เสียงกระซิบจากอดีต

ตอนที่ 10 / 44

ตอนที่ 10 — การสำรวจโพรงใต้พิภพ

“พี่แน่ใจนะว่าจะลงไปคนเดียว” ก้องถามด้วยความเป็นห่วง “ข้างล่างมันมืดและอันตรายนะ” ธาวินยิ้มบางๆ ก่อนจะตบไหล่ก้องเบาๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันมีอุปกรณ์ครบแล้ว แล้วก็ระวังตัวด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติก็ตะโกนได้เลย” เขาตรวจสอบไฟฉายคาดศีรษะอีกครั้งให้แน่ใจว่าแสงสว่างเพียงพอ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในโพรงที่ดูเหมือนปากปล่องของบางสิ่งบางอย่าง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยขึ้นมาปะทะจมูกทันทีที่เขาก้าวเท้าลงไป โพรงนี้มีความกว้างพอที่คนหนึ่งคนจะยืนได้อย่างสบายๆ ผนังของมันเป็นดินแข็งปนหิน บางส่วนมีรากไม้เลื้อยชอนไชลงมา ธาวินใช้ไฟฉายส่องสำรวจไปรอบๆ เขาค่อยๆ เดินลงไปตามทางลาดชันที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ลึกลงไปเรื่อยๆ เสียงลมหายใจของตัวเองดังสะท้อนอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นเป็นระยะ “อุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆ แฮะ” ธาวินพึมพำกับตัวเอง เขาเดินต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่งพื้นเริ่มราบเรียบขึ้น และโพรงก็ขยายกว้างออกกลายเป็นห้องใต้ดินขนาดเล็กที่ดูเหมือนถูกขุดขึ้นมาอย่างจงใจ “ก้อง ได้ยินฉันไหม” ธาวินลองกดปุ่มสื่อสารบนเครื่องวิทยุสื่อสารขนาดเล็ก “ฉันเจอห้องใต้ดินเล็กๆ ตรงนี้” “ได้ยินครับพี่! เป็นไงบ้างครับ” เสียงของก้องตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ดูเหมือนจะเป็นที่หลบซ่อนหรือเก็บของบางอย่างนะ” ธาวินส่องไฟฉายไปรอบๆ ห้อง เขาสังเกตเห็นชั้นหินที่ดูเหมือนถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ และมีร่องรอยของการก่อสร้างบางอย่างที่ไม่ได้เป็นธรรมชาติ “มีอะไรบางอย่างที่นี่” เขาเดินเข้าไปใกล้ชั้นหินที่อยู่ด้านในสุดของห้อง แสงไฟฉายจับภาพร่องรอยบางอย่างที่ถูกสลักไว้บนผิวหินที่ดูขรุขระ ธาวินก้มลงไปพิจารณาอย่างละเอียด มันเป็นสัญลักษณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ดูเหมือนจะมีรูปแบบที่ซับซ้อนและมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่ “นี่มัน…” ธาวินอุทานเบาๆ “เหมือนเป็นภาษาโบราณอะไรสักอย่าง” “มีอะไรครับพี่” ก้องถามด้วยความตื่นเต้น “ฉันเจอสัญลักษณ์บางอย่างสลักอยู่บนผนัง ดูเหมือนจะเป็นภาษาโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ธาวินใช้มือลูบไปตามรอยสลักอย่างระมัดระวัง “ฉันจะลองถ่ายรูปเก็บไว้” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและถ่ายรูปสัญลักษณ์เหล่านั้นเก็บไว้หลายมุม เพื่อให้ก้องได้นำไปวิเคราะห์ต่อ “แล้วก็… ฉันเจอวัตถุบางอย่างด้วย” ธาวินก้มลงไปใต้ชั้นหิน เขาเห็นกล่องไม้เก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ กลิ่นอายของกาลเวลาลอยอบอวลมาจากมัน เขาค่อยๆ ใช้สองมือประคองกล่องไม้ออกมาวางบนพื้นอย่างเบามือ มันดูเก่าแก่มาก ผิวไม้มีรอยแตกและผุพังตามกาลเวลา แต่ยังคงรูปทรงเดิมไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ “เป็นไงบ้างครับพี่” เสียงก้องถามอีกครั้ง “ฉันเจอ… กล่องไม้เก่าแก่” ธาวินตอบ “ดูเหมือนจะถูกเก็บซ่อนไว้ที่นี่มานานมาก” เขาค่อยๆ สังเกตดูลวดลายที่แกะสลักอยู่บนฝากล่อง มันเป็นลวดลายที่คล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ที่อยู่บนผนัง แต่มีความประณีตมากกว่า ธาวินพยายามจะเปิดมันออก แต่ฝากล่องติดแน่น “ดูเหมือนจะเปิดยากหน่อยนะ” ธาวินพูด “ฉันต้องหาอะไรมาแซะ” เขาใช้เครื่องมือขนาดเล็กที่พกติดตัวมา ค่อยๆ แซะไปตามขอบฝากล่องอย่างระมัดระวัง เสียงไม้เสียดสีดังขึ้นแผ่วเบา ทันใดนั้น ฝากล่องก็เปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ภายในกล่องมีผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้มรองรับอยู่ บนนั้นมีวัตถุโลหะสีดำเงาที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบ มันเป็นวัตถุชิ้นเดียวกันกับที่เขาพบก่อนหน้านี้ตอนสำรวจปากโพรง แต่ในกล่องนี้มีจำนวนมากกว่า และมีการจัดวางที่ดูเหมือนจะมีความหมาย “นี่มัน…” ธาวินอึ้งไปชั่วขณะ “เหมือนกับวัตถุที่เจอตอนแรกเลย แต่… มีหลายชิ้นกว่านี้” วัตถุแต่ละชิ้นมีขนาดใกล้เคียงกัน รูปทรงคล้ายใบมีด แต่ปลายมน และมีลวดลายสลักอยู่ทั่วพื้นผิว ธาวินค่อยๆ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณา มันมีน้ำหนักพอสมควร และเมื่อสัมผัสก็รู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ซ่าน “พี่เจออะไรครับ” ก้องถามอย่างร้อนรน “วัตถุโลหะ… เหมือนกับที่เจอเมื่อกี้เลย” ธาวินตอบเสียงเครือ “แต่นี่มีเป็นสิบชิ้นเลย แล้วก็… มีอะไรอีกอย่าง” ใต้กองวัตถุโลหะ มีแผ่นหินแบนๆ ชิ้นหนึ่งวางซ่อนอยู่ ธาวินหยิบมันขึ้นมาดู มันคือแผ่นจารึกที่เขาคุ้นเคย แผ่นจารึกเดียวกับที่พบในห้องทำงานของอาจารย์ธนู! ลวดลายและอักษรโบราณที่สลักอยู่บนแผ่นหินนั้นเหมือนกันทุกประการ “ไม่น่าเชื่อ…” ธาวินพึมพำ “แผ่นจารึกนี้… อยู่ที่นี่ด้วย” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปรียบเทียบกับรูปที่ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ ยืนยันได้ว่านี่คือแผ่นจารึกชิ้นเดียวกันอย่างแน่นอน ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ มันเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ราวกับว่าปริศนาที่เขากำลังตามหา มันมีต้นกำเนิดมาจากสถานที่แห่งนี้ “พี่ก้อง” ธาวินพูดเสียงดังขึ้น “ผมเจอแผ่นจารึกที่เหมือนกับของอาจารย์ธนูเลยครับ อยู่ในกล่องนี้ด้วย” “จริงเหรอครับพี่!” เสียงก้องตะโกนกลับมา “สุดยอดเลย! แสดงว่าสถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงเลยสินะครับ” “ใช่” ธาวินตอบ “แล้วก็… มีวัตถุโลหะอีกหลายชิ้นที่เหมือนกัน” เขาหยิบกล่องไม้และวัตถุที่อยู่ข้างในใส่กระเป๋าเป้ของเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันไปมองสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนผนังอีกครั้ง ภาพของวัตถุโลหะที่มีรูปร่างคล้ายใบมีดเหล่านั้น ผสมผสานกับสัญลักษณ์โบราณ ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวบางอย่าง “ต้องรีบกลับไปบอกก้องแล้ว” ธาวินคิด “เราต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้สิ่งเหล่านี้มันคืออะไรกันแน่” เขาค่อยๆ ปีนกลับขึ้นมาตามโพรงอย่างรวดเร็ว เมื่อโผล่พ้นขึ้นมาด้านบนก็เห็นก้องยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เป็นไงบ้างครับพี่” ก้องรีบเข้ามาถาม “เจอแล้ว” ธาวินตอบ พลางสะพายเป้ที่มีกล่องไม้อยู่ข้างใน “เจอห้องใต้ดิน เจอวัตถุโลหะจำนวนมาก แล้วก็… แผ่นจารึกของอาจารย์ธนู” ก้องเบิกตากว้าง “จริงเหรอครับ! สุดยอดไปเลยพี่” “แต่ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร” ธาวินถอนหายใจ “สัญลักษณ์พวกนี้มันดูเก่าแก่มาก และไอ้พวกวัตถุโลหะนี่ก็… ก็ดูอันตราย” “เราต้องรีบเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล้วครับ” ก้องเสนอ “ผมว่าเราควรจะติดต่อ ดร.มนัส ที่คณะโบราณคดี เขาอาจจะรู้จักสัญลักษณ์พวกนี้” “เป็นความคิดที่ดี” ธาวินเห็นด้วย “แต่ก่อนอื่น เราต้องจัดการเรื่องนี้ให้รอบคอบก่อน เราไม่รู้ว่าใครอีกบ้างที่กำลังตามหาสิ่งเหล่านี้อยู่” ทั้งสองคนมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาที่อยู่ตรงหน้า ความลับจากอดีตอันไกลโพ้น กำลังจะค่อยๆ ถูกเปิดเผยผ่านหลักฐานที่ถูกซ่อนเร้นไว้ใต้ผืนดินแห่งนี้

5,030 ตัวอักษร