต ซ่อนไว้” ดร.อานนท์ตอบ “กุญแจนั้นไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นความเข้าใจในหลักการของเขา เขาเคยบอกว่า ‘เมื่อคุณเข้าใจดนตรี คุณจะเข้าใจจักรวาล’ คุณจำได้ไหมว่า ดร.วิชิต ชอบเล่นเปียโน? และเขามักจะพูดถึง ‘โน้ตตัวที่หายไป’ อยู่เสมอ”
ภารวัตเงยหน้าขึ้นมอง ดร.อานนท์ “โน้ตตัวที่หายไป? หมายถึงอะไรครับ?”
“หมายถึงสัญลักษณ์หรือตัวอักษรบางตัวที่ไม่มีอยู่จริงตามหลักภาษา แต่ ดร.วิชิต ได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรหัสนี้” ดร.อานนท์ชี้ไปที่แผงควบคุม “ลองดูสิ สัญลักษณ์บางตัวในนี้ดูแปลกตาใช่ไหม? มันไม่ใช่ตัวอักษรในภาษาใดๆ ที่เรารู้จัก”
ภารวัตสังเกตอย่างละเอียด เขาเห็นสัญลักษณ์คล้ายวงกลมที่มีเส้นผ่ากลาง สัญลักษณ์คล้ายสามเหลี่ยมกลับหัว และสัญลักษณ์ที่ดูเหมือนเงาของดวงดาว “จริงด้วยครับ มันดูแปลกจริงๆ”
“สัญลักษณ์เหล่านั้นคือ ‘โน้ตตัวที่หายไป’ ของ ดร.วิชิต” ดร.อานนท์กล่าว “และมันคือสิ่งที่เชื่อมโยงบทเพลงของเขากับรหัสดาวเหล่านี้ เราต้องหาความสัมพันธ์ระหว่างลำดับฟีโบนัชชีกับสัญลักษณ์เหล่านี้”
ภารวัตหลับตาลง นึกถึงภาพของ ดร.วิชิต ที่กำลังเล่นเปียโนอย่างมีความสุขในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือและแผนผัง เขามักจะฮัมเพลงแปลกๆ ที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน “ผมเคยได้ยินเขาฮัมเพลงบางอย่าง… มันมีทำนองที่ลื่นไหล แต่ก็แฝงไปด้วยความเร้นลับ”
“บทเพลงนั้นแหละ คือรหัส” ดร.อานนท์ยืนยัน “ดร.วิชิต ได้เข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดลงในโครงสร้างของบทเพลงนั้น เขาเปลี่ยนโน้ตแต่ละตัวให้เป็นค่าตัวเลข แล้วนำค่าตัวเลขนั้นไปแปลงเป็นรหัสดาวอีกที โดยใช้ค่าคงที่ทางฟิสิกส์บางอย่างเป็นตัวคูณ”
“ค่าคงที่ทางฟิสิกส์?” ภารวัตถาม “อย่างค่าคงที่ของพลังค์ หรือความเร็วแสง?”
“บางส่วนก็ใช่ แต่ก็มีค่าคงที่เฉพาะที่ ดร.วิชิต คำนวณขึ้นมาเองด้วย” ดร.อานนท์อธิบาย “มันเป็นความรู้ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นหนึ่ง เขาเชื่อว่าธรรมชาติมีภาษาของมันเอง และภาษานั้นคือคณิตศาสตร์และดนตรี”
ภารวัตเริ่มมองเห็นภาพรางๆ เขาแตะลงบนแผงควบคุมอีกครั้ง “ถ้างั้น… ถ้าเราสามารถถอดรหัสบทเพลงของเขาได้ เราก็จะสามารถถอดรหัสข้อมูลในนี้ได้ใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้อง” ดร.อานนท์ตอบ “แต่ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าบทเพลงนั้นเริ่มต้นอย่างไรแน่ เรามีแค่ลำดับฟีโบนัชชีเป็นจุดตั้งต้น ซึ่งเป็นเพียงการเกริ่นนำเท่านั้น”
ทันใดนั้น ภารวัตก็พลันนึกถึงสิ่งหนึ่ง “คุณอานนท์ครับ ตอนที่เราบุกเข้าไปในห้องทดลองของ ดร.วิชิต ที่ถูกทิ้งร้าง… ผมเจอเทปคาสเซ็ตต์ม้วนหนึ่งครับ มันมีข้อความที่เขาอัดไว้ มันมีเสียงเปียโนที่เขาเล่นอยู่ ผมคิดว่ามันอาจจะเป็น… เพลงที่เขาพูดถึง”
ดร.อานนท์เบิกตากว้าง “จริงหรือ? ภารวัต! นั่นอาจจะเป็นกุญแจที่เราตามหามาตลอด! ทำไมคุณไม่บอกผมเร็วกว่านี้?”
“ผมขอโทษครับ ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจความสำคัญของมัน” ภารวัตกล่าว “ผมเก็บมันไว้ในกระเป๋า แต่ก็ลืมไปเลย จนกระทั่งคุณพูดถึงบทเพลงของ ดร.วิชิต ผมถึงนึกขึ้นได้”
“เราต้องรีบกลับไปเอาเทปม้วนนั้นมาเดี๋ยวนี้!” ดร.อานนท์เร่งเร้า “นี่อาจจะเป็นทางเดียวที่เราจะสามารถปลดล็อกข้อมูลทั้งหมดได้”
ภารวัตพยักหน้าเห็นด้วย “ผมจะขับรถกลับไปเอาทันที คุณรอที่นี่นะครับ”
“ไม่! เราจะไปด้วยกัน” ดร.อานนท์ยืนกราน “ฉันจะคอยระวังหลังให้คุณ และเราจะได้ช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลทันทีที่ได้เทปมา”
ภารวัตไม่ปฏิเสธ เขาหมุนตัวไปที่ประตูรถยนต์ใต้ดิน “ก็ได้ครับ งั้นเราไปกันเลย”
ทั้งสองคนก้าวออกจากรถยนต์ใต้ดินอย่างรวดเร็ว ภารวัตเปิดประตูห้องควบคุมที่อยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถ เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมา “ผมจอดรถทิ้งไว้ที่ทางเข้าอุโมงค์ครับ หวังว่ามันจะยังอยู่นะ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า” ดร.อานนท์ปลอบ “ถ้ามีใครมาเจอรถของคุณ เขาคงคิดว่าเป็นรถที่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ”
เมื่อรถของภารวัตเคลื่อนตัวออกจากอุโมงค์ใต้ดิน แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามา ทำให้ทั้งสองคนต้องหรี่ตาลง ภารวัตขับรถไปตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังอาคารทดลองเก่าของ ดร.วิชิต หัวใจของเขายังคงเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความหวัง
4,491 ตัวอักษร